เรื่องราวของป่านจะช่วยกระตุ้นให้กลไก ต่างๆ ที่จะมีการปรับเปลี่ยนตามกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว จะเร่งปฏิบัติ บังคับใช้กันอย่างจริงจัง
ท่านอัยการคะ วันนี้เป็นเรื่องเล่าของน้องป่าน จากการรับ mail ของมูลนิธิ ผู้หญิง เป็นตอนสุดท้ายค่ะ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ป่าน ยังมีภาระคอยช่วยเหลือแม่ของเธอเองที่ต้องดูแลสามีพิการและรับเลี้ยง หลานอีกสามคน ทุกวันนี้ แม่ของป่านจึงต้องดิ้นรนหาเลี้ยงครอบครัวตาม ลำพัง จากการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ
ป่านบอกกับมูลนิธิฯ ว่า อยากออกไปช่วยแม่ทำงานหารายได้ อยากเห็นหน้าลูกใจ แทบขาด ตั้งแต่อยู่ในคุก ญาติทางสามีไม่เคยพาลูกมาเยี่ยมป่านเลยสักครั้ง มี เพียงแม่กับพ่อพิการที่คอยเทียวมาเยี่ยมเสมอเพื่อให้กำลังใจกับป่าน
จากการรณรงค์ของมูลนิธิฯ เพื่อขอการสนับสนุนรวบรวมเป็นกองทุนช่วยเหลือครอบ ครัวผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ปัจจุบันได้เปิดบัญชีเพื่อการประกัน ตัวผู้ประสบปัญหาวงเงิน 300,000 บาท แต่ก็ได้ทราบว่าศาลอนุญาตให้ประกันตัว เธอได้โดยต้องใช้หลักทรัพย์ในวงเงินสูงถึง 500,000 บาท มูลนิธิฯ จะพยายาม สุดความสามารถในการช่วยถักทอปีกแห่งอิสรภาพให้ป่านได้กลับออกมาเพื่อทำ หน้าที่แม่คอยปกป้องลูกน้อยวัยหกขวบ พร้อมทั้งกลับไปเพื่อดูแลแม่ในวัยไม้ ใกล้ฝั่งหาเลี้ยงครอบครัวที่มีภาระหลาน ๆ อีกสามชีวิต
ในโอกาสนี้ มูลนิธิผู้หญิงหวังว่า เรื่องราวของป่านจะช่วยกระตุ้นให้กลไก ต่างๆ ที่จะมีการปรับเปลี่ยนตามกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว จะเร่งปฏิบัติ บังคับใช้กันอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางที่จะช่วยชีวิตของ ผู้หญิงอีกหลาย ๆ คนที่กำลังเผชิญกับความรุนแรง และอาจพลาดพลั้งต้องกลาย เป็นผู้ต้องหาจากการป้องกันตนเอง อีกทั้งยังหวังว่า สังคมของเราจะเข้าใจและ หยิบยื่นความช่วยเหลือแก่ป่าน ซึ่งเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ที่มีหัวใจไม่ ต่างจากหญิงคนอื่น ๆ ที่รักลูก รักสามี รักครอบครัว
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เรื่องราวของป่าน ก็ดำเนินมาถึงตรงนี้ เรียนท่านอัยการ ช่วยให้ความรู้ ความเห็น และสิ่งที่อาจจะสามารถช่วยเหลือกันได้ เพราะเหตุว่า ได้รู้ได้ฟังเรื่องราวของเธอเข้าพอดี
ต้องขอขอบคุณ กับข้อวินิจฉัยตามแบบฉบับท่านอัยการชาวเกาะนะคะ

สวัสดีค่ะ
มีที่ปรึกษาดีอย่างนี้ ทุกอย่างไปได้ฉลุยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณkrutoi
ค่ะ Gotoknowนี่ดีนะคะ
มีคนเก่งหลากหลายวิชาชีพ
และก็ดูอบอุ่นใจ พร้อมที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา
อย่าลืมรอกลับมาอ่านคำตอบ
