หากต้องย้ายที่ทำงานปีละ ๑ ครั้งเคยถามตัวเองกันไหม๊ครับว่าอะไรคือความต่อเนื่องของความรู้สึกและงานที่เรียนรู้ อะไรคือประสบการณ์ที่ควรจะเป็นและควรจะเดินสำหรับเส้นทางของคำว่า "ประสบการณ์"

ประสบการณ์ที่ผมได้รับจากการทำงานในที่เดียวกันใน ๔ สาขาวิชาทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมายของแต่ละสายงานของความเชี่ยวชาญสาขานั้นๆ เลยตั้งคำถามกับตัวเองครับว่า "คนสำเร็จการศึกษาสาขาภาษาไทย" นั่งทำงานที่ไหนก็ได้? อิอิ บางครั้งหากมองในอีกมุมนึงมันก็คือประสบการณ์แต่บางครั้งความรู้สึกถึงความต่อเนื่องทางด้านความรู้สึกเคยมีใครนึกถึงบ้างไหม๊ เพราะการเรียนรู้ประสบการณ์บางอย่างมันต้องอาศัยความต่อเนื่อง และบางครั้งโดยส่วนตัวแล้วอยากเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างให้ถึงที่สุด แต่การย้ายกันปีละครั้งมันก็น่าคิดนะครับ...อิอิ (ขออัลลอฮฺโปรดประทานความเมตตากับการเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วยเถิด)
นี่กระมังคือประสบการณ์ที่(บางครั้ง)ไม่อยากเรียนรู้...
และนี่กระมังคือเหตุผลของคำถามในทุกๆครั้งของเหตุผลที่ยากที่จะมีใครเข้าใจความรู้สึก
ขอบคุณมากครับอาจารย์
อยู่ตึกเดิมนั่นแหละครับอาจารย์เพียงแต่ย้ายมุม อิอิ
ผมก็เหมือนกันครับ
หลายครั้งถ้าผมโดนย้ายหรือโดนกระทำ จะมีอารมณ์
แต่อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ผมว่าผมสามารถบังคับใจตัวเองแล้ว
ไปที่ไหนก็ได้ ขอให้ที่นั้นเราสามารถทำงาน สร้างความดี ได้
โดยเฉพาะเราเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา .. เจ้านายว่าไง ได้ทั้งนั้น .. แม้กระทั้งให้ออกจากงาน
ขอบคุณมากครับอาจารย์
อัลฮัมดุลิลละฮฺที่อย่างน้อยยังมีคนคิดและเข้าใจผม
"...เจ้านายว่าไง ได้ทั้งนั้น .. แม้กระทั้งให้ออกจากงาน"
สำหรับพี่การย้ายที่ทำงาน เปลี่ยนงานอาจจะยุ่งยากในช่วงแรกๆ แต่ผ่านไปสักพักจะดีขึ้น แต่ใช่ว่าจะต้องทิ้งหรือลืมงานเก่านะ อาจจะขาดความต่อเนื่องในงานแต่จะได้ประสบการณ์ที่หลากหลายขึ้น
ว้าย ! พี่มองโลกในแง่ดีได้อย่างไรนะ 555
มาทำให้ยิ้มจ๊ะ อย่าเครียดมาก
ขอบคุณมากครับพี่
ขอบคุณทุกครั้งสำหรับบันทึกและความรู้สึกดีๆครับ ซาบซึ้งมากครับ
วันนี้ก็คุยเรื่องย้ายที่ทำงานเหมือนกัน อ.ที่ทำงานท่านหนึ่งพูดว่า ท่านย้ายมาเกือบจะทุกๆ "ตึก" ของ มอย. แล้ว
ส่วนตัวเองนี่ สมัยเรียน ป.เอก ซึ่งจะเหมือนการทำงานอย่างนึงเพราะมีออฟฟิสเป็นเรื่องเป็นราว ก็ย้าย สามครั้งในสามปี... ก็ตื่นเต้นดี (จนได้รับคำแซวเรื่องย้ายห้องบ่อย)
จริงๆ ก็แล้วแต่มุมมองนะ ... แต่ทุกครั้งที่ย้าย จะงงกับตัวเองว่า ปีเดียวเอง ทำไมเราสะสมขยะเยอะมาก ฮา.. เพราะย้ายที จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นขยะที่ต้องทิ้ง ^^
แวะมาเติมกำลังใจให้นะคะ..ขอให้สู้เพื่อสังคมและตัวเราค่ะ...ทำดีเข้าไว้จะได้สดชื่นใจ
เอาประสบการณ์มาเล่าให้อาจารย์ฟังนะครับ
อนาคต คิดว่า คงได้ย้ายอีกครับ เพียงแต่ยังไม่คิดย้ายมหาวิทยาลัย ฮิฮิ
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้มีสิ่งดีๆและปลอดภัย นะคะ
ขอบคุณค่ะ
