ร่วมกันแสดงความคิดเห็นหลังจากการนำเสนอของแต่ละกลุ่มนะค่ะ..
1. นอกเหนือจากที่กลุ่มรายงานได้Present ไปแล้ว ยังมีความเสี่ยงอะไรอีกบ้าง
ตอบ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและราคาแล้ว ยังมี
- ความเสี่ยงจากการขายสภาพคล่อง
- ความเสี่ยงจากการผิดสัญญา
- ความเสี่ยงจากการเรียกไถ่ถอนก่อนกำหนด
- อัตราเงินเฟ้อ
- ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
2. เกณฑ์อะไรที่ระบุว่า หุ้นตัวใหม่เป็นหุ้นกู้ที่มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด
ตอบ แล้วแต่ผู้ออกหุ้นกู้จะกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน
คำถามข้อที่ 1ในการลงทุนในตราสารหนี้ มีข้อควรระวังอย่างไร
คำตอบข้อที่ 1ควรระวังในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำ ควรที่จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูง ควรที่จะนำเงินไปฝากในธนาคาร
คำถามข้อที่ 2ถ้าบริษัทจะจ่ายผลตอบแทน ในกรณีที่บริษัทล้มละลาย ผู้ที่ถือหุ้นชนิดใดที่จะได้รับผลตอบแทนนั้นก่อน ระหว่างผู้ที่ถือหุ้นกู้ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญ
คำตอบข้อที่ 2 ผู้ที่ถือหุ้นกู้จะได้รับผลตอบแทนนั้นเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ และผู้ที่ถือหุ้นสามัญ ตามลำดับ
คำถามที่ 1 ปัจจุบันเราควรลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารทุน เพราะอะไร
ตอบได้ทั้งสองอย่างแต่ควรดูสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าควรลงทุนในตราสารชนิดใด
คำถามที่ 2 ในการจ่ายเงินปันผลผู้บริหารต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ตอบ 1.ดูกำไรในแต่ละปี 2.ดูโครงสร้างในอนาคต 3.ดูภาระการจ่ายหนี้ 4.นโยบายของบริษัท 5.ข้อกำหนดทางกฏหมาย
คำถามที่ 1 ในขณะที่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง?
ตอบ ถ้าราคาหุ้นตกนักลงทุนมักจะเทขายหุ้นทำให้เกิดตลาด Bearlish
ถ้าราคาหุ้นเพิ่มนักลงทุนมักจะซื้อหุ้นเพิ่มทำให้เกิดตลาด Bullish
คำถามที่ 2 ตราสารหนี้ผู้ขายจะถูกหักภาษีจ่ายหรือไม่ ถ้าต้องจ่ายต้องจ่ายกี่ %?
ตอบ ผู้ขายต้องถูกหักภาษีจ่าย 15%
คำถามข้อที่ 1 การซื้อขายผ่านระบบตลาดที่มีระเบียบ กับ การซื้อขายผ่านตลาดต่อรอง มีความแตกต่างกันอย่างไร
คำตอบข้อที่ 1 การซื้อขายผ่านระบบตลาดที่มีระเบียบ เป็นตลาดมีระเบียบ เป็นตลาดที่มีการซื้อและขายหลักทรัพย์หรือตราสารอนุพันธ์อย่างเปิดเผย มีการกำหนดราคา และช่วงของการขึ้นลงราคาอย่างชัดเจน ข้อมูลข่าวสารของผู้ลงทุนจะได้รับอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน มีการเปิดเผยราคาหลักทรัพย์และราคาอนุพันธ์ให้ประชาชนผู้ลงทุนทราบ ส่วนการซื้อขายผ่านตลาดต่อรอง เป็นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์โดยการตกลงกันเองระหว่างผู้ลงทุน โดยที่การซื้อขายตราสารอนุพันธ์นั้นจะทำการชำระราคาและส่งมอบกันนอกระบบตลาด คือ ไม่มีการซื้อขายผ่านตลาดแบบมีระเบียบ
คำถามข้อที่ 2 ในปัจจุบัน ตราสารอนุพันธ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดของตลาด TFEX คืออะไร แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นตราสารชนิดนี้
คำตอบข้อที่ 2 SET 50 INDEX FUTURE เพราะมีการซื้อขายที่สามารถเปลี่ยนมือกันได้ง่าย และมีสภาพคล่องสูง
1. ถ้าเป็นนักลงทุนมือใหม่ควรลงทุนในกองทุนปิดหรือกองทุนเปิดเพราะเหตุใด
ตอบ เลือกซื้อขายในกองทุนเปิดเพราะสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลาและมีความคล่องตัว
2. ถ้าไม่ชอบความเสี่ยงแต่อยากได้ผลตอบแทนสูงจะลงทุนในกองทุนใด
ตอบ ควรเลือกกองทุนผสม
1. ช่วยยกตัวอย่างกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. กลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT ,BANPU ,THAIOIL
2. กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KBANK ,LAND & HOUSE
3. กลุ่มอาหาร ได้แก่ CP ,OISHI
(ขึ้นอยู่กับอรรถประโยชน์ของแต่ละบุคคล)
1. สินทรัพย์อ้างอิงคืออะไร
