แต่ละกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษา (ที่มี ๔ กลุ่ม) ต้องสร้างจารีตของผลงานวิชาการ    ที่เป็นผลงานคุณภาพสูง ขึ้นมา    โดย สกอ. เข้าไปหนุนให้มีการจัดระบบการผลิต การเผยแพร่ การใช้ประโยชน์ และการตีค่า ของผลงานวิขาการคุณภาพสูง    โดยมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันในสถาบันอุดมศึกษาแต่ละประเภท


          ย้ำว่าสถาบันอุดมศึกษาแต่ละกลุ่มต้องร่วมกันสร้างจารีตคุณภาพของผลงานวิชาการขึ้นมา   ที่จะทำให้สังคมเห็นคุณค่าของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละกลุ่ม    โดย สกอ. ทำหน้าที่เป็น facilitator  ไม่ใช่ทำหน้าที่คุณพ่อผู้รู้ดี และเข้าไปกำหนดจารีตแบบ top-down 


          จารีตของคุณภาพผลงานวิชาการเป็นเรื่องซับซ้อน   และมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมายหลากหลาย   และต้องเป็นจารีตที่มีผลสุดท้ายอยู่ที่ผลประโยชน์ของสังคม   ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ที่ผลประโยชน์ของคนในสถาบันอุดมศึกษา หรือแค่ชื่อเสียงของสถาบันอุดมศึกษา


         และเมื่อมีสถาบันอุดมศึกษา ๔ กลุ่ม ก็ต้องมี ๔ จารีตของผลงานวิชาการ    ๔ จารีตนี้มีทั้งส่วนที่คล้ายกัน เหลื่อมทับกัน   และส่วนที่แตกต่างกันเกือบจะเป็นขั้วตรงกันข้าม   แต่ทั้งหมดนั้น จะต้องมีคำอธิบายว่า จะก่อผลประโยชน์ระยะยาวแก่สังคมไทยอย่างไร


          จารีตของผลงานวิชาการต้องเน้นคุณภาพ    เป็นจารีตแห่งคุณภาพ  เน้นให้คุณค่าแก่คุณภาพ    ย้ำว่าต้องเน้นคุณภาพเหนือปริมาณ    และต้องมีการกำหนดเกณฑ์คุณภาพ และปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างสม่ำเสมอ


          ผลงานทางวิชาการนั้น ต้องไม่ใช่แค่ทำได้   ต้องมีคำอธิบายต่อผลการกระทำนั้นอย่างครบถ้วนและน่าเชื่อถือ   จนผู้อื่นสามารถนำไปทดลองซ้ำได้    หรือนำไปใช้ต่อยอดวิชาการได้    จึงจะถือว่าเป็นผลงานวิชาการ    เช่นตัวอย่าง อาจารย์ท่านหนึ่งสอนดนตรีและเป็นนักดนตรีที่เล่นดนตรีเก่งมาก เป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟัง    จะบันทึกเสียงดนตรีที่เล่นนำเสนอเป็นผลงานวิชาการไม่ได้    เสียงดนตรีไม่ถือเป็นผลงานวิชาการ    จะให้เป็นผลงานวิชาการต้องมีคำอธิบายทางวิชาการดนตรี ซึ่งอาจเป็นคำอธิบายวิธีเล่น เพื่อให้ดนตรีมีลักษณะพิเศษแบบใดแบบหนึ่ง    อาจเป็นคำอธิบายวิธีเล่นให้เป็นที่ถูกใจผู้ฟังบางกลุ่มเป็นการเฉพาะ  เป็นต้น    โดยคำอธิบายต้องอ้างอิงทฤษฎีหรือหลักการที่มีมาก่อนแล้ว    หรือจะเสนอทฤษฎีใหม่ขึ้นมาอธิบายก็อาจจะได้ ถ้าเป็นที่ยอมรับขงวงการวิชาการ ที่เรียกว่า peer group


          จารีตของผลงานวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาไทย ยังมีช่องโหว่อยู่มากมาย    เราแทบจะยังไม่มีจารีตของผลงานวิชาการด้านการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ    ไม่มีจารีตของผลงานวิชาการด้านให้บริการวิชาการแก่สังคม   เช่นด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจศิลปะ ในหมู่ประชาชนทั่วไป   ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจวิทยาศาสตร์ในหมู่ประชาชนทั่วไป  เป็นต้น


          จารีตของการยกย่องผู้มีผลงานวิชาการเด่น   ที่เป็นที่รู้กันในหมู่ peer group ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนาขึ้น   แต่ก่อนหน้านั้น ควรมีจารีตของการสร้างตัวขึ้นเป็นนักวิชาการที่มีฐานความรู้และทักษะแน่นหนา    ซึ่งหมายความว่า การจบปริญญาเอกยังไม่เพียงพอ    ยังต้องมีการเข้าไปฝึกปฏิบัติงานวิจัยวิชาการ    ฝึกปฏิบัติงานวิจัยประยุกต์ (Translational Research)     หรือฝึกทำงานสร้างสรรค์นวัตกรรมใน real sector    จึงจะถือว่าเป็นผู้ที่มีฐานความรู้แน่น พร้อมที่จะทำหน้าที่อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา


วิจารณ์ พานิช
๒๙ มิ.ย. ๕๒