ครูดี ครูเก่ง หรือครูเพื่อศิษย์ น่าจะมีได้หลายแบบ ผมลองรวบรวมเอามาแลกเปลี่ยน เพื่อให้มิตรในวงการศึกษาช่วยกันเติม
• ครูสอนดี เอาใจใส่ลูกศิษย์ เตรียมการสอนดี มีวิธีการสอนดี เด็กเรียนสนุก แค่นี้ก็เหลือหลายแล้ว
• ครูรักเด็ก ดูแลเด็กเป็นคนๆ คอยช่วยเหลือให้กำลังใจเด็ก เหมือนเป็นแม่หรือพ่อของเด็ก
• ครูจุดประกายพลังความเป็นคน พลังของความกระตือรือร้น พลังของความใฝ่ฝัน (inspiration) ให้เด็ก ผมอยากได้ครูแบบนี้มากๆ อยากให้มีการจัดประชุมเชิญครูดีมา ลปรร. ประเด็นนี้ และหาทางสนับสนุน R&D ในหัวข้อ “การจุดประกายชีวิตให้แก่เด็กต่างวัย ต่างแวว” ผมคิดว่าเวลานี้เราต้องการการศึกษาที่ปลุกให้เด็กตื่น รู้จักตัวเอง รู้ว่าตนเองอยากทำอะไร อยากทำอะไรให้แก่สังคม หรืออาจกล่าวว่าเป็นเด็กที่รู้ว่าตนเกิดมาเพื่ออะไร
• ครูสามัคคีร่วมใจ เป็นสภาพของโรงเรียนที่ครูรักใคร่ช่วยเหลือกัน แม้จะเปลี่ยนผู้บริหารบรรยากาศนี้ก็ดำรงอยู่ ผมว่ากระทรวงศึกษาธิการน่าจะเสาะหาโรงเรียนแบบนี้เอามายกย่อง และหาคนไปศึกษาว่าสภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
• ครูจุดประกายพลังความดี จิตอาสา เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากสอนหรือจัดกิจกรรมให้เด็กปฏิบัติแล้ว ตนเองก็ปฏิบัติเป็นตัวอย่างด้วย ยิ่งดีถ้าครูทำกันเป็นทีม หรือทั้งโรงเรียน นี่ก็เหมือนกัน กระทรวงศึกษาฯ น่าจะเสาะหาโรงเรียนแบบนี้เอามายกย่อง และหาคนไปศึกษาว่าสภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเน้นว่า ต้องมีการดำเนินการต่อเนื่อง ๕ – ๑๐ ปี ไม่ใช่ทำเป็นโครงการเอาไว้ให้คนดูหรือเอาคะแนน
นอกจากกระทูว่า ครูดีทำอะไร แล้ว ผมขอเพิ่มกระทู้ที่ ๒ ว่า กระทรวงศึกษาฯ / สพฐ. ควรทำอะไรกับครูเหล่านี้
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มิ.ย. ๕๒
เรียน ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์
ครูบ้านนอกที่อยู่ตามโรงเรียนชนบท โดยส่วนตัวคิดว่า คุณครูเหล่านี้ เป็นผู้เสียสละ เพราะงบประมาณที่ได้รับมันน้อย พื้นฐานการศึกษาจะแข็งแรง ต้องเริ่มต้นจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ อนุบาล และประถมศึกษา
ครูบ้านนอกที่อยู่ตามโรงเรียนชนบท โดยส่วนตัวคิดว่า คุณครูเหล่านี้ เป็นผู้เสียสละ เพราะงบประมาณที่ได้รับมันน้อย พื้นฐานการศึกษาจะแข็งแรง ต้องเริ่มต้นจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ อนุบาล และประถมศึกษา
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์beeman แต่ขอเสริมในประเด็นเสาะหาครูเมื่อเจอแล้วก็ให้ครูที่คิดว่าเป็นต้นแบบเป็นอาจารย์โรงเรียนพัฒนาครูเลยก็น่าจะดีนะครับ(แต่ต้องเตรียมการให้พร้อมก่อนจะทำ พอทำแล้วจะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใช่หรือเปล่าครับ) แล้วจัดอบรมให้แก่ครูที่อยู่ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อจะได้ประหยัดงบประมาณรัฐในการพัฒนาครูและได้ผลผลิตครูที่มีคุณภาพต่อไป(ใช้เวลาในช่วงปิดเทอมก็น่าจะได้นะครับ)
และเห็นด้วยกับคุณทางเดินแห่งรักในประเด็นโรงเรียนชนบทครับ ระบบการจัดสรรงบประมาณกลายเป็นตัวจำกัดการพัฒนา จะทำให้เด็กชนบทเรียนรู้เท่าทันหรือเท่าเทียมเด็กในเมืองค่อนข้างยากมาก กระผมได้เจอนักเรียน ม.1 ชนบท หลายคนใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น แต่กระผมเจอหลานที่อยู่ในเมือง แค่อนุบาล2 ก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเล่นเกมส์ได้อย่างคล่องแคล่ว กระผมยังเรียนรู้จากเด็กอนุบาลเลยครับ เพราะไม่เคยเข้าไปเล่นเกมส์ในอินเตอร์เน็ต อิอิ
กระผมคิดว่าประเทศไทยเราต้องการครูอีกกี่แบบ ก็ไม่สำคัญเท่ากับการเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของการศึกษา ที่จะทำให้คนไทยมีการศึกษาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถสร้างฐานความรู้ ความคิด อันดีงามที่จะสร้างสรรสังคมโลกต่อไปใช่หรือเปล่าครับ