วันนี้ชีวิตคนไทยขาดรากเหง้าแห่งชีวิต จึงลอยเคว้งคว้างไปตามกระแสร์และแรงลม

ควันหลงจากการเป็นอนุกรรมการสมานฉันท์ในรัฐสภาไทย ที่ร่วมกันวาดฝันสร้างเมืองไทยที่ปรารถณาในอนาคต ๑๐ ปีข้างหน้า ในมิติของการศึกษาเราพบว่า  สังคมไทยนั้นโดยเฉพาะด้านแวดวงการศึกษา  เราเรียนแต่ภพภูมิแห่งศาสตร์ที่เป็นตวามรู้จากแหล่งต่างๆที่เขาสร้างศาสตร์ความรู้มาให้ใช้ 

แต่ศาสตร์เหล่านี้หาได้สร้างภพภูมิแห่งปัญญาไม่  เรียกว่ามีความรู้ที่จำๆมาแต่ขาดปัญญาในการใช้กับชีวิตจริง  เรื่องนี้ต้องอิงแนวคิดของหมอประเวศน์  พอดีแนวคิดนี้มาตรงกัน 

หากเรียนแต่ศาสตร์จะขาดปัญญา  เพราะปัญญามาจากการได้คิดประดิษฐ์วิธีการที่สอดคล้องกับวิถีสังคม  ชุมชนตนเอง  อันนี้เรียกว่าตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเลยทีเดียว  ปัญญานั้นต้องหาเอาเองแต่ความรู้หาซื้อจากแหล่งศาสตร์ต่างๆได้ไปเรียน ไปอ่านมา

วันนี้ต้องยอมรับว่าจีนเป็นเจ้าแห่งภพภูมิปัญญา  ที่ค้นหามาด้วยตัวเองอันเรียกว่าเป็นรากเหง้าของประเทศ  มาวันนี้ได้นำเอาศาสตร์ความรู้มาต่อยอดปัญญาความคิด  มันเลยรอดร่อนไปทั่วสารทิศได้  ทั้งๆที่เท้าก็ยังติดพื้นดิน

มาถึงสังคมไทยวันนี้ยังไร้รากเหง้าแห่งชีวิต  ขัดกับตัวตน  ไม่ว่าวิถีชีวิตที่ลอกแบบตะวันตกมา  รับวัฒนธรรมเกาหลี ญี่ปุ่นมาใช้  โดยขาดการเอาใจใส่รากเหง้าของตนและโครตเหง้าสักหลาดของตัวเอง  ขาจึงลอยจากพื้นตลอดเวลามีแต่ศาสตร์แต่ขาดสมองปัญญา  จึงลอยเคว้งคว้างไปมาตามกระแสร์แรงเหวี่ยงของวิถีคนชาติอื่นๆ

ระบบเจ้าโครตที่เคยมี  ที่เคยเห็นดีก็หดหายคลายความขลัง  เพราะไปแอบอยู่ข้างหลังคอยชักใยคนอื่นบ้านเมืองเลยปั่นป่วนไปหมด

วันนี้ต้องรีบสร้างรากเหง้าของชีวิตด้วยภูมิปัญญาของตัวเองให้เข้มแข็งและแข็งแรงที่เรียกว่าเป็นฐานแห่งชีวิต  ประเทศชาติจะได้มั่นคงซะที