ตอบ ตราสารอนุพันธ์ที่ถูกสร้างและออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทางการเงินที่เกี่ยวข้องกัน หรือสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Assets)
2. swop คืออะไร มีกี่ประเภท
ตอบ การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ/ชุมชน (SWOT) เพื่อศึกษาแนวโน้มพัฒนาการขององค์การหรือชุมชน การสำรวจ เพื่อศึกษาความต้องการของชุมชน และความต้องการของชาวบ้านในชุมชน และนำมาสรุปเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ตรงและตอบสนองความต้องการของชุมชน การวิเคราะห์สภาพขององค์การเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วย ซึ่งการวิเคราะห์ SWOT เป็นกาารจัดทำแผนกลยุทธ์วิธีหนึ่งซึ่งจะช่วยให้องค์การ หรือชุมชนได้ทราบถึงสถานภาพของตัวเอง อันจะทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จ โดยวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกขององค์การหรือชุมชนนั้น ๆ
1. นอกจากทฤษฏี มาร์โควิค ยังมีทฤษฏีใดที่ใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์
ตอบ ทฤฎีดาวส์ คือ การให้ทฤษฎีแบบคลื่นเปรียบกับคลื่นที่อยู่ในทะเล ซึ่งจะเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้ม
การเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ต้องเลือกหลักทรัพย์ประเภทใดจึงทำให้เกิดความเสี่ยงที่น้อยแต่มีอัตราผลตอบแทนที่สูง
ตอบ ไม่มีทฤษฎีที่ตายตัวแล้วแต่ว่าผู้ลงทุนจะสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ตามคำที่ว่า เมื่อมีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนก็จะสูง แต่ถ้าความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็จะต่ำไปด้วย
คำถาม :การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ :ในความคิดเห็นของข้าพเจ้าในเรื่องการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมนั้นมีผลดีต่อนักลงทุนอย่างมากเพราะจะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถที่จะเลือกลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าได้ เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆก็ต้องมีการแข่งขันกันในเรื่องของของการคิดราคาค่าธรรมเนียมเพื่อที่จะดึงดูดให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนกับบริษัทในจำนวนมากๆเป็นการแข่งขันกันในเรื่องส่วนแบ่งทางการตลาด ดังนั้นผลดีย่อมส่งผลต่อนักลงทุนแน่นอนซึ่งจะช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนในหลักทรัพย์นั่นก็คือค่าธรรมเนียมที่ไม่ต้องเสียในราคาแพงเนื่องจากสามารถเลือกลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมถูกกว่าก็ได้
ตอบในความคิดของผมก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ข้อดีคงเป็นการที่นักลงทุนได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจในการลงทุนเพราะการที่มีการปรับค่าทำเนียมแบบเปิดเสรีทำให้มีการแข่งขันกันด้านราคาซึ่งเป็นตัวหนึ่งในการตัดสินใจว่าควรที่จะลงทุนกับใครที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายด้านนี้น้อยที่สุด ส่วนข้อเสียคือถ้าเกิดบริษัทหลักทรัพย์มีการรวมตัวกันแล้วตั้งค่าธรรมเนียมให้สูงขึ้นกว่าเดิมสมมุติโดยที่อาจจะมีข้อตกลงที่ว่าไม่ให้ต่ำกว่า0.4%ซึ่งจากเดิม0.25%โดยอาจมีการแข่งขันกันลดราคาแต่ราคาค่าธรรมเนียมนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า0.4%โดยยึดราคา0.4%เป็นฐานของค่าธรรมเนียมหรือไม่ก็บริษัทหลักทรัพย์ใช้ค่าธรรมเนียมเดียวกันหมดแต่ราคาค่าธรรมเนียมนั้นอาจจะสูงกว่า0.25%ในปัจจุบันก็ได้
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมเป็นผลดีกับนักลงทุนโดยตรง เหตุผลเพราะว่านักลงทุนจะได้มีสิทธิในการเลือกบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้ามาทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้มากขึ้นได้มีการเปรียบเทียบราคาค่าธรรมเนียมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกและเลือกบริษัทที่เก็บค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุนเอง เนื่องจากว่าเงินส่วนหนึ่งที่จะต้องจ่ายให้กับตลาดหลักทรัพย์นั้น จะได้นำมาเป็นส่วนเพิ่มให้กับเงินที่จะนำไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อไป
