สวัสดิการฃุมฃนท้องถิ่น ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี

              เมื่อวันที่3-4 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการจัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมในการผนึงกำลังขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน   ที่โรงแรมราชศุภมิตร อ.เมือง จ.กาญจนบุรี    โดยมีผู้แทนกองุทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 200 คน    ดังนี้                                     

                    ๑.  ผู้เข้าร่วมประชุม

                                  -  ผู้แทนขบวนการสวัสดิการจังหวัด  จาก ๗๖ จังหวัดๆ ๒  ท่าน รวม152คน

                                  -  ผู้แทนภาคีร่วม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  ผุ้แทนกระทรวงพัฒนาสังคม ฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  พัฒนาสังคมฯจังหวัดการญจนบุรี  ที่ปรึกษาสมาคมสันนิบาตเทศบาล

                    ๒.  สรุปผลการสัมมนา ฯ

                             ช่วงเช้า  ได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเป็นประธานพิธีเปิดและต่อด้วยเวทีเสวนา "ทิศทางงานสว้สดิการชุมชน ๒๕๕๒" โดยมีผู้เสวนา พระอาจารย์มนัส  ขันติธรรมโม ท่านปลัดฯ สมพร  ใช้บางยาง  ครูชบ  ยอดแก้ว อาจารย์ภี ภคเมธาวี ดำเนินรายการโดย นายปฏิภาณ จุมผา  เนื้อหาการเสวนาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป้าหมายหลักเป็นการพัฒนาคน นำสู่การช่วยเหลือดูแลกันเองภายในชุมชนท้องถิ่นร่วมกับภาคี ไม่ใช่การตั้งกองทุนรอรับการสมทบจากหน่วยงานแม้จะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ก็จะดำเนินการต่อเพื่อคนในชุมชนกันเองทั้งยังเป็นการปลูกฝังสำนึกการออมของคนภายในชุมชน  ฝึกการบริหารจัดการและพัฒนาการเรียนรู้สู่การขยายผลทั้งประเทศ ซึ่งผลของการลุกขึ้นมาจัดสวัสดิการกันเองของคนชุมชนวันนี้ได้รับการส่งผลในเชิงนโยบาย โดยท่านสมพรให้ความคิดเห็นว่าในเชิงนโยบายรัฐบาล รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและความจริงจังของเรื่องนี้ วึ่งเป้นฐานเบื้องต้นในการขับเคลื่อนและที่สำคัญอย่างยิ่งเป็นการส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภาคราชการทั้งทางตรงและทางอ้อม  ทั้งระดับส่วนกลางและภูมิภาค  จะมีผู้สนับสนุนมากขึ้น โดยมีแนวคิดที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการโดยประชาชนมีบทบาทหลักเป้นผู้ขับเคลื่อนงาน ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนไมใช่ผู้ปฏิบัติ และมีการสนับสนุนชุมชนทุกรูปแบบไม่ใช่สัจจะวันละบาทเพียงอย่างเดียว รายละเอียดและข้อเสนอวันนนี้จะรวบรวมและนำเสนอต่อคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนแห่งชาติต่อไป อาจไม่ต้องเสนอ ครม. เพียงแต่ให้ท่านนายกฯ เห็นชอบเสนอเป็นวาระแห่งชาติ

                              ช่วงบ่าย

                                   ได้มีการสรุปผลความคืบหน้าขบวนการสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศในภาพรวมเชิงปริมาณและคุณภาพเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาทั้งในระดับตำบลและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนระดับจังหวัดในช่วงบ่ายและได้มีการให้โจทย์กลุ่มย่อย โดยมีการแบ่งกลุ่มย่อยเป็นรายภาค ๕ ภาค โดยมีโจทย์ในการแลกเปลี่ยนในกลุ่มย่อยมีดังนี้

                                   ๑.  แนวทางและแผนปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพของสวัสดิการชุมชนตำบล

                                   ๒.  แนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับจังหวัด

                                   ๓.  ข้อเสนอเชิงนโยบาย

                           ๓.  สิ่งที่จะดำเนินการต่อภายหลังจากการจัดงานสัมมนา

                                   ๓.๑  จัดทำสรุปผลการประชุมเสนอคณะอนุกรรมการสนับสนุนการสวัสดิการ

                                   ๓.๒  ติดตามและรวบรวมข้อมูลรายตำบล/การเบิกจ่ายงบสนับสนุนพื้นที่ตำบล ภายใน วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

                                   ๓.๓  ประชุมคณะทำงานข้อมูลสวัสดิการ/ ประมวลภาพรวมการสนับสนุนฯทั้งประเทศ

                                   ๓.๔  จัดประชุมร่วมนักวิชาการเพื่อพัฒนาระบบการติดตามสวัสดิการชุมชนก่อนการขยายผล

                                   ๓.๕  ประสานการเชื่อมโยงขบวนแต่ละภาคนำสู่การบูรณาการแผนระดับจังหวัดร่วมประเด็นอื่นๆ

                                   ๓.๖  พัฒนายกระดับศูนย์เรียนรู้สวัสดิการชุมชนสู่วิทยาลัยการจัดสวัสดิการชุมชนแต่ละภาค

                                   ๓.๗  เตรียมการเวทีสมัชชาสวัสดิการชุมชนแห่งชาติหลังประกาศนโยบาย

                                   ๓.๘  ผู้แทนขบวนการสวัสดิการชุมชนเข้าพบรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานขบวนสวัสดิการชุมชนต่อรัมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