เคยมีบ้างไหมค่ะว่าบ้างวันเป็นวันที่รู้สึกอารมณ์ขุ่นมัวทั้งวัน อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการไม่ว่าเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน และวันนั้นก็จะทำให้การทำงานของเราไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออกทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทเป็นผู้บริหารจะพลอยให้ลูกน้องเครียดไปด้วย
ณรงค์วิทย์ แสนทอง ได้เขียนถึงเทคนิคการป้องกันและแก้ไขอารมณ์ขุ่นมัว สรุปได้ว่า
-
ป้องกันอารมณ์ขุ่นมัวโดยการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุทางอารมณ์
การป้องกันไม่ให้อารมณ์ขุ่นมัว จะต้องสร้างเกราะป้องกันจิตใจเพื่อไม่ให้สิ่งยั่วยุทางอารมณ์เข้ามาทำร้ายจิตใจได้ สกัดการกระจายและนำเอาสิ่งยั่วยุทางอารมณ์ออกจากใจให้เร็วที่สุด
ถ้าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสิ่งยั่วยุทางอารมณ์ได้สิ่งยั่วยุสามารถทะลุเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของจิตใจเราซึ่งจะก่อให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวได้ถ้าสิ่งยั่วยุนั้นเพิ่งเข้ามาให้รีบเอาออกจากจิตใจทันที เพราะถ้าทิ้งไว้นานสิ่งยั่วยุทางอารมณ์บางอย่างสามารถขยายตัวไปสู่การสร้างความขุ่นมัวทางอารมณ์ได้เหมือนกับการที่เม็ดสีตกลงในน้ำ ถ้าทิ้งไว้นานเม็ดสีจะละลายเพิ่มมากขึ้นๆจนสามารถทำให้น้ำใสกลายเป็นน้ำขุ่นได้
-
ทำอารมณ์ให้นิ่งก่อนแล้วค่อยหาสิ่งแปลกปลอมที่ตกลงในบ่อน้ำอารมณ์
บางครั้งจิตใจของคนเราถูกกระทบจากสภาพแวดล้อมหรือบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนทำเหรียญบาทหล่นหาย(ตกลงในน้ำที่มีโคลนตม)จงอย่าตกใจกระโดดตามเหรียญบาทที่ตกลงไปในน้ำเพราะจะทำให้น้ำที่มีโคลนอยู่ขุ่นมากขึ้นและจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นเหรียญที่เพิ่งตกลงไป ควรทำใจให้เย็นรอคอยน้ำส่วนที่ขุ่นเนื่องจากแรงกระแทกของเหรียญที่ตกลงไปจางหายไปก่อนเพราะเราสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของเหรียญได้ และสามารถหยิบขึ้นมาได้โดยไม่ยาก
-
เจือจางอารมณ์ขุ่นด้วยการเติมอารมณ์ดีให้มากขึ้น
ถ้าใครคิดว่าการนำเอาสิ่งยั่วยุอารมณ์ออกจากจิตใจหรือการปล่อยให้อารมณ์ตกตะกอนเป็นเรื่องที่ยากอีกวิธีหนึ่งคือการเติมอารมณ์ดีเพิ่มลงไปในจิตใจ เพื่อละลายความขุ่นมัวให้เจือจางลงยิ่งสัดส่วนของอารมณ์ดีมีมากกว่าอารมณ์ขุ่นมัวยิ่งจะทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวจางหายไปมากขึ้นเท่านั้น
คนที่อารมณ์ไม่ดี ถ้าพยายามดูตลก ดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือที่ทำให้จิตใจคิดเชิงบวก ก็จะช่วยให้ละลายอารมณ์ขุ่นมัวได้ หรือพยายามพูดคุยกับคนอื่นๆที่อารมณ์ดีหรือมีทัศนคติเชิงบวก ยิ่งได้คุยในเรื่องดีๆมากขึ้น ยิ่งจะช่วยให้อารมณ์ขุ่นมัวเล็กๆน้อยๆ จางหายไปได้ง่ายและเร็วขึ้นได้ ใครอยู่ในครอบครัวแล้วคนในครอบครัวมีปัญหากัน ขอให้ออกไปเจอะเจอกับผู้คนที่เขาเป็นคนปกติหรือไปพบเจอผู้คนที่เป็นคนอารมณ์ดีก็จะช่วยลดอารมณ์ที่ไม่ดีลงได้บ้าง ถึงแม้ว่าอารมณ์นั้นยังคงอยู่ แต่ถ้าจิตใจของเราถูกครอบครองด้วยอารมณ์ดีมากกว่า อารมณ์ไม่ดีก็จะถูกบดบัง และอาจจะถูกลืมไปได้ในที่สุด
การมีอารมณ์ดีทำงานมีประสิทธิภาพ
บทความดีมากค่ะพี่เหงี่ยมถ้าเรามีอารมณ์ดีการทำงานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ในการหาบทความดีๆ ต่อไปนะค่ะ
โอ๋ค่ะ
อ่านแล้วนึกถึงหลักอริยสัจ 4 ค่ะ คุณเสงี่ยม ^^
ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค
ขอบคุณสำหรับบทความดีดีค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะเข้ามาอ่าน
อ่านแล้วอารมณ์เย็นขึ้นนะค่ะ แล้วจะแวะมาอ่านบ่อยๆ นะค่ะ
เดี๋ยวพี่ขอนำไปฝึกปฏิบัตินะคะคุณน้อง
ขอบคุณน้องจิ๊บ พี่แอ๊วค่ะ
อ่านของหนูเสงี่ยมแล้ว เห็นแววผู้บริหารอารมณ์ดี ของหนูเสงี่ยมเลย
ขอบคุณค่ะพี่เอก รูปหายไหนค่ะ
อารมณ์ดีก็มีความสุขครับ
อ่านแล้วชอบจังเลยพี่ ถูกใจ้ถูกใจ หัวเราะทั้งวันเลย
ครูเปิ้ลแวะเข้ามาอ่านแล้วนะคะบทความดีมากค่ะ
พี่พยายามบริหารตลอดเวลาเพราะกลัว.....