อะไร ที่ว่ายาก ก็คือสิ่งที่เราทำไม่ได้ อะไรที่ว่าง่ายเราทำได้หมด

 

ขอไหว้ครูด้วยคน

               คนเรารู้ว่า สิ่งไหนเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ความเป็นอยู่  ย่อมเป็นบัณฑิตได้คนหนึ่ง

              บัณฑิตในที่นี้ มิได้หมายความว่า คุณจะต้อง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท  ปริญญาเอก แต่อาจจะมีความรู้เป็นพิเศษ ทางใดทางหนึ่ง  สังคมได้รับประโยชน์

           หากแต่บัณฑิต ที่ว่านี้ คือ ผู้รู้  รู้ว่าตนเป็นใคร ต้องการอะไร และสิ่งไหนมีประโยชน์ และควรทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น  นอกจากนี้  สิ่งที่ทำแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่คนอื่นอีกด้วย

              ส่วนใดที่ทำแล้วแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ให้เกิดความเสียหาย  หรือเปลืองตัว

สว. รำพึง การศึกษา มันมีหลายวิธี

ความแตกต่าง เรียนแบบเด็กหรือแบบผู้ใหญ่

หรือ  เรียนรู้จากธรรมชาติ  ประสบการณ์

 

บางคนก็บอกว่า อายุป่านนี้  ความสำเร็จในชีวิตก็มีแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเรียน มาค้นหาแล้ว มันก็จริงดั่งเขาว่า  แต่เขาว่าการเรียนรู้ไม่มีวันหมด ไม่มีวันสาย  แต่บางครั้ง คน สว.ก็มีปัญหาเรื่องความจำเสื่อม แต่ก็ยังมาหาเรื่องให้ตนเองลำบากจึง ได้เปลี่ยนเข้ามาหาความรู้ ใน GTK โดยอิสระ ไม่มีใครมาบังคับ  ส่งงานนะ มาเรียนนะ ไปหาเรื่องนี้มา ค้นคว้ามา  แก่แล้ว จะไหวไหมนี่

 บางคนอยากจะรู้ว่า  การเรียนแบบผู้ใหญ่เรียน กับแบบเด็กเรียน  ไม่ว่าครูหรืออาจารย์ที่สอน หรือนักเรียน นักศึกษาผู้ใหญ่  มีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน  ครูอาจารย์ที่เคยสอนเด็ก พอมาสอนผู้ใหญ่สามารถปรับตัว เข้ากับนักศึกษาผู้ใหญ่ได้หรือไม่ และมีความเป็นไปได้หรือไม่ เรียนรู้จาก GTK ดีกว่า

แต่อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่โตแล้วมีความคิด มีเป้าหมาย และจุดมุ่งหมายที่มาเรียน ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะผู้ใหญ่ มีความคิดแล้ว

แต่ปัญหาปัจจุบันนี้ ล้วนมีสิ่งยั่วยวน ชักชวนไปในทางที่ดี และไม่ดี ก็พอๆกัน เด็กน่าเป็นห่วง กว่าผู้ใหญ่ มันจะอยู่ที่เด็กเสียมากกว่าเพราะการที่รู้ไม่เท่าทัน  เพราะกว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ เขาต้องได้รับประสบการณ์ทั้งที่ดี และไม่ดี คนที่ผ่านพ้นสิ่งชั่วร้ายไปได้ก็ดี ก็ดีไป  ส่วนคนที่ไม่รู้อะไรเลยว่าอะไร คือสิ่งที่ชั่ว อะไรคือสิ่งที่ดี เด็กจะมีทิศทางไปในทางคุณธรรมนั้น คงจะหายากยาก ถ้าไม่มีผู้สั่งสอนบอกกล่าว โดยทุกคนร่วมกันไม่ว่าครูอาจารย์พ่อแม่ มาร่วมตั้งใจ เปลี่ยนวิธีการสอนเขาแบบใหม่  เหมือนสอน แต่ไม่ได้สอน แต่ให้เขาคิดมากๆ

 

