ในช่วงเวลานี้ของทุกปี ผมมีหน้าที่จัดทำฉบับรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน เพราะต้องเผยแพร่ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ให้สาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ ตาม พ.ร.บ.การศึกษา
งานในหน้าที่ดังกล่าว ทำให้ผมมีโอกาสพิจารณาภาพถ่าย เพื่อนำมาทำเป็นปกรายงาน ปีหนึ่งๆผมถ่ายภาพเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่เน้นกิจกรรมการเรียนการสอน ที่คิด(เอง)ว่าน่าสนใจ ถึงเวลา จะนำภาพทั้งหมด มาเปรียบเทียบกัน แล้วคัดเลือกที่ดีที่สุด ทั้งเนื้อหาและความสวยงามไว้ 7-8 ภาพ แล้วจึงตัดสินใจขั้นสุดท้ายจาก 7-8 ภาพ ให้เหลือภาพเดียว นำไปใช้จริง

ภาพแรกเป็นนักเรียนชั้น ม.4/1 เรียนการศึกษาชีววิทยา ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยให้นักเรียนสังเกตอะไรก็ได้ ที่อยากจะสังเกต แล้วบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด จากนั้น ให้ช่วยกันเขียนข้อสงสัย หรือปัญหาที่พบ พร้อมตั้งสมมติฐาน

ภาพนี้นักเรียนชั้น ม.1 ทั้ง 4 ห้อง เฉพาะที่เลือกเรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยกิจกรรมปัดห่วงกระดาษอย่างไร เหรียญจึงจะหล่นลงในบีกเกอร์ ค้นหาหลายๆวิธี แต่ละวิธี ทำซ้ำๆ บันทึกผลการปัดแต่ละครั้ง และสรุป รวมทั้ง อภิปรายประเด็น ทำไมต้องปัดซ้ำหลายๆครั้ง ปัดลงเพราะอะไร ไม่ลงเพราะสาเหตุใด เป็นต้น หลักการทางวิทยาศาสตร์ของเรื่องนี้ เป็นเรื่องความเฉื่อยของวัตถุ

ภาพนี้ก็เป็น ม.1 ที่เรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยกิจกรรมเป่าอย่างไรให้แยก หมายถึง เป่าลมผ่านเข้าไป ระหว่างลูกปิงปองทั้งสอง เพื่อให้ลูกปิงปองแยกห่างออกจากกัน จะต้องเป่าอย่างไร ให้สังเกต บันทึกผลการเป่าของตัวเอง การเคลื่อนที่ของลูกปิงปอง เป่าอย่างไรจึงแยก แยกเพราะอะไร ไม่แยกเพราะอะไร สำหรับหลักการของเรื่องนี้ เป็นเรื่องความดันอากาศ

ภาพนี้เป็นการแข่งขันวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ เนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติที่โรงเรียน และที่กำลังขะมักเขม้นอยู่นี้ เป็นนักเรียนชั้น ม.4/1 ทั้งหมด

ภาพนี้ก็เป็นนักเรียนชั้น ม.1 ซึ่งเรียนรู้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการให้นักเรียนสังเกตและจำต้นไม้ โดยใช้ประสาทสัมผัสผิวกายเป็นหลัก กติกาคือ เมื่อเปิดตาออก นักเรียนต้องบอกได้ว่า ที่สังเกตขณะปิดตานั้น เป็นต้นไม้ต้นใด

ภาพนี้เป็นนักเรียนชั้น ม.6/1 ขณะร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นมรดกโลก

ภาพสุดท้ายเป็นนักเรียนชั้น ม.1/4 ศึกษา ทดลอง เรื่อง โมเมนต์ของแรง โดยให้นักเรียนใช้ไม้บรรทัดเป็นคาน ไม้ลูกชิ้นแทนตำแหน่งจุดหมุน ใช้เหรียญบาทขนาดเดียวกัน เป็นแรงที่กระทำบนคานทั้ง 2 ข้าง ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกในการคำนวณ ผลคือ นักเรียนสนใจ และตั้งใจเรียนดีมาก รวมทั้ง น่าจะเข้าใจเนื้อหาสาระได้พอสมควร