จากท่านอัยการชาวเกาะของเรานะคะ
สวัสดีครับคุณหมอรุ่ง
เรื่องราวของน้องป่านน่าสงสารครับ กรณีใกล้เคียงเรื่องนี้ผมเคยสั่งไม่ฟ้องกรณีที่ผู้ต้องหาถูกสามีทำร้ายและถูกเตะถูกถีบเข้าไปในครัว และเมื่อสามีทำร้ายอีก คว้ามีดได้ก็แทงครั้งเดียว สามีถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับผู้หญิงจึงสั่งไม่ฟ้องไป
แต่การที่จะวิเคราะห์คดีมันต้องอ่านเรื่องราวในคดี เรากำลังอ่านจากเรื่องของป่านฝ่ายเดียวโดยที่เราไม่ทราบว่าในสำนวนการสอบสวนเรื่องราวมันเป็นอย่างไร เพราะข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องราวเป็นอย่างที่น้องป่านเล่าไว้ เธอก็น่าจะชนะคดี แต่การสืบพยานก็จะต้องสืบพยานให้ศาลเห็นว่าก่อนหน้านี้เธอถูกกระทำอย่างไรมาบ้าง เธออดทนเพื่อครอบครัวอย่างไรบ้าง แต่ประเด็นสำคัญก็คือต้องสู้ในประเด็นการยกเว้นความผิดครับ เอาเข้าแล้วไหมล่ะ ผมเป็นอัยการอยู่ฝ่ายโจทก์นะครับ มาแนะนำจำเลยสู้คดี เอ๊ะ..ผิดจรรยาบรรณหรือเปล่า อิอิ
ที่บอกว่าประเด็นยกเว้นความผิดนั้นก็คือกฎหมายอาญาเขาให้สิทธิในการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าน้องป่านป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของน้องป่านก็ไม่เป็นความผิดครับ
ทีนี้ผมไม่ทราบว่าตำรวจเขาตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุหรือเปล่า หากเป็นข้อหานี้ควรจะรับสารภาพและขอสืบพยานให้ศาลเห็นถึงสิ่งที่ถูกกระทำมาโดยตลอดชีวิต น้องป่านก็จะรอดคุกได้ครับ แถมเดี๋ยวนี้นโยบายของกรมราชทัณฑ์เขาให้โอกาสแม่ได้เลี้ยงลูกในเรือนจำได้ด้วย อย่างที่ภูเก็ตมีบ้านลุงพิทักษ์ เช้าเด็กก็จะมาอยู่ที่บ้านลุงพิทักษ์ ตกเย็นแม่กับลูกได้อยู่ด้วยกัน ไม่ทราบน้องป่านรู้เรื่องนี้หรือเปล่า
ทีนี้อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติมก็ถามมาได้ครับ
ขอเพิ่มเติมเรื่องการประกันตัวอีกนิดหนึ่ง
ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวหรือยังหรือเพียงเจ้าหน้าที่บอกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทแล้วมีแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทเลยไม่ยื่นเพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่าข้างต้น ลองยื่นไปเหอะแม้เจ้าหน้าที่จะบอกว่าไม่ได้ เราก็ขอยื่นให้ศาลมีคำสั่งออกมา แต่วิธีการก็คือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าน้องป่านถูกสามีกระทำอย่างไร เล่าให้ฟังถึงความยากลำบากที่พ่อแม่น้องป่านกับตัวน้องป่านกับลูกประสบอยู่ และขอความเมตตาจากศาลเป็นกรณีพิเศษ ลองดีกว่าไม่ลองครับ เพราะการให้ประกันหรือไม่เป็นดุลยพินิจของผู้พิพากาครับ อาจเจอผู้พิพากษาใจดีเข้าใจสังคม เข้าใจความยากลำบากของลูกผู้หญิงน้องป่านก็อาจได้รับการประกันตัวครับ
