สวัสดีครับคุณหมอรุ่ง

เรื่องราวของน้องป่านน่าสงสารครับ กรณีใกล้เคียงเรื่องนี้ผมเคยสั่งไม่ฟ้องกรณีที่ผู้ต้องหาถูกสามีทำร้ายและถูกเตะถูกถีบเข้าไปในครัว และเมื่อสามีทำร้ายอีก คว้ามีดได้ก็แทงครั้งเดียว สามีถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ผมเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับผู้หญิงจึงสั่งไม่ฟ้องไป

แต่การที่จะวิเคราะห์คดีมันต้องอ่านเรื่องราวในคดี เรากำลังอ่านจากเรื่องของป่านฝ่ายเดียวโดยที่เราไม่ทราบว่าในสำนวนการสอบสวนเรื่องราวมันเป็นอย่างไร เพราะข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งก็ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องราวเป็นอย่างที่น้องป่านเล่าไว้ เธอก็น่าจะชนะคดี แต่การสืบพยานก็จะต้องสืบพยานให้ศาลเห็นว่าก่อนหน้านี้เธอถูกกระทำอย่างไรมาบ้าง เธออดทนเพื่อครอบครัวอย่างไรบ้าง แต่ประเด็นสำคัญก็คือต้องสู้ในประเด็นการยกเว้นความผิดครับ เอาเข้าแล้วไหมล่ะ ผมเป็นอัยการอยู่ฝ่ายโจทก์นะครับ มาแนะนำจำเลยสู้คดี เอ๊ะ..ผิดจรรยาบรรณหรือเปล่า อิอิ

ที่บอกว่าประเด็นยกเว้นความผิดนั้นก็คือกฎหมายอาญาเขาให้สิทธิในการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าน้องป่านป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของน้องป่านก็ไม่เป็นความผิดครับ

ทีนี้ผมไม่ทราบว่าตำรวจเขาตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุหรือเปล่า หากเป็นข้อหานี้ควรจะรับสารภาพและขอสืบพยานให้ศาลเห็นถึงสิ่งที่ถูกกระทำมาโดยตลอดชีวิต น้องป่านก็จะรอดคุกได้ครับ แถมเดี๋ยวนี้นโยบายของกรมราชทัณฑ์เขาให้โอกาสแม่ได้เลี้ยงลูกในเรือนจำได้ด้วย อย่างที่ภูเก็ตมีบ้านลุงพิทักษ์ เช้าเด็กก็จะมาอยู่ที่บ้านลุงพิทักษ์ ตกเย็นแม่กับลูกได้อยู่ด้วยกัน ไม่ทราบน้องป่านรู้เรื่องนี้หรือเปล่า

ทีนี้อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติมก็ถามมาได้ครับ