ประเทศไทยนี่ก็แปลก ประชากรจะขอปฏิบัติตนตามหลักความศรัทธาที่ดีของศาสนา กลับกลายเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน

            ท่านทั้งหลายครับวันนี้ผมขออนุญาต นำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับมุสลิมหรืออิสลามโดยตรง แต่ท่านก็สามารถรับรู้รับทราบเป็นความรู้ได้บางทีอาจจะต้องพึ่งพาท่านเพื่อนในศาสนิกทั้งหลายได้ช่วยคิด

ด้วย

              ผมได้ข่าวเรื่องการถ่ายรูปในชุดปกติขาว และชุดสีกากี ของข้าราชการหญิงมุสลิมคนหนึ่ง ที่ได้ถ่ายรูปโดยการคลุม ฮิญาบ(คลุมศีรษะ)เพื่อที่จะใช้ทำใบประกอบวิชาชีพ ของข้าราชการครู ไม่ได้ และเธอก็ร้อนใจมาก จึงโทรศัพท์มาปรึกษาผม

            ผมเลยนำมติของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2538 ไปให้เธอ ปรากฏว่าผลก็คือ การคลุมศีรษะของสตรีมุสลิมในชุดปกติขาวและชุดกากี ไม่มีในระเบียบ ที่ทำกันนั้นก็อยู่ในขั้นที่อนุโลมกัน ผมเพิ่งทราบวันนี้เองว่าแต่งไม่ได้

            แต่ก็ขอขอบคุณ สพท.เขต 1  กาฬสินธุ์ ที่ชี้แจงด้วยไมตรีจิตที่ดีมาก สรุปก็คือให้แต่งชุดที่เรียบร้อย คลุมฮิญาบถ่ายรูปใช้ได้ แต่ปกติขาวและกากีไม่ได้

            ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนว่าเรื่องนี้ผมคงไม่พึ่งนักการเมืองที่เป็นมุสลิมมากนักหรอก แต่จะขอพึ่งองค์กรอิสระต่างๆ นักกฎหมาย รวมทั้งอัยการทั้งชาวเกาะ และไม่ชาวเกาะด้วย และผมเองคงต้องทำหนังสือหารือกับทางกระทรวงศึกษาธิการในโอกาสต่อไป ความจริงเรื่องนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของสำนักจุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือองค์กรมุสลิมอื่นๆ ถามตรงๆว่าคุณทำอะไรกันอยู่???

            รัฐธรรมนูญทุกฉบับได้ให้ความคุ้มครองในความเชื่อทางศาสนา และการปฏิบัติตามความเชื่อในศาสนา เมื่อกฎหมายแม่พูดในขอบเขตที่กว้าง นักการเมืองโดยเฉพาะมุสลิมทำไมไม่เสนอกฎหมายลูกในประเด็นนี้ คุณทำอะไรกันอยู่ หรือกำลังรักษาสภาพการเป็นนักการเมืองไว้ให้นานที่สุด ไล่ลงมาถึงกระทรวง ทบวง กรม ดูซิครับว่ามีกฎระเบียบข้อใดไปขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนาทุกศาสนาก็แก้ไขเสีย

            ในเมื่อบอกว่าไม่มีระเบียบทำไมไม่หาระเบียบมาละ (เวลาผู้ร้ายแล้วปล่อยให้หนีไปตามระเบียบ) เวลาผู้คนจะทำตามหลักการของศาสนา กลับมาติดขัดที่ระเบียบ ไอ้ระเบียบนี่น่าจับมาประหารชีวิตนัก

            ผมถามจริงๆเถอะเวลามีคนที่ต้องการจะแต่งการให้มิดชิดตามหลักการของศาสนา ติดโน้นติดนี่ เวลาจะแก้ผ้าโชว์ ไม่เห็นติดขัดอะไรเลยผมว่าคนแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยดีกว่านุ่งน้อยห่มน้อยโชว์โน้นโชว์นี่เป็นไหนๆ

            ผมเคยถามพระคุณเจ้า พระกิตติศักดิ์ ในประเด็นนี้ ท่านตอบผมว่า พระก็คือมนุษย์แม้จะอยู่ในเพศบรรพชิต ก็ใช่ว่าพระทุกรูปจะลดละกิเลสได้ 100 % ถ้าให้อัตมาเลือกอัตมาอยากให้สีกาแต่งกายแบบสตรีมุสลิม ผมไม่ต้องขยายความต่อนะครับ พระสงฆ์องค์เจ้ายังไม่อยากให้สีกาแต่งกายแว๊บๆแว็มๆเข้าวัดเลย

            แล้วประเทศไทย ได้ชื่อว่าเมืองพุทธ เมืองศาสนา คนไทยเป็นคนที่ใจกว้างที่สุด เรื่องแค่นี้ทำไมจัดการไม่ได้ ผมเคยเห็นข้าราชการสตรีมุสลิมแต่งชุดปกติขาว หรือชุดกากี คลุมฮิญาบ เข้าเฝ้า-รับเสด็จฯผมก็คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ที่ไหนได้เป็นแค่อนุโลมเท่านั้น

            ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ คุรุสภา ที่ทำให้ผมทราบเรื่องนี้ นี่ถ้าไม่มีเรื่องใบประกอบวิชาชีพไม่ก็ไม่ทราบ และวันนี้ผมได้ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน สอบถามจนได้ความแน่ชัดแล้วว่า ทั้งสองอย่าง(ปกติขาว-กากี)ไม่มีในระเบียบชุดอื่นๆไม่เป็นไร

            ครูปอเนาะ ibm น้องฟูอ๊าด และมุสลิมท่านอื่นๆ ช่วยคิดหน่อย และดำเนินการด้วย นักการเมืองมุสลิมกฎหมายลูกเกี่ยวกับประเด็นนี้ทำเสียเถอะ ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ เขาก็พร้อมจะดำเนินการให้หากมีระเบียบ เป็นหน้าที่(อะมานะฮ์)แล้วละครับ

            อัยการชาวเกาะครับคนที่เจอปัญหานี้ ที่คุยกับผม ก็เป็นสตรีมุสลิมที่เป็นชาว g2k ด้วยกัน เขาคิดถึงท่านมาก ทำไมเขาไม่นึกถึงองค์กรมุสลิมหรือมุสลิมเลย ผมไม่ต้องอธิบายปัญหานี้ท่านจะช่วยชี้แนะอย่างไรดี สตรีมุสลิมคนนั้นเธออ่านบันทึก พบช้างเผือกบนเกาะเขาจึงคิดถึงท่านมาก ๆ

            ประเทศไทยนี่ก็แปลก ประชากรจะขอปฏิบัติตนตามหลักความศรัทธาที่ดีของศาสนา กลับกลายเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน ไม่ได้ขอไปแก้ผ้าโชว์ ไม่ได้ขอไปเป็นโจร ไม่ได้ขอไปด่าพ่อแม่ใครเลย ทำไมมันถึงลำบากอย่างนี้

            เรื่องนี้คงไม่ใช่ข้าราชการครูเท่านั้น คิดว่าข้าราชการหน่วยอื่นๆก็คงมีปัญหาแบบเดียวกัน

            มุสลิมจ๋าทำอะไรกันอยู่.....บ่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ    

                        

อย่างนี้เรียบร้อยดีไหมค่ะ