มาแอบอ่านครับ
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
กราบขอบพระคุณมากที่สุด
ครั้งแรกที่ได้อ่านเรื่องที่เขาส่งมาให้
ก็คิดถึงท่านอัยการชาวเกาะก่อนเพื่อนเลย
และก็พยายามจะสื่อด้วยการเขียนบันทึกถึง
เขียนเสียสามฉบับ
รบกวนมากเลย
ได้ความกระจ่างมากมายเหลือเกิน
และดิฉันจะรวบรวมข้อความ
ที่ท่านเสนอแนะมาทั้งหมด
ให้ทางเจ้าหน้าที่"น้องแป๊ะ" ที่ติดต่อดิฉันมา
สิ่งใดที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็ตาม
ถือว่าเราต่างทำหน้าที่
เพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างดีที่สุดแล้ว
ขอขอบพระคุณด้วยความประทับใจอีกครั้งค่ะ
ปล. หากมีอะไรคืบหน้า จะแจ้งให้ทราบค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอJJ
เป็นมุมปรึกษามุมเล็กๆในGotoknow ค่ะ
และได้รับความกรุณากันไปเรียบร้อยแล้ว
ขอบพระคุณที่อาจารย์หมอ
เข้ามาอ่านด้วยกันค่ะ
"ทีนี้ผมไม่ทราบว่าตำรวจเขาตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุหรือเปล่า หากเป็นข้อหานี้ควรจะรับสารภาพ"
กลัวว่าจะเข้าใจผิดเลยต้องมาอธิบายเพิ่มเติม ผมหมายถึงว่า หากตำรวจตั้งข้อหานี้มาตั้งแต่ต้นและอัยการก็ฟ้องอย่างนี้แสดงว่า เขาเห็นในเบื้องต้นแล้วว่าเราถูกกระทำก่อน เราควรรับข้อเท็จจริงครับ(ขออภัยใช้คำผิด) แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรเราสามารถอธิบายได้ ถ้าเป็นไปดังข้อเท็จจริงข้างต้นก็น่าจะรอดพ้นความผิดครับ แต่ถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าถ้าจะหนีก็หนีได้แต่ไม่หนีและมีโอกาสเลือกแทง แล้วเลือกแทงตรงหัวใจ อย่างนี้อาจจะเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุหรืออาจจะเป็นเจตนาฆ่าเลยก็ได้
สาระสำคัญอยู่ที่ มีโอกาสเลือกแทงหรือเปล่า ตัวอย่างที่ผมยกกรณีสั่งไม่ฟ้องเป็นกรณีไม่มีโอกาสเลือกแทง คว้ามีดได้ก็แทงสวนไปเลย อย่างนี้แม้จะตรงจุดสำคัญทำให้ตาย ศาลฎีกาก็ฟังว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ แต่ถ้ามีโอกาสเลือกแทงแทนที่จะเลือกแทงเพื่อปรามการกระทำแต่เลือกแทงจุดสำคัญให้ตายเลยกรณีอย่างนี้ถือว่าเจตนาฆ่า ครับ
สวัสดีค่ะ คุณตันติราพันธ์
เรื่องราวที่เด็กและสตรีถูกทำร้าย
จากชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีและพ่อ
เป็นประเด็นร้อนทุกครั้ง
เมื่อมีโอกาสนำมาตีแผ่
เสนอเรื่องราวให้ประชาชน
ได้ร่วมรับทราบที่มาความเป็นไป
แป๋มเองอ่านเรื่องราวให้นึกสงสาร
หัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันหากเป็นความจริง
แต่ถึงอย่างไรเหรียญก็มีสองด้าน
การกล่างเป็นกลางๆของท่านอัยการชาวเกาะ
ก็น่าคิดค่ะคุณรุ่ง...ขอขอบคุณค่ะที่นำประเด็นนี้
มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีคุณค่ามาก ขอชื่นชมค่ะ.
