เมื่อ 15 ปีที่แล้ว  ครูอ้อยอยู่ที่ต่างจังหวัด  เรามีบ้านหลังเล็กๆๆ  ลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ ชั้นเดียว  เพราะ เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย เงินเดือนมีน้อย  จึงได้บ้านหลังน้อยๆๆ  ไว้พำนักอาศัย

*****

เรา  รักบ้านหลังนี้มาก  ถึงแม้ว่า  จะเป็นบ้านหลังเล็กๆๆ  แต่เรามีความสุข  ตามประสา พ่อ แม่ และลูก 

การตกแต่งบ้าน  ต่อเติมบ้าน.....เราคิดว่า  จะอยู่เป็นเรือนตาย ของเราทั้งสองคน  เมื่อยามแก่เฒ่า  จะง่ายต่อการเดิน หรือเข้าห้องน้ำ 

ดังนั้น บ้านชั้นเดียวของเรา  จึงไม่เคยคิดจะขาย......

*****

แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว  เพื่อนของพ่อบ้าน  มาขอให้เพื่อนที่มีญาติเช่าอยู่ เพราะ ใกล้ที่ทำงาน  เราให้ส่งเงินค่าเช่า ผ่านทางธนาคาร  ซึ่งผู้ที่เช่าอยู่นี้ เป็นคนดี  ไม่เคยขาดการส่งเงิน  ซ้ำยัง  คอยดูแลบ้านช่องให้อย่างดี 

เวลาผ่านไปเป็น ปี  คนที่เช่าอยู่ขอซื้อบ้านครูอ้อย ซึ่งไม่เคยคิดขาย  พ่อแม่ของเธอจึงซื้อบ้านให้ใหม่  แล้วเธอก็ย้ายออกไป  โดยหาเพื่อนของเธอมาเช่าต่อ  คนมาอยู่ใหม่ ก็นิสัยดี  ดูแลบ้านเป็นอย่างดี

*****

แต่เมื่อปีกลาย  ครูอ้อย  ไม่รู้จริงๆ  ว่ามีการเปลี่ยนคนเช่าใหม่  เป็นนักศึกษา 

ด้วยไม่เคยขาดส่งเงินเลย  และครูอ้อย ก็ไม่เคย ไปเยี่ยมดูบ้านของตัวเอง ด้วย ไม่มีเวลา และ คาดไม่ถึงว่า......จะเป็นอย่างนี้

พ่อบ้าน......โกรธมาก  และพูดว่า.....เงินค่าเช่าบ้านของคุณ ทั้งปี  ก็ไม่คุ้มกับการซ่อมแซมบ้านของผม

*****

ดูบ้านสิคะ

Homee33

*****

เลี้ยง หมา 3 ตัว  ทั้ง ขี้เยี่ยว  เหม็นไปหมด ทั้งละแวก  เพื่อนบ้านเมื่อเห็นครูอ้อยกับพ่อบ้าน  เธอพากันดีใจ และ บอกความจริงว่า......พวกเธอทรมานมากกับกลิ่นเหม็น และเสียงเห่าของหมา

*****

ครูอ้อย เศร้า สงสารพ่อบ้านมาก  ที่เห็นสภาพบ้านเป็นอย่างนี้ 

ตอนต่อไปนะคะ  จะเล่าต่อ  ขณะนี้  ขอไปประชุมก่อนนะคะ