เขาไม่ใช่ชายไม่ใช่หญิงดังนั้นเรื่องพฤติกรรมและความรู้เรื่องเพศศึกษาของเขาควรจะแตกต่างจากชายและหญิง

     

         

         ทุกวันศุกร์ที่ผ่านมาครูพรรณาได้คุยกับนักเรียนวัยหวานระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโดยสอบถามความเป็นไปของพวกเขาในระหว่างปิดภาคเรียนกับประโยชน์ของกิจกรรมในห้องเรียนวัยหวานว่า

    หลังจากได้ร่วมกิจกรรมนี้แล้วช่วงเวลาที่ผ่านมานักเรียนรู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้าง.....คำตอบรวมๆ พอสรุปได้ว่า 

                      * รู้สึกพึงพอใจและอยากให้มีกิจกรรมนี้ต่อไป และอยากเรียนรู้เรื่องเพศให้มากกว่านี้

                      * พวกเขาถูกเพื่อนๆ ทั้งหญิงชายสอบถามถึงกิจกรรมของห้องเรียนวัยหวานและการตัดสินใจแปลงเพศ  และตอบคำถามของเพื่อนๆ พร้อมทั้งย้ำว่ายังไม่คิดแปลงเพศโดยเด็ดขาด

            ครูพรรณาจึงขอนัดพบนักเรียนอีกครั้งในวันศุกร์ถัดมาครั้งนี้มีเพียงนักเรียนชั้นม. ๓ เข้าร่วมกิจกรรม(ม.๒ เข้าค่ายยังชีพ) คราวนี้พี่สุธรรมนำกิจกรรมสำรวจตนเองมาให้น้องๆ ได้ทำกัน เช่นตอบแบบสอบถามพฤติกรรม  ความรู้สึกและความพึงพอใจในเพศของตนเอง  และสร้างกร้าฟความสุขความทุกข์ของตน  จากนั้นก็สนทนาบอกเล่าและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวแห่งความสุขและความทุกข์ตามเส้นกร้าฟของตน.....ในขั้นนี้ครูพรรณาและพี่สุธรรมก็ได้พบความทุกข์ของเด็กๆ  เป็นเรื่องที่หวั่นใจและไม่อยากได้ยินหรือรับรู้....ทำให้ต้องคิดหาวิธีให้เด็กๆ ได้คุยกับนักจิตวิทยาบ้าง

          และวันศุกร์นี้ น้องม.๒ ก็ได้ร่วมกิจกรรมที่ผ่านมาของพี่ ม. ๓ ในครั้งนี้พี่สุธรรมไม่ได้มาเข้าร่วมด้วย ..........เรื่องราวเดียวกันที่หวั่นใจไม่อยากได้ยินหรือรับรู้ก็ได้รับรู้.....เด็กๆ เล่าเรื่องที่ครูคิดว่าเป็นทุกข์นั้นอย่างมีความสุขที่สุดและเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของตน

            ครูพรรณาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ควรให้ความสนใจและยอมรับนักเรียนหรือเยาวชนวัยหวานพวกนี้ให้มากกว่าเดิม  เขาไม่ใช่ชายไม่ใช่หญิงดังนั้นเรื่องพฤติกรรมและความรู้เรื่องเพศศึกษาของเขาควรจะแตกต่างจากชายและหญิง

            ครูพรรณา  มีนักเรียนวัยหวานที่ยอมรับตนเองและเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๓๐ คน ในปี การศึกษา ๒๕๕๑  และในปี ๒๕๕๒ จำนวนก็อาจไม่แตกต่างมากนักเพราะมีนักเรียนชั้นม. ๓ และ ม. ๖ ที่จบชั้นปีออกไป ....ในปีนี้เท่าที่เห็นลักษณะการเดินและพฤติกรรมชัดเจนของนักเรียนที่เข้ามาใหม่ชั้น ม. ๑ มี ๒ คน ชั้น ม.๔ มี ๕  คน  และในแต่ละช่วงชั้นก็มีช่วงชั้นละ ๑ คน  ที่แสดงตนเป็นดาวเด่นของโรงเรียน

          * ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตั้งแต่เปิดเรียนยังไม่ได้คุยกันเป็นกลุ่มหรือเป็นเรื่องเป็นราว  เพียงแต่ทักทายสอบถามกันเป็นรายบุคคลตามโอกาสต่างๆ ก็พอสรุปได้ความว่าอยากให้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องเพศของวัยหวานตลอดจนการปฏิบัติตนให้เป็นที่ยอมรับของสังคมให้มากกว่านี้*