สวัสดีค่ะคุณ ครูแป๋ม
ชอบสัญญลักษณ์กุหลาบที่ขาวสะอาดของคุณ ครูแป๋ม
นำเสนอตามข้องมูลที่ได้รับมา
แต่เท็จจริงมากน้อยเท่าใดไม่ทราบค่ะ
แต่เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ
และเป็นข้อมูลสำหรับการต่อสู้คดีในชีวิตจริง
บางประเทศถึงกับสอนผู้หญิงให้ฝึกการต่อสู้
กับผู้ที่จะทำร้ายเธอโดยเฉพาะคนในครอบครัว
เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ เป็นความขมขื่นจริงๆ
ขอบคุณนะคะที่ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยกัน
ทำให้Gotoknow ได้เรียนรู้ลดความเหลื่อมล้ำกันได้อีกนะคะ
สวัสดีค่ะพีเกษตรยะลา
ที่ยะลาเป็นอย่างไรบ้าง
บันทึก จดหมายถึงท่านอัยการนี้
ประสงค์จะได้เรียนรู้ ข้อคดีความ และกฎหมายจากท่าน
ซึ่งก็คงเป็นประโยชนืกับหลายๆท่าน
เผื่อมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนรู้จัก
จะได้แนะนำได้
ขอบคุณพี่มากค่ะ
ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิผู้หญิงในคดีน้องป่านค่ะ
หลังจากมูลนิธิผู้หญิงได้ระดมกองทุนช่วยเหลือการประกันตัวน้องป่าน
๑๕-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ประมาณสองสัปดาห์
มีผู้ร่วมบริจาคหญิงชาย ทั้งครอบครัวและบริษัท
ได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือกันเข้ามารวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท
่มูลนิธิผู้หญิงขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
มูลนิธิผู้หญิงได้นำบัญชีเงินฝากประจำสิบสองเดือนจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท
เพื่อยื่นต่อศาลจังหวัดนครปฐมพร้อมกับข้อเท็จจริงเพิ่มเติมของทนายพัชรี พวงสำลี เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ ศาลจังหวัดนครปฐมอนุญาตให้ประกันตัวน้องป่าน เย็นวันนั้นมูลนิธิผู้หญิงและทนายอยู่รอรับน้องป่านที่เรือนจำกลางนครปฐมราวสองทุ่ม แล้วพากันเดินทางกลับบ้านนนทบุรี
่ได้ทราบตั้งแต่ ๑๕.๐๐ น.ว่าศาลได้ส่งเรื่องกลับลงมาและอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว มูลนิธิผู้หญิงรีบโทรศัพท์ไปแจ้งให้แม่ของน้องป่านทราบเรื่องไว้ก่อนค่ะ
ก่อนหน้านี้มูลนิธิผู้หญิงและทนายพัชรีได้ขอปรึกษาท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
จังหวัดนครปฐมขอความอนุเคราะห์ลดหย่อนเงินประกันซึ่งสูงมากคือ๕๐๐,๐๐๐ บาท ศาลท่านได้ให้แนวทางมาว่าให้ส่งข้อเท็จจริงเข้าไปเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีเพื่อพิจารณา ศาลเห็นว่าจากคดีก็มีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาลดหย่ิอน
นอกจากนี้มูลนิธิผู้หญิงได้พาแม่ของน้องป่านไปเขียนคำร้องขอรับการสนับสนุน
ช่วยเหลือการประกันตัวจากกองทุนยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมาด้วยค่ะ ทราบจากเจ้าหน้าที่ประสานงานที่ให้ความช่วยเหลือว่าจะได้รับการพิจารณาจาก
คณะกรรมการในวันที่ ๒๒ มิถุนายน นี้ค่ะ
เวลานี้น้องป่านได้กลับออกมาอยู่ดูแลแม่และได้เจอหน้าลูกสาวแล้วค่ะ
น้องเคยเขียนจดหมายมาคุยเมื่อครั้งที่น้องอยู่ในเรือนจำว่าน้องกังวลใจหลายเรื่อง
โดยเฉพาะอาการป่วยของแม่และความรู้สึกของลูกสาวที่มีต่อน้องป่าน
ลูกสาววัย ๗ ขวบอาจจะได้รับรู้เรื่องราวความรุนแรงในครอบครัว
ครั้นเมื่อน้องป่านออกมาจากเรือนจำเธอจึงรีบไปเยี่ยมลูกสาวที่ฝากเลี้ยงไว้กับแม่
ฝ่ายชายทันที น้องป่านมีเวลาพูดคุยอยู่กับลูกเกือบทั้งวันแต่แม่ฝ่ายชายขอให้