ในความคิดเห็นของดิฉันนะค่ะ การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมนั้นมีผลดีต่อนักลงทุนค่ะเพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถที่จะตัดสินใจเลือกลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าได้ น่าจะเป็นผลให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆต้องมีการปรับกลยุทธ์ในแข่งขันซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะดึงดูดให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนกับบริษัทตน
ดังนั้นก็เป็นผลดีต่อนักลงทุนแน่นอน นั่นก็คือค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง เนื่องจากสามารถเลือกลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมถูกกว่า
คำตอบ ในความคิดเห็นของดิฉันในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนค่ะ เพราะว่าเมื่อค่าธรรมเนียมลดลง นักลงทุนก็จะหันมาซื้อหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์มากขึ้น เพราะค่าธรรมเนียมเป็นตัวแปรหนึ่งในการจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นสำหรับการแข่งขัน และเป็นเหตุให้บริษัทต่าง ๆ ปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการแข่งขัน เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ทั้งนี้เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ใดที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากกว่า ซึ่งก็เป็นผลพลอยได้ของนักลงทุนที่จะได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนในหลักทรัพย์อีกด้วย
ตอบ ในความคิดเห็นของดิฉันเกี่ยวกัยเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่านโยบายเปิดเสรีการคิดอัตราค่าธรรมเนียมซื้อ ขายหลักทรัพย์นั้นมีผลดีต่อนักลงทุนมากค่ะ เพราะนักลงทุนจะได้เสียค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรมเพราะมีโอกาสที่จะต่อรองราคาได้ นอกจากนั้นนักลงทุนยังมีโอกาสเลือกที่จะลงทุนตามความต้องการของตนเองได้มากที่สุด เพราะbrokerในตลาดย่อมแข่งขันกันเพื่อเสนอบริการให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน จะเห็นได้ว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมทำให้นักลงทุนได้รับความเป็นธรรมในการเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ ขายหลักทรัพย์ และนักลงทุนยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่เต็มเม็ดเต็มหน่อยในระยะยาวและอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนั้นจะทำให้กลไกของตลาดทุนคล่องตัวสูงขึ้นอีกด้วย
ตอบ ในความคิดเห็นของดิฉัน การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุน เนื่องจากนักลงทุนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการเลือกซื้อหลักทรัพย์จากหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ทำให้ธุรกิจเกิดการแข่งขันทางด้านราคาค่าธรรมเนียม ผลดีก็จะตกอยู่ที่นักลงทุนเอง แต่การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมจะเกิดผลกระทบต่อหน่วยธุรกิจ เนื่องจากหน่วยธุรกิจจะต้องแข่งกันลดค่าธรรมเนียม เพื่อจะได้ดึงลูกค้าให้มาใช้บริการตน ทำให้รายได้ของหน่วยธุรกิจลดลง
คำตอบ ในความคิดของดิฉัน คิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมจะส่งผลดีต่อนักลงทุนค่ะ เพราะว่า เมื่อมีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมก็จะทำให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะทำให้การลงทุนในหลักทรัพย์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงจากการลดลงของค่าธรรมเนียม ส่งผลให้มีกำไรมากขึ้น ดังนั้น บริษัทหลักทรัพย์ก็จะมีการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะหากบริษัทหลักทรัพย์ใดมีการคิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำก็จะส่งผลให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนด้วยมากขึ้น จึงถือว่าส่งผลดีต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก
คำถาม สมมติถ้าคุณเป็นบริษัทโบรกเกอร์ จะมีคำแนะนำอย่างไรบ้างกับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ณ เศรษฐกิจปัจจุบันนี้
คำตอบ การวิเคราะห์การยอมรับความเสี่ยงของลูกค้า
- ถ้าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงสูง ก็ควรลงทุนในหุ้นสามัญ
- ถ้าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงต่ำ ก็ให้ลงทุนในหุ้นกู้
การเปิดบัญชี มี 2 แบบ
- บัญชีเงินสด จ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด
- บัญชี Magin ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด
การซื้อขายหลักทรัพย์
เริ่มจาก เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ นักลงทุนจะต้องส่งคำสั่งซื้อ หรือขาย ผ่านบริษัทสมาชิก (หรือโบรกเกอร์) ที่นักลงทุนผู้นั้นเป็นลูกค้า(เปิดบัญชี)อยู่ จากนั้นโบรกเกอร์จะนำคำสั่งซื้อหรือขายนั้นส่งเข้ามายังระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเมื่อคำสั่งต่างๆ เข้าสู่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบบจะจัดเรียงลำดับ และจับคู่การซื้อขายตามหลักเกณฑ์ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้ เมื่อมีการจับคู่การซื้อขายได้แล้วระบบจะยืนยันคำสั่งดังกล่าวกลับมาที่โบรกเกอร์ เพื่อให้โบรกเกอร์แจ้งกับนักลงทุนอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ระบบจะมีการรายงานการซื้อขายไปยัง บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ ตามวันเวลา ที่กำหนด
คำตอบ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุน
เพราะไม่มีข้อจำกัด กฎเกณฑืที่แน่นอน ตายตัว โดยที่นักลงทุนสามารถ
มีสิทธิต่อรองคุยราคากันได้อย่างเสรี นักลงทุนยังสามารถที่จะเลือกลงทุนกับโบรคเกอร์
ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดได้ซึ่งเป็นประโยชน์แก่นักลงทุน
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
1. นอกเหนือจากที่กลุ่มรายงานได้Present ไปแล้ว ยังมีความเสี่ยงอะไรอีกบ้าง
ตอบ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและราคาแล้ว ยังมี
- ความเสี่ยงจากการขายสภาพคล่อง
- ความเสี่ยงจากการผิดสัญญา
- ความเสี่ยงจากการเรียกไถ่ถอนก่อนกำหนด
- อัตราเงินเฟ้อ
- ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
2. เกณฑ์อะไรที่ระบุว่า หุ้นตัวใหม่เป็นหุ้นกู้ที่มีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด
ตอบ แล้วแต่ผู้ออกหุ้นกู้จะกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน
คำถามข้อที่ 1ในการลงทุนในตราสารหนี้ มีข้อควรระวังอย่างไร
คำตอบข้อที่ 1ควรระวังในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำ ควรที่จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูง ควรที่จะนำเงินไปฝากในธนาคาร
คำถามข้อที่ 2ถ้าบริษัทจะจ่ายผลตอบแทน ในกรณีที่บริษัทล้มละลาย ผู้ที่ถือหุ้นชนิดใดที่จะได้รับผลตอบแทนนั้นก่อน ระหว่างผู้ที่ถือหุ้นกู้ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญ
คำตอบข้อที่ 2 ผู้ที่ถือหุ้นกู้จะได้รับผลตอบแทนนั้นเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ และผู้ที่ถือหุ้นสามัญ ตามลำดับ
คำถามที่ 1 ปัจจุบันเราควรลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารทุน เพราะอะไร
ตอบได้ทั้งสองอย่างแต่ควรดูสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าควรลงทุนในตราสารชนิดใด
คำถามที่ 2 ในการจ่ายเงินปันผลผู้บริหารต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ตอบ 1.ดูกำไรในแต่ละปี 2.ดูโครงสร้างในอนาคต 3.ดูภาระการจ่ายหนี้ 4.นโยบายของบริษัท 5.ข้อกำหนดทางกฏหมาย
คำถามที่ 1 ในขณะที่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง?
