การที่มีโอกาสมาจัดประชุมที่จังหวัดขอนแก่นคราวนี้ นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการต่อยอด การพัฒนาคุณภาพไปสู่ความยั่งยืนแล้ว แม่ต้อยยังมีโอกาสดีดี ในการได้เข้าไปรู้จักและเรียนรู้ แนวคิด วิธีการทำงานของผู้ที่ทำงานในพื้นที่ ไม่ว่า จะเป็นท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล หรือทีมงาน ได้เห็นความคิดที่ดีดี ของทีมงาน ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะให้ประชาชน มีสุขภาวะที่ดี
เมื่อสิ้นสุดการประชุมในวันแรก ซึ่งกว่าจะ เลิกก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นกว่าๆ แล้ว แม่ต้อยสังเกตว่า แม้ว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการเรียนรู้ แต่น้องๆก็ยังอยู่ พุดคุยกันบ้างในห้องประชุม เพราะว่าส่วนใหญ่ น้องๆพักที่โรงแรม( สนับสนุนจากพรพ. อิอิ) จึงไม่ต้องรีบร้อนที่จะต้องเดินทางกลับเหมือนทุกครั้ง
เย็นวันนั้น แม่ต้อยพาทีมน้องๆจากพรพ. และ น้องกุ้งไปทานอาหารประจำท้องถิ่น ที่แม่ต้อยโปรดปรานเป็นที่สุด อันได้แก่ ส้มตำ ปลานึ่ง แกงอ่อม และชนิดอื่นๆอีกมาก
แม่ต้อยได้เห็นความสามารถของน้องพอลล่า ลูกน้องคนเก่งของแม่ต้อยอีกด้านหนึ่ง ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน คือวันนั้นเราขอยืมรถ Ambulance ของโรงพยาบาลเป็นพาหนะ เพราะอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า งานนี้ทางพรพ.เป็นเจ้าภาพ จึงไม่มี เจ้าภาพจริงๆที่ขอนแก่นที่จะมาคอยดูแลเป็นเรื่องเป็นราว พอลล่าเป็นโชเฟอร์ ขับรถให้พวกเรานั่งอย่างคล่องแคล่ว โดยมีแม่ต้อยนั่งภาวนาไปตลอดทางว่าหากถูกตำรวจเรียกจับ เราจะทำยังไงดี.น้า..
แต่ว่าทุกกลับอย่างราบรื่น หลังจากพวกเราทานส้มตำเสร็จ แม่ต้อยเริ่มทำตาปรือๆ น้องกุ้งมาชวนแม่ต้อยว่า
“ ไปเที่ยวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กันไหมคะ แม่ต้อย?”
น้องพอลล่าก็เสริมอีกว่า
“ ไป..ไปนะแม่ต้อย ..จะเอาตุ๊กตาไปให้น้องด้วย ...มีคนฝากมาให้อีกสองตัว..”
เราจึงตัดสินในใช้รถ Ambulance คันนั้นไปที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ดูค่อนข้างสมศักดิ์ศรี ขึ้นมาบ้าง อิอิ เพราะว่าเราจะไปเยี่ยมคนไข้กัน น่าจะมีเหตุผลในการเจรจากับตำรวจ 55555
ที่จริงเป็นความตั้งใจของแม่ต้อยเหมือนกันที่จะได้มีโอกาสดีดี มาเยี่ยมที่ทำงานของน้องๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องกุ้ง น้องไก่ หรือน้องแดง น้องแก้ว ที่มีเรื่องเล่าดีดี ผ่านบล้อกนี้
และโอกาสนี้ก็มาถึงแม่ต้อยในวันนี้แล้ว....
แม่ต้อยและน้องๆได้เข้าไปเยี่ยมในแผนกผู้ป่วยเด็กมะเร็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไข้ระยะสุดท้าย เมื่อเปิดประตูลิฟท์ ออกไป สิ่งแรกที่สัมผัสคือ ห้องโถง สีขาว ปนเขียวอ่อน ให้ความรู้สึกสบายตามีเตียงน้องๆคนไข้ที่มีอาการดีขึ้นอยู่ประมาณสักสองสามเตียง รอบๆเตียงเต็มไปด้วย บรรดาของเล่น ลูกโป่งสีสวยๆ หรือตุ้กตาบ้าง
มีเด็กประมาณ ๓ หรือ ๔ เตียงที่อยู่ในบริเวณนี้ และทุกเตียงจะมีแม่ หรือญาติของน้องๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
น้องกุ้งพาแม่ต้อยเข้าไปทักทายน้องโชค ที่น่าจะมีอายุสัก ๘ หรือ ๙ ขวบเท่านั้น แต่ก็ป่วยแล้วด้วยโรคร้าย ...