ลูกสาวน้องป่านเรียนหนังสือและอาศัยอยู่กับย่าไปก่อน
น้องป่านเองก็พอจะเข้าใจกับเหตุการณ์ความรู้สึกดังกล่าว
น้องป่านในวัย ๒๒ ปีได้กลับไปอยู่กับแม่ที่บ้านช่วยแม่ขายของชำเล็กๆน้อยๆ่ที่บ้าน เธอเล่าให้มูลนิธิผู้หญิงฟังว่าเธอมีพี่ชายที่สุขภาพไม่ค่อยดีอายุห่างกัน ๕ ปี
พี่ชายของน้องป่านมีครอบครัวแล้วมีลูก ๓ คน ส่วนใหญ่พี่ชายและครอบครัวมักจะอาศัยอยู่ที่อำเภอดอนตูมเสียมากกว่า พี่ชายไม่ค่อยแข็งแรงจึงไม่ได้ช่วยงานของแม่ได้น้องป่านจึงเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของบ้านในเวลานี้ที่จะช่วยเลี้ยงดูแม่และ้ลูกสาว
น้องป่านคิดถึงการสร้างชีวิตใหม่อีกครั้ง แม้ว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไปก็ตาม
น้องป่านเขียนในจดหมายว่า...ป่านรู้สึกโชคดีและอุ่นใจอยู่บ้างเพราะอย่างน้อยป่านยังมีแม่ ลูกสาวและคนอีกมากในสังคมที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้...
เชื่อว่าน่าจะ่ยังมีผู้หญิงอีกหลายชีวิตที่กำลังเผชิญความรุนแรงอยู่ในขณะนี้
การคำนึงและตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรี เสรีภาพความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง
น่าจะเป็นแนวทางเพื่อให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิผู้หญิงได้
รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวคิดชายเป็นใหญ่อันเป็นที่มาของความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างเพศที่ไม่เท่าเทียมกันนี้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปานจิต
เป็นความรู้สึกยินดีมากๆ
โดยเฉพาะกับน้องป่าน
และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวข้องทุกคน
จนในที่สุดเราก็ได้คืนอิสรภาพให้น้องป่าน
แม้จะชั่วคราว
แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดี
หากมีสิ่งใดที่จะช่วยได้
โดยเฉพาะข้อกฎหมายจากท่านอัยการชาวเกาะ
ดิฉันยินดีเป็นสื่อกลางให้ค่ะ
ฝากให้กำลังใจน้องป่านด้วยค่ะ
และขอให้หมดเคราะห์กรรมโดยเร็ววันค่ะ
นอกจากจะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่น้องป่านได้ประกันตัวแล้ว ก็เป็นนิมัตหมายที่ดีด้วยว่าคดีของเธอจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรมแน่นอนครับ
ขอแสดงความยินดีในเบื้องต้นก่อนครับ
ขอขอบพระคุณมากค่ะ คุณบุญรุ่งและท่านอัยการชาวเกาะที่กรุณาเป็นสื่อกลางและให้ความรู้ความเข้าใจที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง และกลายมาเป็นผู้ต้องหา/จำเลย กรณีของน้องป่านได้สะท้อนสภาพสังคมปัจจุบันที่ผู้หญิงยังคงเผชิญความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ แล้วก็ตาม
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
ขอบคุณที่โลกยังหมุนอยู่ จนทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ได้มาพบกัน
จึงเกิดนิมิตหมายที่ดี
ตามที่รับทราบกันแล้วค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปานจิตต์
ดิฉันก็รู้สึกยินดีกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
จนทำให้น้องป่านพบอิสรภาพ
แม้จะชั่วคราวก็ตาม
สวัสดีครับหมอรุ่ง
ก็ขอให้น้องป่านโชคดีนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณนายช่างใหญ่
เรื่องของน้องป่าน
เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่ง
ของG2K นะคะ