"ยังทำงานด้วยหัวใจของความเป็นแม่...ที่แท้จริง"

  ในช่วงเวลาสานเสวนา  ลปรร. เรื่อง “ ความมุ่งมั่น ..สู่ความสำเร็จ ในงานอนามัยแม่และเด็ก”  โดยมีพี่สาวที่น่ารัก  พี่หนุ่ยนักอ่าน~หน้าตาเฉย  (ดร.สุดารัตน์ ธีระวร) ทำหน้าที่เป็น Facilitator  ซึ่งได้เชิญผู้ที่ทำงานอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่ได้สำเร็จมาเล่าเรื่องให้ฟัง 3 คน

 

คนแรก คือ นพ.เดชา  แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกะพ้อ จังหวัดปัตตานี  

คนที่ 2 คือ คุณ ซาซีย๊ะ  มานะ  เจ้าหน้าที่จากสถานีอนามัยปูแล อำเภอยะหา จังหวัดยะลา 

และท่านสุดท้าย คือ คุณ มารินี  อาเดอนาน  เป็น อสม อำเภอแว้ง  จังหวัดนราธิวาส  ชอบให้เรียกตัวเองง่ายๆ  ว่า "เจ๊ะนิง"

         ผู้เขียนได้ร่วมนั่งฟังการ ลปรร  รู้สึกชื่นชมกับวิธีการและแนวคิดในการทำงานกับชาวบ้านของทั้งสามท่าน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เจ๊ะนิง ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ แต่ความคิดความสามารถไม่ธรรมดาเลย  ลองตามอ่านดูนะคะ

          กับคำถามง่ายๆ (แต่ตอบยาก) ที่  พี่หนุ่ยนักอ่าน~หน้าตาเฉย  ถามว่า  เจ๊ะนิง ลงไปทำงานอย่างไรกับชาวบ้าน จึงได้ผลสำเร็จตามที่หวังไว้ ??

         เจ๊ะนิงบอกว่าทำอะไรแบบง่ายๆ ไปเยี่ยมหาชาวบ้านก็แบบเป็นเพื่อนบ้านกัน  เพื่อสร้างความเป็นกันเอง  แล้วค่อยๆสอดแทรกความรู้เรื่องแม่ละเด็กเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย  หมั่นไปเยือนบ่อยๆ  ใครไม่สบายก็ไปเยี่ยมไปดูแล  ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเท่าที่สามารถช่วยได้กับทุกคน

          เพราะตัวเองก็เป็นแม่คนแล้ว  เข้าใจความรักความผูกพันของแม่ทุกคนที่มีต่อลูกดี  ใครๆก็อยากให้สิ่งดีๆแก่ลูกตัวเอง  ลูกเจ็บแม่ก็เจ็บด้วย...  จึงจับเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นหลักในการให้ความรู้เรื่องแม่และเด็กแก่ชาวบ้าน  เพราะเจ๊ะนิง เชื่อว่าเมื่อชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจดีแล้วเขาจะยอมรับและเราสามารถทำงานได้ง่าย

        นอกจากนั้นเจ๊ะนิง ยังพยายามดึงพ่อบ้านเข้ามามีส่วนร่วมและรับรู้  เรื่องของภรรยาและลูกให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการเห็นใจและเข้าใจภรรยามากขึ้น  ด้วยความคิดที่ว่า  ไหนๆก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ต้น  ก็น่าจะรับรู้ไปให้หมด...

ความรัก              ความรัก

        ชาวบ้านนั้นเมื่อมีความรู้ความเข้าใจแล้วเขาก็จะยอมรับได้ว่า  การไปฝากครรภ์และคลอดกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนั้นปลอดภัยกับแม่และลูก  เขาก็จะไปใช้บริการกัน 

         ส่วนเจ้าหน้าที่เองก็ต้องเปิดใจกว้างเพื่อยอมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านด้วย  เพื่อให้การบริการนั้นตรงกับความต้องการของทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ 

ชื่นชม ยินดี    ชื่นชม ยินดี        ชื่นชม ยินดี      ชื่นชม ยินดี       ชื่นชม ยินดี

        กับคำถามสุดท้ายที่วิทยากรถามว่า.. “ แล้วปัจจัยที่ทำให้ทำงานสำเร็จนี้  เจ๊ะนิง คิดว่าจากอะไร ?

       เจ๊ะนิงบอกว่า...

·       อันดับแรก คือ  ความร่วมมือจากทุกฝ่าย  ที่พยายามให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจและได้รับบริการที่ดี

·       ต่อมา คือ  การเปิดใจกว้าง   รับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน  ของเจ้าหน้าที่

·       จาก ตัว อสม.เอง  เพราะสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้ง่ายกว่าเจ้าหน้าที่

·      ต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ

    อ่านความคิดแล้ว   "เจ๊ะนิง"เป็น อสม.ธรรมดาๆ  ที่ไม่

ธรรมดาเลยใช่ไหมคะ ...  ชื่นชมค่ะ

ชื่นชม ยินดี            ชื่นชม ยินดี

       แต่สำหรับผู้เขียนเองกลับมองว่า  ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำงานกับชาวบ้านนี้  นอกจากที่   "เจ๊ะนิง" กล่าวมาข้างต้นแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญที่สุดอีก  คือ...

·     ครอบครัวของตัวเจ๊ะนิง  ที่เข้าใจและสนับสนุนให้เจ๊ะนิง  ทำงานเพื่อส่วนรวม

·     ตัวเจ๊ะนิงเอง   ที่นอกจากทำงานอย่างเสียสละทั้งเวลาและแรงกายแล้ว...  

 

"ยังทำงานด้วยหัวใจของความเป็นแม่...ที่แท้จริง"

 อื่นๆ

 ท่านผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ ??