คุณครูเอ – ดวงพร คุณครูหน่วยวิชากีฬา ช่วงชั้นที่ ๒ “จิตใจของคนเป็นสิ่งแรกที่รู้สึกว่าได้ แม้การจัดการความรู้จะเริ่มต้นด้วยหลัก What Why How และการชวนกันให้มาทบทวนความรู้สึก ความคิด ซึ่งทำให้ได้หันมองดูตัวเองทุกขณะ มองย้อนไปเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น การจัดการความรู้ทำให้เราได้นำเอาประสบการณ์ตรงมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว และยังได้ช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนด้วยการเปิดรับฟังเรื่องราวความสำเร็จของเขาด้วย
ตอนนี้รู้สึกชอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วก็เห็นประโยชน์ และคิดว่าถ้าทุกคน ทั้งองค์กรเป็นแบบนี้ก็จะเกิดความงดงามในภาพรวม ตอนที่เห็นโรงเรียนนี้ทีแรกนึกว่าเป็นโรงเรียนธรรมะ คนที่เข้ามารุ่นแรกๆ ตอนที่อยู่กันที่จิตตเมตต์ เป็นคนที่เห็นคุณค่าของความงดงามที่ใจ ต่อมาโรงเรียนก็เริ่มเปลี่ยนไป แล้วบรรยากาศที่เคยมีในยุคแรกก็กลับมาอีกด้วย KM ที่มีการเปิดรับโดยไม่ตัดสิน เรื่องนี้มีความสำคัญมาก และควรทำให้เกิดขึ้นกับเด็กด้วย ถ้าทำกันได้ทุกคนความงดงามก็จะเกิด”
คุณครูเหน่ง – อรุโณทัย คุณครูหน่วยวิชาธรรมชาติศึกษาและประยุกต์วิทยา “เป็นความสุขที่ได้นำเสนอความสำเร็จ ซึ่งอาจจะเป็นมุมเล็กๆ ที่มีอยู่ในใจ แต่ก็เป็นพลังที่ทำให้เรามีความสุข และสุขนั้นเป็นความสุขที่เกิดพร้อมกับเด็กๆ รู้สึกว่าเรามีตัวตนร่วมกัน ถ้าเราสุข เด็กก็สุขร่วมไปกับเรา แล้วเราก็เรียนรู้ไปกับเขาได้ตลอด ตอนที่กลับไปบันทึกก็จะยิ่งเห็นได้ชัด
พอมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เราก็จะเห็นจุดที่เรายังต้องพัฒนาต่อ กล้ายอมรับความจริงมากขึ้น มองเห็นส่วนที่เราขาดจากเรื่องเล่าของเพื่อน ได้เรียนรู้จากการรับฟัง เห็นมุมที่เรามีก็เกิดพลัง เห็นมุมขาด ก็เรียนรู้เอาจากประสบการณ์ของคนอื่น
ทำให้ไม่รู้สึกเสียความมั่นใจ อยากจะพัฒนาตัวเอง เป็นเหมือนการยอมรับความจริงเห็นจุดที่ตัวเองทำได้สำเร็จ หรือแม้แต่จุดที่ต้องพัฒนา เช่น ตอนที่มีการแลกเปลี่ยนต่างระดับชั้น เห็นว่าการจัดการของตัวเองในฐานะของหัวหน้าระดับว่าเน้นที่ฐานใจ จะทำอะไรก็เริ่มต้นที่ใจของทีมก่อน พอมาแลกเปลี่ยนกํนก็เห็นวิธีการของระดับชั้นอื่น ที่แตกต่างกันออกไป ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่าเราจะนำเทคนิคเหล่านั้นมาพัฒนาตนเองอย่างไร ได้เทคนิคในการดึงใจเพื่อนร่วมทีมในระดับชั้นมาอีกหลายวิธี”
คุณครูแอน - สุธนา“ของชั้น ๓ จะใช้การดึงพลังกัน ส่วนใหญ่ก็ตอนที่ได้นั่งทานข้าวด้วยกัน การใช้ใจอยู่ตรงกลางในการทำงาน ด้วยการเลือกมองที่การเรียนรู้ของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งตอนแรกตัวเองก็กังวลว่าจะเกิดทีมได้หรือไม่ สิ่งที่ตัวเองทำคือการปรับตัวเอง และค่อยๆ ปรับเข้าหากันด้วยการคุยกันเรื่องการแก้ปัญหาเด็กจนครูรู้สึกเป็นทีมเดียวกันได้ ในที่สุดทีมก็เกิด เด็กก็ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เราก็ได้เรียนรู้”
ครูใหม่ “บทเรียนที่ทุกคนเล่ามาทำให้ได้เห็นว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทำให้ได้เห็นว่าแนวทางและวิธีปฏิบัติในเรื่องหนึ่งๆ นั้นมีความหลากหลาย แต่ทั้งหมดก็มีที่มาจากความรู้ปฏิบัติ ที่เกิดขึ้นในบริบทต่างๆ กัน และพาไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ใช่หนทางเดียวหรือวิธีเดียวที่เราเคยใช้เท่านั้นที่ดีที่สุด