สิ่งที่ทำให้อยู่ต่อไปได้ (2)
เรื่องของคุณป้าอุบล พยาบาลผู้้ทำทาน
สำหรับ holistic doctor programme วันนี้ เรามีสอง cases เรื่องนี้เป็นกรณีที่สอง
คุณป้าอุบล เคยเป็นพยาบาลอยู่ที่จังหวัดตรังมาเป็นสิบๆปี ลาออกมาอยู่บ้านตอนปี 2549 ตอนนั้นมีอาการถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ไปตรวจก็พบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำผ่าตัดตัดลำไส้ออกไป และได้รับเคมีบำบัดเพิ่มเติม หลังจากนั้นต่อมาก็เริ่มมีการแพร่กระจายไปที่ตับและกระดูก หมอจึงนัดมาให้เคมีบำบัดชุดใหม่อีกชุดนึง
ตอนเราเข้าไปที่ห้องคุณป้าอุบล พยาบาลกำลังจัดการเอาสายน้ำเกลือออกพอดี หลังจากให้เคมีบำบัดเสร็จ คุณป้าจะมารับ 3 doses ก่อนกลับบ้าน วันนี้เป็นวันสุดท้าย ผมถามคุณป้าว่าปกติหลังเคมีบำบัดจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอะไรเยอะไหม คุณป้าบอกมีนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก มียาป้องกันให้อยู่ก่อนแล้วด้วย
เรามาเยี่ยมคุณป้าอุบลกันกลุ่มใหญ่ 10+ คน เรียกว่ายืนกันเต็มห้องเลย มีญาติๆคุณป้าอีก 3 คนนั่งฟังอยู่ด้วยตอนเราไปสัมภาษณ์
"รู้สึกอย่างไรบ้างครับ"
"สบายดี นี่เดี๋ยวบ่ายนี้ก็จะได้กลับบ้่านแล้ว ได้ยาครบ วันนี้ครบเร็วกว่าปกติ ธรรมดายามันหมดตอนบ่ายๆนะนี่" คุณป้าอุบลตั้งข้อสังเกต
"แล้วมีอาการอะไรที่อยากจะให้หมอช่วยบ้างไหมครับ"
"ไม่มีเลย ไม่มีอาการอะไรจ้ะ"
"แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างจ๊ะป้า เรื่องที่ต้องมา รพ.เป็นพักๆ แล้วที่มันมีการแพร่กระจายอะไรนี่"
"ตอนป้ารู้ว่ามะเร็งมันแพร่กระจาย ก็ไปหาอ่านหนังสือใหญ่เลย ว่ามันเป็นเพราะอะไร เราก็ทำตัวดี ดูแลร่างกายดีมากตลอด ป้าเคยอยู่ห้องผ่าตัดมาก่อนด้วย เคยเห็นคนต้องใส่ท่อหายใจ เห็นอะไรมาเยอะ ไม่เคยนึกว่าเราเองต้องโดนอย่างนั้นเลย ถึงตอนนี้ก็เข้าห้องผ่าตัดมา 5-6 ครั้งแล้ว"
"ทราบมาว่าคุณป้าลาออกแล้วใช่ไหมครับ"
"ใช่จ้ะ"
"แล้วเป็นยังไงบ้างครับ"
ป้ายิ้มกว้าง "โอ๊ย สบายใจมากเลย เบาสบาย ไม่เคยสบายอย่างนี้มาก่อนในชีวิต ตอนทำงานนั้นป้าทำงานหนักมาก ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย กลับบ้านก็หมดแรง หลับสนิท ตื่นมาก็ทำงาน งกๆๆทั้งวัน ลาออกมานี่คิดถูกที่สุดเลย"
"แล้วตอนนี้ึคุณป้าทำอะไรล่ะครับ อยู่บ้าน"
"ป้าชอบทำอาหารจ้ะ ทำอาหารเลี้ยงคน บางทีป้าก็ทำตั้งไว้นะ ให้คนตักเอาเอง ส่วนเขาจะให้เงินเท่าไหร่ก็แล้วแต่เขา"
"อืม.... เป็นวิธีแปลกมากเลยนะป้า แล้วได้กำไรบ้างไหมครับ"
"ไมได้หรอก เขาก็ให้กัน 10 บาท 20 บาท แต่ป้าไม่ว่าอะไร เพราะป้าอยากทำอาหารที่บำรุงสุขภาพจริงๆให้เด็กๆกิน เด็กสมัยนี้มันกินกันแต่อาหารทำให้เป็นโรคกัน ที่ป้าทำก็ไม่ได้หวังกำไรอะไรหรอก เขาให้เท่าไหร่ป้าก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่อยากให้มีอะไรดีๆกินกันเป็นเรื่องสำคัญ"