น้องโชคกำลังเล่นเกม คอมพิวเตอร์ ที่ทาง ward นี้จัดให้ คงเหมือนเด็กชายทั่วๆไปที่เกมส์นี้เป็นที่โปรดปราน..และโรงพยาบาลก็คงจะเข้าใจจึงได้จัดหามาให้
“ เป็นคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับบริจาคมาคะ “ น้องกุ้งอธิบายเพิ่มเติม
น้องโชคผละจากเกมส์ คอมพิวเตอร์ ที่กำลังเล่น หันมายกมือไหว้ พวกเราที่เป็นแขกยามวิกาล ใบหน้ายิ้มแย้มไม่มีร่องรอยของความทุกข์ใจจาก โรคของตัวเองแม้สักนิด
เมื่อแม่ต้อยแวะไปเยี่ยมน้องอีกเตียงที่อยู่ตรงข้าม ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย เพราะตัดผมเกรียนสั้น นั่งใจจดใจจ่อทำอะไรสักอย่าง อย่างขะมักเขม้น
“ ยังไม่นอนอีกหรือคะ? แม่ต้อยลองถามดู
ด้วยใบหน้ายิ้มๆ น้องหันมาตอบแม่ต้อย “ ยังคะ “ ถึงทราบว่าเธอเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุน่าจะประมาณ ๑๔ -๑๕ ปี
เธอกำลังพับริบบิ้นสีสวย บนเหรียญกษาปณ์ขนาดต่างๆ มีเหรียญหนึ่งบาท ห้าบาท เมื่อเสร็จแล้ว จะเป็นรุปดอกบัวแปดกลีบมีเหรียญอยู่เงินภายใน
“ เอาไว้สำหรับให้เขาโยนตอนบวชนาคคะ.... สวยดี ..” เธอบอก
แม่ต้อยน้ำตารื้นขึ้นมาทั้งสองข้างในทันที ชีวิตเยาว์วัยของเธอถูกคุกคามด้วยโรคร้าย แต่เธอกลับใช้ชีวิตที่เหลือ ทำเพื่อคนอื่นๆ
“ เธอมีมะเร็งในร่างกาย .. แต่เธอไม่ได้เป็นมะเร็ง”
แม่ต้อยแทบไม่เชื่อว่าเธออยู่ในระยะสุดท้ายของการรักษาแล้ว
เธอสามารถ สร้างสุขภาวะ ให้เกิดขึ้นกับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณของเธอเองด้วยอย่างงดงาม
เมื่อแม่ต้อยเข้าไปเยี่ยมด้านในเข้าไปอีก จะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการค่อนข้างหนัก ต้องใช้อุปกรณ์ การแพทย์ตลอดเวลา หรือต้องการการดูแลต่อเนื่องใกล้ชิด
ทุกๆเตียง จะมีน้องๆที่ป่วยนอนบนเตียง มีแม่และพ่อเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด บนเตียงจะมีของใช้ต่างๆของน้องๆ วางรอบๆเหมือนบ้านหลังเล็กๆ เตียงก็มีความกว้างขวางพอที่แม่จะเข้าไปนอนเพื่อปลอบโยนให้ลูกได้ซบไออุ่นได้ เวลาเจ็บปวด หรือหวาดกลัว
ใครที่ไม่เคยสัมผัสความรักของพ่อละแม่ น่าจะมีโอกาสได้เห็นบรรยากาศนี้ มันสามารถแทนคำบรรยายได้สักพันคำหมื่นคำ
คนไข้เตียงหนึ่ง เป็นเด็กชายอายุสัก๗ ขวบ หรือมากกว่านั้นสักนิด หน้าตาซีดเซียว ท่าทางอ่อนเพลีย กำลังใช้เครื่องไตเทียมช่วยบนเตียง ข้างๆเตียงมีพ่อและแม่คอยดูแล เช็ดตัว คอยประคองลูกชายอยู่ไม่ห่าง
“ มาเฝ้าทุกวัน ไหมคะ?แม่ต้อยถาม
"มาทุกวันคะ.". แม่คนไข้ตอบ.. พลันสายตาของแม่ต้อยก้มองเห็นหงส์ สีขาว เรียงรายอยู่บนหัวเตียงคนไข้ รู้สึกแปลกตาดี
เป็นหงส์สีขาวที่สวยงาม วางเรียงราย ตั้งแต่ตัวใหญ่ไล่ลงมาตัวเล็กๆ
น้องกุ้งคงรู้ใจจึงไปหยิบมาให้แม่ต้อยดู เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความงดงามมาก คนทำต้องใจเย็นและมีสมาธิเลยทีเดียว จึงจะออกมาสวยงามแบบนี้
“ คุณพ่อ กับคุณแม่.. ของน้อง เขาช่วยกันทำคะ พยาบาลจะเอาแผ่นสติ้กเกอร์ที่ลอกด้านบนออกแล้วมาสอนให้ พ่อแม่น้องทำสิ่งประดิษฐ์ ..”
หงส์สีขาว หลากหลายตัวนั้น..อย่างน้อยๆก็คงช่วยสร้างสมาธิ สร้างความสงบในจิตใจของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ได้บ้าง..แต่ที่มากกว่านั้นคือ กระดาษทุกชิ้น ที่ประกอบขึ้นเป็นหงส์ ตัวนั้น กลั่นมาจาก จิตใจที่รักลูก พร้อมที่จะเสียสละให้ลูกได้
แม่ต้อยทราบทีหลังว่า พ่อแม่คู่นี้ มีลุกชายเพียงคนเดียว ดังนั้นเมือลูกชายป่วยจึงลาออกจากงานทั้งคู่ เพื่อมาดูแลลูก..อย่างใกล้ชิด วันที่พบกัน สายตาของทั้งคู่ยังมีความหวัง..ในโอกาสการหายของลุกชายคนเดียว
“ เป็นความรักอย่างลึกล้ำ และปราศจากเงื่อนไข ที่ พ่อแม่จะ มีให้ลูกคนหนึ่งได้ อย่างที่สุด. น่าจะพิชิตมะเร็งได้..แม่ต้อยอยากจะภาวนาอย่างนี้
วันนั้น เราจึงกลับมาพร้อมกับหงส์ขาวนับสิบตัว เมื่อแม่ต้อยมาเล่าเรื่องของน้องๆให้ ผู้เข้าประชุมฟัง..ทุกๆคน
แทบไม่น่าเชื่อ ในเวลาไม่ถึง ๑๐ นาที หงส์สีขาว ได้เปลี่ยนไปเป็นเงินจำนวนหนึ่ง อาจจะไม่มากนัก
แต่ก็แสดงถึงการให้ ความรัก ความเสียสละ ระหว่างคนที่ทำหน้าที่เป็นแพทย์ พยาบาล ซึ่งเป็นชีวิตหนึ่ง..กับอีกชีวิตหนึ่งซึ่งทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วย..ทุกข์ในใจของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่..
เรื่องราวของ เด็กหญิงที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่กำลังพับเหรียญให้สวยงามสำหรับงานบวชของใครบางคน ที่เธอคงไม่มีโอกาสได้ไป”
เรื่องราวของน้องโชคที่แม้ว่าตัวเองจะเจ็บป่วยระยะสุดท้ายของชีวิตแต่ก็ยังมีน้ำใจสามารถร้องเพลงขับกล่อมให้เพื่อนฟังยามเพื่อนเจ็บป่วย
และเรื่องราวของพ่อแม่ที่นั่งพับกระดาษชิ้นเล็กๆ เพื่อทำเป็นหงส์สีขาว.. และรอเวลาที่ลูกชายคนเดียวจะหาย..แม้ความหวังจะริบหรี่ ดังแสงเทียน
และสุดท้าย เรื่องราวของน้องๆ ผู้เข้าประชุม ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักวิชาการในวันนั้น ได้ร่วมมอบปันน้าใจให้น้องแม้ว่าไม่เคยได้พบเห็นกันมาก่อน
ทำให้แม่ต้อยนึกถึง คำพูดประโยคหนึ่งในหนังสือ..ผู้พิชิตมะเร็ง ที่แปลโดยคุณหมอ อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ใจความว่า
“ ความหมายของชีวิต..ไม่ได้วัดกันที่ความยืนยาว”
แต่ด้วยการให้..และการอุทิศให้ด้วยความรัก”
เป็นการอยู่อย่างมีชีวิต และฟูมฟักให้เบิกบาน.
แม่ต้อยขอขอบคุณ นายแพทย์ จะเด็ด ท่านผอ.รพ.ชุมพลบุรี และทีมงานน้องพรพ.ที่มาช่วยสร้างการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือน้องที่เจ็บป่วยวันนั้นนะคะ
สวัสดีคะ
สวัสดีค่ะแม่ต้อยเรื่องเล่าของแม่ต้อยดีจังเลย
เจ้าของพื้นที่ขอชื่นชมจากใจ...นี่แค่ส่วนหนึ่งนะคะ...
บางครั้งยังมีภาพที่ยากจะอธิบาย...ภาพของเด็กชายที่เหงาจับใจ
อยากให้แม่อยู่ติดกายตลอด ภาพที่น้องเอาเสื้อแม่มากอด....
สีหน้าเศร้าๆ....ความกลัวตาย...กลัวตายโดยไม่ได้สั่งลาแม่...
สวัสดีค่ะเอาภาพมาประกอบคำบรรยายค่ะ
เเม่ต้อยขากุ้งเอาการบ้านมาส่งค่ะบันทึกเสร็จเเล้ว 3 บันทึกนะคะ
ตามไปชมได้เลยค่ะ
หลง HUG (รัก) เเม่ต้อยเข้าเต็มเปาเเล้ว
น้องกุ้งค่ะ
http://gotoknow.org/blog/245/269698
http://gotoknow.org/blog/245/269542
http://gotoknow.org/blog/245/269108
ฝากภาพประทับใจมาให้เเม่ต้อยค่ะ
อยากบอกว่าประทับใจสุด ๆ กับน้ำใจนักชง SHA หมู่เฮาชาวอิสาน จ้า คิดถึงทีไรซึ้งใจทุกทีค่ะ
สวัสดีค่ะ แม่ต้อย อิอิ ...ความประทับใจไม่รู้ลืมค่ะ ขอบคุณแม่ต้อยที่ให้โอกาสพอลล่าได้ทำเรื่องราวดีๆ วันนั้นค่ะ
patty
สวัสดีคะ
คราวหน้าแม่ต้อยจะให้ Patty ร้องเพลงบ้าง
ดีไหมคะ?
♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
สวัสดีบ่..
ขับรถเก่งจังนะเนีย..
เดี๋ยวจะเอารูปมาฝากคะ
สวัสดีค่ะ
มาทักทายแม่ต้อยค่ะ น้องพอลล่าเก่งจริง ๆ ตัวแค่นี้...^__^...
เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้ทั้งคนไข้และผู้ให้การรักษามีกำลังใจนะคะ
และประโยคนี้ได้ใจมาก ๆ เลยค่ะ...เธอมีมะเร็งในร่างกาย .. แต่เธอไม่ได้เป็นมะเร็ง”
คนบางคนร่างกายปกติแข็งแรงดี แต่ใจป่วยอยู่เสมอ ๆ อย่างนี้สู้คนที่มีมะเร็งในร่างกาย แต่ไม่ยอมแพ้และเป็นทาสมะเร็งไม่ได้เลย...
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ขอบคุณสำหรับแรงใจนะคะ
. วงน้ำ SHA ที่ท่าบ่อ
สวัสดีคะ
แม่ต้อยก็ต้องขอขอบคุณน้องๆ จากรพร.ท่าบ่อทุกคนคะ
ทุกๆ"นู๋" ที่น่ารัก และเก่งด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะแม่ต้อย
ขอบคุณที่ให้เกียรติมากมายนะคะ
เป็นบุญวาสนาที่มีคนมองเห็นงานที่ทำอยู่
แค่นี้ก็ถือว่ามากพอ...ดีใจมากมายนะคะ...แต่ต้องร้องเพลง...อะไรดีคะ
บุญฉันมีแต่คงไม่ถึง...
พชรวรัตถ์ แสงทองชนาพงศ์
น้องแหววคะ
แม่ต้อยเองก็ดีใจมากๆคะ
ไม่อยากบอกใครว่า ตอนที่แม่ต้อยพุดบนเวทีนั้นแม่ต้อยเกือยล้มแล้วคะ
แต่ใจสู้มากๆคะ
แหววส่งรูปมาใหม่นะคะ
คิดถึงคะ
แดง
น้องแดงคะ
แม่ต้อยอยากให้น้องแดงมาเล่าเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในโครงการ น้องที่ป่วยจริงๆคะ
มาไม่ได้จริงๆหรือคะ
หากเป้นเช่นนั้น แม่ต้อยต้องจองตอน forum ที่ภาคอิสาณนะคะ เดือนพฤศจิกายนคะ
แต่อยากให้มากรุงเทพฯก่อนคะ
ติดตามข่าวคราวไม่ขาดสายค่ะ
แม่ต้อยเขียนได้ซาบซึ้งและน่าอ่านมากๆค่ะ
อยากส่งกำลังใจให้น้องๆและพ่อแม่ ..และคนทำงานทุกคนอีกหนึ่งกำลังใจนะคะ
. sha-รพ.พะโต๊ะ
สวัสดีคะ
SHA-ลา-ลา
คิดถึงนะคะ และเขียนเรื่องเล่า อีกนะคะ
ชอบอ่านคะ
ชาวบุ่งคล้า+แม่ต้อย+อาจารย์บุญฤทธิ์ มข.