...การจะดูว่าใครมีปัญญามากหรือน้อย ให้ดูที่ “การพูด” ...

 

 

     ช่วงที่ผ่านมาคนไม่มีรากมีภารกิจ ซึ่งจำเป็นต้องอ่านหนังสือมากมาย เป็นหนังสือที่บางครั้งก็ไม่ค่อยชอบ แต่จำเป็นต้องอ่าน อ่านแล้วมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์และนำมาเขียน  เขียนแล้วต้องนำไปพูดคุย แลกเปลี่ยนกับกลุ่มเพื่อนและกับอาจารย์ที่ปรึกษา จากนั้นนำกลับมาสรุปเขียนใหม่ วนเวียนอยู่ในวงจรนี้เสียจน...เริ่มเบื่อ ๆ เพราะต้องอ่านและวิเคราะห์ในเรื่องซึ่งบางครั้งไม่ถูกจริต ไม่เข้าใจ ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว ไม่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายนัก (ตามระดับสติปัญญาอันอ่อนด้อยของตัวเอง) 

 

       เกิดคำถาม...เรากำลังทำอะไรอยู่...

 

 

       ได้หลายคำตอบ...ก็ล้วนแต่ยังไม่แล้วใจ ไม่สามารถตอบคำถามของตัวเองได้อย่างหมดจดแจ่มแจ้ง

       ลองหาหนังสือที่ชอบ ที่ถูกจริตมาอ่านดูบ้างน่าจะดี...เจอหนังสือเล่มเล็ก ๆ ชื่อ การทำชีวิตให้ได้ดีและมีความสุข ผู้เขียนคือ ดร.สนอง วรอุไร (นักเขียนในดวงใจท่านหนึ่งของคนไม่มีราก) พลิกอ่านไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลิน มีความสุขและชุ่มชื่นใจ มาสะดุดกับข้อความตรงนี้พอดี...

 

       ผู้รู้กล่าวไว้ว่า การจะดูว่าใครมีปัญญามากหรือน้อย ให้ดูที่  การพูด

ผู้ที่มีปัญญามากจะพูดเรื่องหลักการ

ผู้ที่มีปัญญาปานกลางจะพูดเรื่องเหตุการณ์

ผู้ที่มีปัญญาน้อยจะพูดเรื่องของคนอื่น

 

อ่านแล้วยิ้มอิ่มเอมใจ... ได้คำตอบ (บางส่วน) แม้จะยังไม่พอใจทั้งหมด หันมาประเมินตัวเอง...คนไม่มีรากยังเป็นแค่ระดับผู้มีปัญญาน้อยถึงปัญญาปานกลางเท่านั้นเอง  แต่ก็พอจะเข้าใจมากขึ้นว่าว่า สิ่งที่ต้องทำอยู่ในขณะนี้ เป็นกระบวนการที่จะนำเราไปสู่การเป็นผู้มีปัญญามากขึ้น  เพราะโดยทั่วไปแล้ว ตัวเราเองและพบเห็นในบางคนมักจะ

พูดที่เรื่องของคนอื่น(ไกลตัวดี ไม่เปลืองตัว) ซึ่งไม่เกิดประโยชน์มากนัก และเผลอ ๆ อาจมีเรื่องราว เดือดร้อนใจ รองลงมาก็มักจะพูดเรื่องของตัวเอง (บางทีก็ไม่รู้จะพูดเรื่องของใคร พูดเรื่องตัวเองซึ่งรู้ดีที่สุดจะดีกว่า) แต่ต้องระวังไว้บ้าง เพราะอาจจะกลายเป็นหมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตัวเอง คนฟังมาก ๆ ก็เบื่อหน่ายแม้จะพยายามฟัง

พูดเรื่องเหตุการณ์ ที่ประสบพบเห็น ซึ่งก็สร้างสติปัญญาได้อีกระดับหนึ่ง  ดังคำที่ว่า ดูหนังดูละคร แล้วย้อนมาดูตัว อาจทำให้ได้คิดและคิดได้ เมื่อมีการนำมาพิจารณาอย่างถ้วนถี่พิถีพิถัน

พูดเรื่องหลักการ  ข้อนี้คิดเองว่า ผู้ที่จะพูดถึงหลักการ แนวคิดทฤษฏีต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นจริงแล้วนั้น ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประมวลผลข้อมูลแล้ว จึงจะนำมาพูดเล่ากล่าวอ้างได้ และสิ่งที่พูดนั้นก็ยังเป็นประโยชน์สามารถใช้อธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางด้วย

เอาล่ะ... คราวนี้ค่อยมีความสุขขึ้นมาหน่อยแล้ว แม้จะต้องทำสิ่งที่ไม่ค่อยชอบนัก แต่รู้และเห็นแล้วว่าเป็นประโยชน์และจะนำไปสู่การมี ปัญญา มากขึ้นนั่นเอง

 

ยิ้มละมุนละไม แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านต่อไป...

                                                                (^__^)

 

 

อ้างอิง

ทำชีวิตให้ได้ดีและมีสุข โดย ดร.สนอง วรอุไร สำนักพิมพ์อมรินทร์ , 2548.