งาน ประสบการณ์
งานที่เคลื่อนไหว มันเปนความท้าทาย และน่าตื่นเต้น มีมุมให้มองสองมุม
ด้านแรก มันอาจจะไม่มีความเสถียร ด้านการงานที่ไม่หยุดนิ่ง
ด้านสอง ความท้าท้ายความรู้ใหม่ๆ พบปะผุ้คนใหม่ แตกต่างสาขาอาชีพ เป็นการเปิดโลกทัศน์ได้กว้างออกไปอย่างไร้ขอบเขต โอกาสต่างๆมักจาเข้ามาพร้อมกับสิ่งใหม่ๆ เสมอ ความคิด การมองโลก มองชีวิตเปลี่ยนไปขึ้นอยุ่กับสิ่งที่เราคลุกคลี พบปะผุ้คน พูดคุย สนทนาทั้งความเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
อย่ามองแค่การย้ายที่ทำงานตึกโน้นตึกนี่ แต่เราควรจามองคนที่เราจะพบเจอในที่ใหม่ๆ จะดีกว่า ดีเทลตรงนั้นสำคัญกว่า อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมันคือประสบการณ์ ใฝ่หามันมากๆ แล้วจะได้อะไรมากกว่าที่คิด
คนเร่ร่อน
ขอบคุณมากครับอาจารย์
SK
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆครับและมุมมองที่น่าคิดครับ
ขอบคุณมากครับ ศน.
สำหรับกำลังใจดีๆที่มีให้ครับ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
ที่นำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองที่น่าขบคิดยิ่งกว่า ฮิฮิ...ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สำหรับกำลังใจที่มีให้กันตลอดครับ...มีความสุขกับการทำงานนะครับ
ขอบใจมากเพื่อน
สำหรับมุมมอง ยังรอการกลับมาทำหน้าที่ของเพื่อนนะครับ
สลามน้องฟูอ๊าดมีประเด็นให้พวกเราช่วยกันคิดและทำ ฝากพี่น้องท่านอื่นๆด้วย บังไม่ค่อยมีเวลาไปทักใครเลย น้องช่วยหน่อยเราต้องช่วยกัน
ในชีวิตของการเป็นนักศึกษา การย้าย เป็นเรื่องที่ธรรมดาที่สุด อทิ การย้ายห้องเรียนในแต่ละคาบ การย้ายตึกเรียนในแต่วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การย้ายหอพักในแต่ละเทอม ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนเมตท์ร่วมห้องพักด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่เราๆต่างเบื่อหน่ายและพยายามเรียกร้องหาที่พำนักอันถาวรให้กับตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดเราต่างก็ยอมแพ้ให้กับกฏระเบียบของทางมหาวิทยาลัย และบางครั้งเราต่างก็แพ้ภัยตนเองจนต้องขอย้ายออกไปเอง สุดท้ายก็ไม่มีที่ใหนถาวรสำหรับเราอยู่ดี จะย้ายนานๆครั้งหรือทุกวัน ท้ายที่สุดก็คือการย้าย ความต่อเนื่องทางความรู้สึกหรอ ก็ต้องมีอย่างแน่นอน แต่เมื่อค้นพบว่าไม่มีที่ใดแน่นอนสำหรับเราแล้ว เราจึงเลือกที่จะลบล้างความรู้สึกนั้น ไม่อยากให้มันเป็นอุปสรรค์ สำหรับที่ใหม่ (เอาแบบง่ายๆ ก็คือ ปล่อยวางทุกอย่างให้ความรู้สึกว่างเปล่า เพื่อความพร้อมที่จะรองรับสิ่งใหม่)ไม่มีประโยชน์ ที่เราจะสร้างปัญหา ในสิ่งที่ไม่ไช่ปัญหา ก็แค่ความรู้สึกอ่อนล้า ซึ่งเราเลือกที่จะพักได้ แล้วก็ลุกขึ้นเดินต่อไป ด้วยพลังใจที่แข็งแกร่ง (ท้อได้แต่อย่านาน) เพราะโอกาสไม่เคยรอใคร
ป.ล. มิบังอาจ แค่บอกเล่ามุมมองประสบการณ์ของตนเอง สู้ๆ
ขอบคุณมากครับบัง
ยังไงประเด็นที่ฝากไว้ตามไปอ่านแล้วครับ...คงต้องร่วมด้วยช่วยกันครับ
ขอบใจมากครับคุณ
shaheedeen มุมมองที่หนูนำเสนอขอให้ได้รับทางนำที่เดินไปตามวิถีที่มีความบารอกัตครับ