ตอบ ถ้าราคาหุ้นตกนักลงทุนมักจะเทขายหุ้นทำให้เกิดตลาด Bearlish
ถ้าราคาหุ้นเพิ่มนักลงทุนมักจะซื้อหุ้นเพิ่มทำให้เกิดตลาด Bullish
คำถามที่ 2 ตราสารหนี้ผู้ขายจะถูกหักภาษีจ่ายหรือไม่ ถ้าต้องจ่ายต้องจ่ายกี่ %?
ตอบ ผู้ขายต้องถูกหักภาษีจ่าย 15%
คำถามข้อที่ 1 การซื้อขายผ่านระบบตลาดที่มีระเบียบ กับ การซื้อขายผ่านตลาดต่อรอง มีความแตกต่างกันอย่างไร
คำตอบข้อที่ 1 การซื้อขายผ่านระบบตลาดที่มีระเบียบ เป็นตลาดมีระเบียบ เป็นตลาดที่มีการซื้อและขายหลักทรัพย์หรือตราสารอนุพันธ์อย่างเปิดเผย มีการกำหนดราคา และช่วงของการขึ้นลงราคาอย่างชัดเจน ข้อมูลข่าวสารของผู้ลงทุนจะได้รับอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน มีการเปิดเผยราคาหลักทรัพย์และราคาอนุพันธ์ให้ประชาชนผู้ลงทุนทราบ ส่วนการซื้อขายผ่านตลาดต่อรอง เป็นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์โดยการตกลงกันเองระหว่างผู้ลงทุน โดยที่การซื้อขายตราสารอนุพันธ์นั้นจะทำการชำระราคาและส่งมอบกันนอกระบบตลาด คือ ไม่มีการซื้อขายผ่านตลาดแบบมีระเบียบ
คำถามข้อที่ 2 ในปัจจุบัน ตราสารอนุพันธ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดของตลาด TFEX คืออะไร แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นตราสารชนิดนี้
คำตอบข้อที่ 2 SET 50 INDEX FUTURE เพราะมีการซื้อขายที่สามารถเปลี่ยนมือกันได้ง่าย และมีสภาพคล่องสูง
1. ถ้าเป็นนักลงทุนมือใหม่ควรลงทุนในกองทุนปิดหรือกองทุนเปิดเพราะเหตุใด
ตอบ เลือกซื้อขายในกองทุนเปิดเพราะสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลาและมีความคล่องตัว
2. ถ้าไม่ชอบความเสี่ยงแต่อยากได้ผลตอบแทนสูงจะลงทุนในกองทุนใด
ตอบ ควรเลือกกองทุนผสม
1. ช่วยยกตัวอย่างกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ที่มีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. กลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT ,BANPU ,THAIOIL
2. กลุ่มธนาคาร ได้แก่ KBANK ,LAND & HOUSE
3. กลุ่มอาหาร ได้แก่ CP ,OISHI
(ขึ้นอยู่กับอรรถประโยชน์ของแต่ละบุคคล)
1. สินทรัพย์อ้างอิงคืออะไร
ตอบ ตราสารอนุพันธ์ที่ถูกสร้างและออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทางการเงินที่เกี่ยวข้องกัน หรือสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Assets)
2. swop คืออะไร มีกี่ประเภท
ตอบ การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ/ชุมชน (SWOT) เพื่อศึกษาแนวโน้มพัฒนาการขององค์การหรือชุมชน การสำรวจ เพื่อศึกษาความต้องการของชุมชน และความต้องการของชาวบ้านในชุมชน และนำมาสรุปเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ตรงและตอบสนองความต้องการของชุมชน การวิเคราะห์สภาพขององค์การเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วย ซึ่งการวิเคราะห์ SWOT เป็นกาารจัดทำแผนกลยุทธ์วิธีหนึ่งซึ่งจะช่วยให้องค์การ หรือชุมชนได้ทราบถึงสถานภาพของตัวเอง อันจะทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จ โดยวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกขององค์การหรือชุมชนนั้น ๆ
1. นอกจากทฤษฏี มาร์โควิค ยังมีทฤษฏีใดที่ใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์
ตอบ ทฤฎีดาวส์ คือ การให้ทฤษฎีแบบคลื่นเปรียบกับคลื่นที่อยู่ในทะเล ซึ่งจะเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้ม
การเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ต้องเลือกหลักทรัพย์ประเภทใดจึงทำให้เกิดความเสี่ยงที่น้อยแต่มีอัตราผลตอบแทนที่สูง
ตอบ ไม่มีทฤษฎีที่ตายตัวแล้วแต่ว่าผู้ลงทุนจะสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ตามคำที่ว่า เมื่อมีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนก็จะสูง แต่ถ้าความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็จะต่ำไปด้วย