จากภาพทั้งหมด ผมกะว่าจะใช้ภาพเป่าลูกปิงปองให้แยก มาทำเป็นปกรายงาน บอกละเอียดๆไม่ได้ครับ ว่าเนื้อหาหรือความสวยงาม ดีกว่าภาพอื่นๆอย่างไร เพราะไม่ได้มีความรู้อะไรทางศิลปะมากนัก แต่มีเหตุผลว่า แสงเงาของภาพสวย บ่งบอกถึงการเรียนรู้ รวมถึง ชวนให้ผู้คนทั่วไปสงสัยดี ว่านักเรียนกำลังเล่นอะไรกับลูกปิงปอง
มาอ่านเอาความรู้ด้วยค่ะ
คุณครูขยันจังค่ะ ดีใจแทนเด็ก ๆ
สวัสดีค่ะ
.แวะมาอ่านบันทึก ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ
.เห็นด้วยที่นำเอารูปเป่าปิงปองขึ้นปกค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ แวะมาชื่นมาชม กิจกรรมครูวิทย์ที่สอนให้ศิษย์ทำและจำจากการปฎิบัติ ชื่นชม และชอบครับ
สวัสดีครับ คุณ ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
· มาเรียนรู้การตั้งใจสื่อการสอนของครู ที่ได้สัมผัสของจริง อนาคตคงจะได้นักวิทยาศาสตร์ หลายๆคน ขอชมเชยอุปกรณ์ในสื่อการสอนที่ใช้ นะคะ เยี่ยมคะ สมกับเป็นครูวิทยาศาสตร์จริงๆคะ
· และคิดว่า เป็นต้นแบบครูวิทยาศาสตร์ตัวอย่างที่ดีเยี่ยม ที่ครูวิทยาศาสตร์ท่านอื่น จะได้เอาเป็นแบบอย่างนำไปใช้บ้างคะ
· คงไม่หวงนะคะ ดิฉันไม่ได้เป็นครู เคยเป็นนักเรียน แต่สมัยก่อนคุณครู ไม่มีใครนำมาแสดงให้เห็นชัดเจน ซึ่งเคยเรียนที่กล่าวมาทั้งหมด แต่ไม่มีทดสอบ ทดลอง สมัยก่อน ไม่ทันสมัยคะ 40 ปีที่แล้ว
· ดิฉันจะเข้ามาเยี่ยมอ่าน บ่อยๆนะคะ เผื่อมาชดเชยที่ในสมัยเป็นนักเรียนครูไม่สาธิตรายละเอียดให้ดูคะ
· ขอบคุณสิ่งดีๆที่นำเสนอ
สำหรับบล็อคของดิฉัน ไม่มีอะไรน่าสนใจ ถ้าไปอ่านก็คิดว่าจะเสียเวลา คะ
สวัสดีค่ะคุณครูธนิตย์
· ภาพที่อาจารย์เลือกก็สวยงามและดูเหมาะสมอีกทั้งสื่อถึงเรื่องที่เด็กกำลังเรียนรู้การทดลองค่ะ
· สำหรับผึ้งงานก็ชอบอีกภาพด้วยค่ะคือภาพที่เด็กใช้แว่นขยายส่องน้ำเพื่อสังเกตดูสิ่งมีชีวิตในน้ำ หรือเพื่อฝึกให้เด็กรู้จักค้นหาสมมุติฐาน เพราะการสังเกตเป็นสิ่งแนกที่นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ต้องเริ่มต้นทำ
· ผึ้งงานเรียนชีววิทยามา ซึ่งชอบแต่ก็ไม่ได้มีโอกาสเป็นครูชีววิทยาค่ะ จึงถือโอกาสแวะมาเรียนรู้ ทำให้นึกถึงตอนสมัยเรียน ขอบคุณค่ะ.
ขอบคุณคุณหมอภูสุภาครับ!
ขอบคุณnoktalayครับ!