
3. อนิยตะ (Aniyata ) เป็นพระวินัยประเภทที่ 3 มีทั้งหมด 2 ข้อ
| (18) | Paṭhamaaniyatasikkhāpada (สิกขาบท: อนิยตะข้อที่ 1) | |
| (ห้ามภิกขุนั่งในที่ลับหูลับตาสองต่อสองกับสตรี) | more ... | |
| อนิยตะ ข้อ 1, สิกขาบทที่ 18 | āpatti | Kamma | |
| (19) | Dutiyaaniyatasikkhāpada (สิกขาบท: อนิยตะข้อที่ 2) | |
| (ห้ามภิกขุพูดเกี้ยวสตรี) | more ... | |
| อนิยตะ ข้อ 2, สิกขาบทที่ 19 |
āpatti | Kamma
|
ข้อมูลจากหนังสือ “พระไตรปิฎก : สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้”
โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
แบ่งตามคัมภีร์ภาษาปาฬิ ชุด 40 เล่ม
โดย อาจารย์สิริ เพ็ชรไชย ป.ธ.9
หมายเหตุ : จากหนังสือ "พระไตรปิฎกสากล : อารยธรรมทางปัญญา... นำสันติสุขและความมั่นคงสู่โลก, พ.ศ. 2550" จัดพิมพ์โดย โครงการสมทบกองทุนเผยแผ่พระไตรปิฎกสากลในสมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์.
ปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2552. (ในการจัดพิมพ์ใหม่ได้มีการปรั บปรุงอักขรวิธีในภาษาไทยตามศัพท์ปาฬิในพระไตรปิฎกปาฬิ ฉบับสังคายนาสากลนานาชาติ พ.ศ. 2500 เช่นเขียนตามภาษาปาฬิในพระพุทธศาสนาว่า ธัมมะ หรือ ธัมม์ (Dhamma) แทน ธรรม; วัคค์ หรือ วัคคะ (vagga) แทน วรรค; สุตตะ (sutta) แทน สูตร ซึ่งต่างจากการเขียนว่า วรรค และ สูตร อันเป็นการเขียนตามรากศัพท์์จากภาษาสันสกฤตซึ่งมิใช่เป็นภาษาที่พระพุทธเจ้า กำหนดให้ใช้สืบทอดพระธัมม์
ส่วนคำอื่นๆ ซึ่งทีี่มิใช่มีกำเนิดจากแนวความคิดพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก เช่น อารยธรรม ก็คงใช้ ธรรม ตามความนิยมเดิม โปรดสังเกตุ ชื่อคัมภีร์พระไตรปิฎกสากลอักษรโรมันที่เขียนตามต้นฉบับการสังคายนาสากลนานา ชาติ พ.ศ. 2500 อักษรโรมัน โดยมีคำว่า "ปาฬิ" ต่อท้ายทุกคัมภีร์ แสดงว่าเป็นพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ เช่น มูลปัณณาสปาฬิ (ดูรายละเอียด) ต่างจากการตั้งชื่อคัมภีร์์ของพระไตรปิฎกภาษาปาฬิ ฉบับอักษรไทย ที่เรียกกันว่า มูลปัณณาสก์
สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม
ขอบคุณมากครับ