คำถาม :การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ :ในความคิดเห็นของข้าพเจ้าในเรื่องการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมนั้นมีผลดีต่อนักลงทุนอย่างมากเพราะจะทำให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นและสามารถที่จะเลือกลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าได้ เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆก็ต้องมีการแข่งขันกันในเรื่องของของการคิดราคาค่าธรรมเนียมเพื่อที่จะดึงดูดให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนกับบริษัทในจำนวนมากๆเป็นการแข่งขันกันในเรื่องส่วนแบ่งทางการตลาด ดังนั้นผลดีย่อมส่งผลต่อนักลงทุนแน่นอนซึ่งจะช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนในหลักทรัพย์นั่นก็คือค่าธรรมเนียมที่ไม่ต้องเสียในราคาแพงเนื่องจากสามารถเลือกลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมถูกกว่าก็ได้
คำถาม :การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบในความคิดของผมก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ข้อดีคงเป็นการที่นักลงทุนได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจในการลงทุนเพราะการที่มีการปรับค่าทำเนียมแบบเปิดเสรีทำให้มีการแข่งขันกันด้านราคาซึ่งเป็นตัวหนึ่งในการตัดสินใจว่าควรที่จะลงทุนกับใครที่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายด้านนี้น้อยที่สุด ส่วนข้อเสียคือถ้าเกิดบริษัทหลักทรัพย์มีการรวมตัวกันแล้วตั้งค่าธรรมเนียมให้สูงขึ้นกว่าเดิมสมมุติโดยที่อาจจะมีข้อตกลงที่ว่าไม่ให้ต่ำกว่า0.4%ซึ่งจากเดิม0.25%โดยอาจมีการแข่งขันกันลดราคาแต่ราคาค่าธรรมเนียมนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า0.4%โดยยึดราคา0.4%เป็นฐานของค่าธรรมเนียมหรือไม่ก็บริษัทหลักทรัพย์ใช้ค่าธรรมเนียมเดียวกันหมดแต่ราคาค่าธรรมเนียมนั้นอาจจะสูงกว่า0.25%ในปัจจุบันก็ได้
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมเป็นผลดีกับนักลงทุนโดยตรง เหตุผลเพราะว่านักลงทุนจะได้มีสิทธิในการเลือกบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้ามาทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้มากขึ้นได้มีการเปรียบเทียบราคาค่าธรรมเนียมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกและเลือกบริษัทที่เก็บค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุนเอง เนื่องจากว่าเงินส่วนหนึ่งที่จะต้องจ่ายให้กับตลาดหลักทรัพย์นั้น จะได้นำมาเป็นส่วนเพิ่มให้กับเงินที่จะนำไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อไป
ในความคิดเห็นของดิฉันนะค่ะ การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมนั้นมีผลดีต่อนักลงทุนค่ะเพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถที่จะตัดสินใจเลือกลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าได้ น่าจะเป็นผลให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆต้องมีการปรับกลยุทธ์ในแข่งขันซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะดึงดูดให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนกับบริษัทตน
ดังนั้นก็เป็นผลดีต่อนักลงทุนแน่นอน นั่นก็คือค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง เนื่องจากสามารถเลือกลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมถูกกว่า
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
คำตอบ ในความคิดเห็นของดิฉันในเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนค่ะ เพราะว่าเมื่อค่าธรรมเนียมลดลง นักลงทุนก็จะหันมาซื้อหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์มากขึ้น เพราะค่าธรรมเนียมเป็นตัวแปรหนึ่งในการจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นสำหรับการแข่งขัน และเป็นเหตุให้บริษัทต่าง ๆ ปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการแข่งขัน เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ทั้งนี้เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ใดที่คิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากกว่า ซึ่งก็เป็นผลพลอยได้ของนักลงทุนที่จะได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนในหลักทรัพย์อีกด้วย