"แล้วลูกๆคุณป้าเป็นยังไงบ้างครับ"
"โตๆกันหมดแล้ว มีอยู่สำนักงานอัยการคนนึง นี่ท่านอธิบดีกรมก็พึ่งมาเยี่ยมป้านะ"
"เหรอครับ รู้่จักกันมาก่อนเหรอครับ"
"เปล่า เขารู้จักลูก บอกว่าลูกเป็นคนดี เลยอยากมาเยี่ยมป้า" ป้ายิ้มกริ่ม
"เขาอยากจะมาเจอคนที่เลี้ยงคนให้เป็นคนดีนี่เอง ใช่ไหมป้า" เราเสริมไป คุณป้ายิ้มรับ "แล้วที่คุณป้าทำอาหารเป็นทานให้คนอื่น ให้เด็กๆกินนี่ เคยเล่าให้ลูกๆฟังไหมครับว่าป้าทำไปทำไม"
"เขารู้ เขาทราบว่าป้าทำไปทำไม" คุณป้าอุบลตาเป็นประกาย เมื่อคิดถึงลูกๆ "เลี้ยงดูลูกนั้น เราเป็นคนปลูกต้นไม้ เราก็ต้องประคบประหงม ดูแลให้งอกงามไปในที่ที่ดีดี ป้าเป็นคนแบบนั้น"
"ถึงตอนนี้ก็เป็นตอนเก็บเกี่ยวใช่ไหมครับคุณป้า" ผมถามต่อ
"อีกหน่อยเขาก็จะสอนลูกหลานเขาต่อๆไป ว่านี่คึือสิ่งที่ครอบครัวเราทำกัน"
คุณป้าอุบลมีคนมาเยี่ยมมากมาย ลูกๆทั้งสองคนมีอัธยาศัยดี น่ารัก ทั้งเพื่อนฝูงและนายรักใคร่ จนต้องมาเยี่ยม มาดูคุณป้าอุบลด้วย
เรากลับมาให้น้องๆ นศพ.สะท้อนกัน
- ความสุขที่แท้จริง น่าจะมาจากการให้นะครับ ไม่ต้องให้อะไรมาก ขอให้ให้ก็พอ
- เราควรจะดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ บางทีเราใช้ชีวิตตรากตรำเกินไป
- เราควรจะกินอาหารให้ดีกว่านี้หน่อย หาเวลามีความสุขบ้าง
- พูดถึงเรืื่อง positive นั้น ให้ได้เรื่องราวจากของคนไข้่จริงๆ พอพูดเรื่องเหล่านี้แล้ว แกก็มีความสุขได้แล้ว ไม่ต้องให้ยา ให้อะไรเลย
- เราทำอะไรไปในอดีต ก็เพื่อจะเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ของมันในอนาคต
- เราควรจะเริ่มสะสมความทรงจำดีๆ เก็บเอาไว้ใช้เป็นต้นทุนเวลาจำเป็นในอนาคต
- จะสู้ชีวิตแบบคุณป้าได้ น่าจะเป็นการใช้ชีวิตมาทั้งหมด ไม่ใช่พึ่งจะมาทำได้ตอนนี้นะ
เราได้เห็น fighters สองคน เป็นนักสู้ชีวิตที่ใช้ภาษาคนละอย่างในการเผชิญความจริง คนหนึ่งบอกว่า "เราอยู่กับเขา กับมะเร็ง ก็มีความสุขได้" อีกคนหนึ่งบอกว่า "เราต้องหาความสุขในชีวิต ทำอะไรก็ได้ มีมะเร็งก็รักษาไป" ทั้งสองวิธีเป็นวิธีและเป็นวิถีการใช้ชีวิต จาก Who they are จากคนที่เป็นเช่นนั้นจริงๆ จะมีสักกี่อาชีพที่เราจะได้มีโอกาสมาร่ำเรียนบทเรียนสูงสุดแบบนี้ ได้ถึงสองเรื่อง สามเรื่องในเช้าเดียว
ขอบคุณจริงๆ
เจอแบบนี้ พวกหมอเราต้องรู้ตัวว่าเป็นเวลาที่เราเข้าไปเรียนวิธีใช้ชีวิตจากคนไข้แล้วครับ
ชอบวิธีคิดในการเลี้ยงลูกจังครับ...ผมเองอ่านแล้วได้คิดเลยครับว่าโชคดีแค่ไหนที่ลูกยังเล็กและมีโอกาสได้อ่านบทความนี้..มีโอกาสที่จะใส่ใจเขาให้มาก
ขอบพระคุณคุณพี่นงนาทมากครับ
ฟังเรื่องเล่าแบบนี้ แล้วมีกำลังใจค่ะ รู้สึกดี และอยากให้กำลังใจทั้งสอง cases นี้ด้วยค่ะ