ผมได้เพียงแค่ดูการ์ด แล้วนำไปฝากหนุ่มๆ ในสำนักงานเมื่อกลับเมืองไทย

        พอรถเราจอดที่หน้าโรงแรม Newyork Newyork เราช่วยกันยกกระเป๋าลงจากรถ มันแทบไม่ได้วางพื้นเพราะพนักงานโรงแรมเข็นรถลากมาถึง ยกขึ้นบนรถลากในทันที จนครบทุกใบ น้องสาวผมคุยกับพนักงานสองสามคำ แล้วหันมาบอกผมว่า จะเอารถไปเก็บก่อน เพราะคราวก่อนให้พนักงานโรงแรมเอาไปเก็บ เขาจอดไม่ดี ผมพยักหน้าและมองตามน้องสาวขึ้นรถขับออกไป

        พอผมหันกลับมาอีกที อ้าว.. พนักงานโรงแรมเข็นรถบรรทุกกระเป๋าไปแล้ว ผมรีบพาภรรยาและลูกสาวเดินตาม เจ้าคนนั้นลากเข้าประตูข้าง ผมตามไป ลากเข้าห้องเล็กๆ ผมจะตามไป เขาหันมาบอกผมว่า

       "คุณ.... ไปที่โต๊ะลงทะเบียนนู้น"  แล้วปิดประตู ผมยืนเคว้ง และตกใจ เขาเอากระเป๋าเราไปทำไมทางนั้น เอาวะ... ไปที่ลงทะเบียนก็ไป

       ผมไปที่ลงทะเบียน มองหาน้องสาวและบอกภรรยาและลูกสาวช่วยกันมองหา พักใหญ่ๆ ในขณะที่ผมกำลังวุ่นวายใจ จะเอากระเป๋ากลับคืนได้อย่างไร น้องสาวผมก็เดินมาหน้าตาเฉย

       "เขาเอากระเป๋าไปแล้วนะ" ผมรีบบอก น้องสาวผมหัวเราะท่าทีตกใจของผม แล้วบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาเอาไปส่งที่ห้อง

      "เขารู้ได้อย่างไรว่าเราจะพักห้องไหน" ผมยังสงสัย น้องสาวผมยิ้มและยื่นการ์ดใบหนึ่งให้ดู

      "นี่ไง.... พนักงานโรงแรมให้ไว้ตั้งแต่ยกกระเป๋าขึ้นรถเข็นแล้ว" เออ.. ผมหายโง่เลย โถ...ผมไม่เห็นว่ามีการให้การ์ด ทำเอาว้าวุ่นใจตั้งนาน

       แล้วก็...เป็นไปตามที่น้องสาวผมบอก พอเราไปถึงห้องพักไม่ถึงห้านาทีพนักงานก็นำกระเป๋ามาให้ เราเก็บกระเป๋าเสร็จ ก็ออกมาตลุยราตรีลาสเวกัส

       เรายืนอยู่บนสะพานลอยที่เชื่อมระหว่าง Newyork กับ Excalibur หันหลังให้ปราสาทของกษัตริย์อาเธอร์ จะเห็นไกลออกไปเป็นหอไอเฟิลอยู่ลิบๆ

 Excalibur ถ่ายจากห้องพักในโรงแรม ภาพมัวเพราะไกลและมีกระจกคั่น

      มาลาสเวกัส แล้วจินตนาการว่าได้ไปเที่ยวทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และอีกหลายๆ ประเทศ

ผมกำลังจินตนาการว่าอยู่กลางทะเลทรายในอียิปต์

     ขากลับก่อนถึงโรงแรม เราได้ชมการแสดงของชายคนหนึ่ง แสดงเป็นการ์ตูนสองตัวเต้นระบำ โดยมีกระเป๋าเครื่องเสียงเป็นเพลงทำนองละตินวางอยู่ข้างๆ พอแสดงเสร็จก็ถอดหมวกขอเงิน รอบนั้นมีคนยืนดูสักสิบคน แกคงได้อย่างน้อยห้าเหรียญ

     ในช่วงที่แกกำลังแสดง ผมได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ผม  "กิ๊ดๆ กิ๊ดๆ" พอผมหันไปดูก็เห็นหนุ่มแม็กซิกันยืนยิ้ม แล้วยัดการ์ดขนาดนามบัตรใส่มือผมปึกหนึ่ง ผมยิ้มตอบพลางเอาการ์ดใส่ลงในกระเป๋ากางเกง

     ก่อนนอนคืนนั้น ขณะที่ภรรยาผมหลับไปแล้ว ผมล้วงการ์ดที่หนุ่มแม็กซิกันให้ออกมาดู อุแม่เจ้าเอ๋ย มันเป็นภาพสาวเปลือยในท่าทางต่างๆ บอกค่าบริการและเบอร์โทร. ไว้เสร็จสรรพ ผมถอนใจ ลาสเวกัสในปัจจุบันไม่ต่างจากลาสเวกัสที่ผมเคยมาเมื่อปี 2547 อย่างน้อย คุณตัวทั้งหลายราคาก็ไม่ขยับขึ้นเลย และครั้งนั้นกับครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ตรงที่ผมได้เพียงแค่ดูการ์ด แล้วนำไปฝากหนุ่มๆ ในสำนักงานเมื่อกลับเมืองไทย