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ในความคิดเห็นของดิฉันเกี่ยวกัยเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่านโยบายเปิดเสรีการคิดอัตราค่าธรรมเนียมซื้อ ขายหลักทรัพย์นั้นมีผลดีต่อนักลงทุนมากค่ะ เพราะนักลงทุนจะได้เสียค่าธรรมเนียมอย่างเป็นธรรมเพราะมีโอกาสที่จะต่อรองราคาได้ นอกจากนั้นนักลงทุนยังมีโอกาสเลือกที่จะลงทุนตามความต้องการของตนเองได้มากที่สุด เพราะbrokerในตลาดย่อมแข่งขันกันเพื่อเสนอบริการให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน จะเห็นได้ว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมทำให้นักลงทุนได้รับความเป็นธรรมในการเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ ขายหลักทรัพย์ และนักลงทุนยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่เต็มเม็ดเต็มหน่อยในระยะยาวและอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งนั้นจะทำให้กลไกของตลาดทุนคล่องตัวสูงขึ้นอีกด้วย
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
ตอบ ในความคิดเห็นของดิฉัน การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุน เนื่องจากนักลงทุนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการเลือกซื้อหลักทรัพย์จากหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ทำให้ธุรกิจเกิดการแข่งขันทางด้านราคาค่าธรรมเนียม ผลดีก็จะตกอยู่ที่นักลงทุนเอง แต่การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมจะเกิดผลกระทบต่อหน่วยธุรกิจ เนื่องจากหน่วยธุรกิจจะต้องแข่งกันลดค่าธรรมเนียม เพื่อจะได้ดึงลูกค้าให้มาใช้บริการตน ทำให้รายได้ของหน่วยธุรกิจลดลง
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
คำตอบ ในความคิดของดิฉัน คิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมจะส่งผลดีต่อนักลงทุนค่ะ เพราะว่า เมื่อมีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมก็จะทำให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะทำให้การลงทุนในหลักทรัพย์นั้นมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงจากการลดลงของค่าธรรมเนียม ส่งผลให้มีกำไรมากขึ้น ดังนั้น บริษัทหลักทรัพย์ก็จะมีการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะหากบริษัทหลักทรัพย์ใดมีการคิดค่าธรรมเนียมที่ต่ำก็จะส่งผลให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนด้วยมากขึ้น จึงถือว่าส่งผลดีต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก
คำถาม สมมติถ้าคุณเป็นบริษัทโบรกเกอร์ จะมีคำแนะนำอย่างไรบ้างกับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ณ เศรษฐกิจปัจจุบันนี้
คำตอบ การวิเคราะห์การยอมรับความเสี่ยงของลูกค้า
- ถ้าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงสูง ก็ควรลงทุนในหุ้นสามัญ
- ถ้าลูกค้ายอมรับความเสี่ยงต่ำ ก็ให้ลงทุนในหุ้นกู้
การเปิดบัญชี มี 2 แบบ
- บัญชีเงินสด จ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด
- บัญชี Magin ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด
การซื้อขายหลักทรัพย์
เริ่มจาก เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ นักลงทุนจะต้องส่งคำสั่งซื้อ หรือขาย ผ่านบริษัทสมาชิก (หรือโบรกเกอร์) ที่นักลงทุนผู้นั้นเป็นลูกค้า(เปิดบัญชี)อยู่ จากนั้นโบรกเกอร์จะนำคำสั่งซื้อหรือขายนั้นส่งเข้ามายังระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเมื่อคำสั่งต่างๆ เข้าสู่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบบจะจัดเรียงลำดับ และจับคู่การซื้อขายตามหลักเกณฑ์ ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้ เมื่อมีการจับคู่การซื้อขายได้แล้วระบบจะยืนยันคำสั่งดังกล่าวกลับมาที่โบรกเกอร์ เพื่อให้โบรกเกอร์แจ้งกับนักลงทุนอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ระบบจะมีการรายงานการซื้อขายไปยัง บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ ตามวันเวลา ที่กำหนด
คำถาม การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุนหรือไม่ อย่างไร
คำตอบ ดิฉันคิดว่าการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมมีผลดีต่อนักลงทุน
เพราะไม่มีข้อจำกัด กฎเกณฑืที่แน่นอน ตายตัว โดยที่นักลงทุนสามารถ
มีสิทธิต่อรองคุยราคากันได้อย่างเสรี นักลงทุนยังสามารถที่จะเลือกลงทุนกับโบรคเกอร์
ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดได้ซึ่งเป็นประโยชน์แก่นักลงทุน