พ่อแม่ปากก็พร่ำสอนให้ลูกเป็นคนดี   สอนให้ลูกทำแบบนั้นว่าดี ทำอย่างนั้นว่าดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่พ่อแม่กลับไปทำอีกอย่างหนึ่งที่สวนทางกัน พ่อแม่ยังไม่ทำเลย ถ้าว่ามันดี  ลูกก็สับสน ฉะนั้นพ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่าง(ตอนนี้สอนสังฆราชอีกแล้ว) เหมือนที่โตแล้วยังมาแข่งเรียนกับลูก  ด้วยหวังว่าอยากให้ลูกรู้ว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่ช่วยลูกได้ในอนาคต  เรียนให้ลูกมันได้คิด  ว่าแม่แก่แล้ว(ตามจริงแม่ก็ยังไม่แก่หรอกนะ แต่ด้วยรู้ศักยภาพตนเอง  เลยให้ไปอยู่ประเภทคนแก่   แต่แก่แล้วไม่แก่เลยคะ) แล้ว ยังต้องหาความรู้เสริมตนไว้ เพราะความรู้สามารถใช้เป็นวิทยาทานเลี้ยงตนให้รอดได้ เพื่อเสริมศักยภาพแห่งตน ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อการยอมรับ ว่าเราก็มีความรู้ระดับหนึ่ง   ว่าไป ว่าไป ว่าคิดได้ว่างั้นเถอะ เจ้าของบล็อคก็อยากจะชวนเพื่อนๆ  เราอย่ามาแก่แล้วแก่เลย  จงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อสังคม ว่าไป ว่าไป ให้กลับมาเป็นวัยรุ่น  (รุ่นแรกแย้มฝาโลง)ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ว่าไปแล้วก็มานั่งคิดอีก ที่ผ่านๆมา คิดไป แล้วก็นั่งทำตาปริบๆ อืม  ......

--มีไหมบางครั้งลูกสอบได้ที่  1  มาบอกพ่อแม่  พ่อแม่ก็ดีใจว่าลูกตนเองเก่งมาก เก่งมาก แต่หารู้ไหมว่า ลูกตนเองไปลอกข้อสอบเขามา เด็กรู้จักใช้เล่ห์กลไปลอกเขามาตั้งแต่เป็นเด็กก็ไม่ซื่อสัตย์เสียแล้ว  ก็คิดว่าลูกตนเรียนเก่ง ไม่รู้ว่าลูกตนเองหัดโกงเก่งตั้งแต่เด็กเสียแล้ว ฉะนั้นสอบครั้งไหนก็ลอก เก่งทุกที เช่นกัน

--มีไหม พ่อแม่ เคยไปแอบดูลูกตนเองเรียนหนังสือ ว่าแท้จริงแล้วไปโรงเรียนทุกวันหรือเปล่า หรือไปแอบดูครูสอนแบบไหน  มีไหมซักครั้ง ว่าลูกเรียนเช่นไร สอนกันอย่างไร เคยเปิดดูการบ้านลูกหรือเปล่า  กลับมาบ้านไม่เห็นทำซักที หรือรอไปลอกเพื่อน

--และมีไหม  บางครั้งลูกตนเองถูกลงโทษ เพราะครู  ลูกกลับบ้านไปฟ้องพ่อแม่ ว่าครูทำโทษ มีไหมพ่อแม่ โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ เกิดมาไม่เคยตีลูกซักที  ครูเป็นใคร ถึงกล้ามาตีลูกฉัน

--เคยคิดไหมว่าที่ครูตี เพราะอยากให้นักเรียนเรียนรู้ผิดรู้ถูก ในสังคมการอยู่รวมกัน  ต้องมีกำหนดกฏดกณฑ์  สังคมถึงจะอยู่ได้ด้วยความสงบ คนผิดต้องโดนลงโทษ เพราะการลงโทษเพื่อการสำนึก เรารู้ว่าบางครั้ง เด็กยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์  อาจจะพลาดพลั้งได้  ถ้าไม่เตือนสติ  และทำโทษบ้าง แต่การลงโทษของครูก็สำคัญ อย่าลงโทษด้วยอารมณ์ ลงโทษบอกเหตุผล อย่าให้เด็กได้อาย  เพราะจะเป็นปมด้อย เด็กเลยจะเกเสียเลยเพื่อสร้างปมเด่น มันจะเป็นภัย  ควรให้มีการลงโทษบ้าง แต่ต้องด้วยเหตุผล อย่าเอาอารมณ์เป็นใหญ่  บางทีก็อยากปล่อยให้ธรรมชาติดูแลเขาบ้าง เพื่อเขาจะได้รู้จัก คิดเอง ทำเอง และให้รู้ว่า เมื่อทำดีแล้วต้องได้รับความดีตอบแทน แต่เมื่อกลับมาคิด  มันจะรู้จักไหมที่เราคิด หรือจะปล่อยไป  ถ้าปล่อยไป เกรงว่าธรรมชาติจะลงโทษเขาหนักยิ่งกว่า  ที่เราคาดไม่ถึง นี่แหละการห่วงใยของพ่อแม่

 

วันนี้  รูสึกว่า  ความคิดมันระดมมาหลายเรื่องหลายอย่าง