วันนี้ไปห้องสมุด เจอหนังสือน่าสนใจเข้าเล่มนึง จึงอยากเอามาเล่าแบบ AAR ให้ฟังค่ะ
บางมุุม"ความสำเร็จ"ที่คุณต้องมอง...คนละมุมมอง
โดย ต้นสกุล สุ่ย
ทำไมจึงหยิบมาอ่าน
ติดใจประโยคที่ผู้เขียนเกริ่นว่า
"..ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ความสำเร็จของคนไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ หรือใครก็ตาม มักมีรากฐานแห่งความสำเร็จซ่อนอยู่"
แล้วมันมีอะไรซ่อนอยู่ล่ะ??
มีเรื่องเล่าว่า คุณบุญกิจ ลีเลิศพันธ์ เจ้าของบริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ผู้ซึ่งเริ่มต้นกิจการด้วยการเปิดขายยาสีฟัน ณ ท้องสนามหลวง และขยายไปสู่ต่างจังหวัด เป็นตลาดแบบเดินเคาะประตูบ้าน แล้วทดลองขายกันเดี๋ยวนั้น จนในที่สุด ด้วยคุณภาพสินค้าจึงทำให้มีลูกค้ามากมาย แต่เค้ากลับถูกฟ้องจากคู่แข่งว่า ยาสีฟันไม่มีใบกำกับยา เขาจึงต้องติดคุกถึง 3 ครั้ง จนในที่สุด คุณบุญกิจ ก็แนะนำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ใช้ซะเองเลย แล้วก็ไปจดทะเบียนให้ถูกต้อง แต่แล้วเค้าก้ต้องเจอวิบากกรรมอีกครั้งเมือ่โรงงานถูกไฟไหม้ แต่ด้วยปรัชญาที่ว่า "ทุกอุปสรรคคือครู" ทำให้เค้าลุกขึ้นมาอีกครั้ง และเพิ่มผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ จนในที่สุด ภายใต้แบรนด์ ดอกบัวคู่ ก็สามารถตีตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ
มีเรื่องเล่าอีกว่า
คุณ ถนอม อังคณะวัฒนา เจ้าของตลาดไท เคยให้เหตุผลในการเลือกบริเวณทุ่งรังสิตแทนที่จะเป็นบริเวณถนนบางนา-ตราด เป็นที่ตั้งของตลาดว่า เพราะบริเวณนี้เป็นจุดรอยต่อระหว่างเมืองกับชนบทอย่างลงตัวเพราะไม่เพียงอยู่ใกล้กับจังหวัดนครนายก พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี บริเวณนี้ยังเป้นประตูด่านหน้าที่หลายๆจังหวัดทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งรวมๆแล้วมากกว่า 48 จังหวัด!!ทั่วประเทศ ต้องผ่านเข้ามาสู่เมืองกรุง
นอกจากนั้น
คุณ วิชา พูลวรลักษณ์ เจ้าของ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ทุกสาขา ผู้ซึ่งได้แนวคิดจากผู้เป็นพ่อ "ที่ไหนมีปลา ให้ไปจับปลาที่นั่น" ได้ให้แนววิธีการเลือกทำเลที่ตั้งของเมเจอร์แต่ละสาขาไว้ที่น่าสนใจมาก
- ต้องอยู่ใกล้สถานศึกษา
- ต้องอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า
- ต้องอยู่ใกล้ชุมชนเมือง
- ต้องใกล้สถานที่ราชการ
- ต้องใกล้จุดต่อรถเมล์หลายสาย
- ต้องเป็นประตูสู่ภาคต่างๆ อาทิ สาขาปิ่นเกล้า สู่ภาคใต้ สาขาสุขุมวิท สู่ภาคเหนือ อีสาน สาขารามคำแหงสู่ภาคตะวันออกตอนบน และสาขาเวิลด์เทรดสู่กลางเมือง
และก็ได้คำคมน่าคิดมาเป็นของแถมค่ะ
"ถ้าลื้อต้องการ ลื้อเอาไป แต่ถ้าลื้อไม่เอา อั๊วก็ขอคืนมา แม้แต่ต้องเสียเปรียบอั๊วก็ไม่ว่าอะไร"
ชิน โสภณพนิช
"กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ"
เทียม โชควัฒนา
หลังจากอ่านจบ ก็เจอมุมที่ตัวเองมองเห็นอย่างนี้ค่ะ
ได้เรียนรู้ว่า
การจะประสบความสำเร็จนั้น รากฐานที่ต้องมีก็คือ
- ความคิดและวิสัยทัศน์
- ความมุ่งมั่น ขยันและอดทน
- มีการติดต่อสื่อสาร มีการสร้างเครือข่าย
- มีจิตวิทยาในการเลือกใช้คน เลือกใช้งาน
- มีความรัก ความจริงใจ และความซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำ
- และต้องมีการวางแผนที่ดี
หลังจากวางหนังสือเล่มนี้ลง ทำให้มองเห็นธุรกิจในมุมที่ต่างไปจากเดิม รู้สึกเข้าใจธุรกิจขึ้น รู้สึกว่ามันมีชีวิตชีวา และมองเห็นความลื่นไหลในตัวมันเองมากขึ้น นอกจากนั้น ก็รู้สึกว่า ชีวิตเราในแต่ละช่วงวัยที่ผ่านเข้ามาก็ไม่ต่างจากการลงทุนทางธุรกิจ ต้องการการวางแผนอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง จิตใจที่แน่วแน่ถือเป็นสิ่งสำคัญ
กลับมามองตัวเอง..การเรียนตอนนี้ก็เหมือนอีกหนึ่งโครงการทางธุรกิจที่ต้องก้าวต่อไป อย่างเป็นระบบ ด้วยความระมัดระวัง
ดังนั้น
การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนความพิจารณาอย่างรอบคอบค่ะ..อิอิ
....................................................................................................

ต้นสกุล สุ่ย.คนละมุมมอง.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์แสงดาว,2547.
ธุรกิจ หลายประเภท ยึดหัวหาดใกล้สถานศึกษาเป็นที่ปักหลักลงทุน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้น ถือเป็นทำเลทองเลยทีเดียว...จนนำมาซึ่งปัญหาในบางเรื่อง แต่ก็อย่างว่า จะโทษเจ้าของธุรกิจเหล่านั้นทั้งหมดก็ไม่ได้ ผู้บริโภค ซึ่งหมายถึงนิสิตนักศึกษานั่นแหละ คือคนที่จะต้องขบคิด สังเคราะห์อย่างมีพลัง...
ขอบคุณครับ
เขียนบันทึกครั้งสุดท้ายไว้วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒
และวันนี้วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕
๓ ปีเต็มแล้วนะ ... สำหรับการเขียนบันทึก
ยินดีต้อนรับการกลับมาอีกคราหนึ่ง ;)...
Wasawat Deemarn จริงด้วยค่ะ ไม่ได้สังเกตเลยนะเนี่ยว่ามันสามปีเต็มเปะเลย 5555 ขอบคุณค่าา
มหัศจรรย์ดีนะ กับการกลับมาอีกครา ;)...
ก๊อก ๆ แวะไปเยี่ยมบันทึกนี้ด้วยนะคะ เปิดตัวแล้วค่ะ Happy Ba Cop ค่ะ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/499040
แล้วพบกันนะคะ