สบายๆวันหยุด ผมก็ไม่อยากให้พี่น้องทั้งหลายเครียด จึงหยิบสิ่งเล็กๆน้อยๆในห้วงความคิดมาเล่าแบบไร้สาระให้ท่านได้อ่านกัน และช่วงนี้อินเตอร์เน็ทเป็นใจเลยลงบันทึกบ่อย

            เมื่อวาน(วันเสาร์)ผมทานข้าวแต่เช้า เพราะรู้สึกหิว เพราะเมื่อคืนนอนดึก กับข้าวและขนมหวานล้วนแต่น่าเกลียดทั้งสิ้น

            แต่ก่อนที่จะเล่าความน่าเกลียดของกับข้าวเมื้อนี้ ผมให้ความรู้เรื่องข้าวเล็กน้อย ผมว่าความเชื่อในทุกศาสนาน่าละคล้ายๆกันในเรื่องการกินอยู่ คงไม่มีศาสนาหรือความเชื่อใด สอนว่าให้กินครึ่งทิ้งครึ่งก็ได้เป็นแน่ เอาความเชื่อคนไทยก่อน สอนให้ระลึกถึงบุญคุณข้าว ถึงขนาดมีพิธีในเรื่องนี้อย่างสำคัญ คนสมัยก่อนจะสอนให้เห็นคุณค่า แม้แต่ข้าวเพียงเมล็ดเดียว

            ผมมองว่าสอดคล้องกับคำสอน ของศาสนาอิสลามอย่างมาก ท่านศาสดาย้ำเตือนอยู่เสมอให้ทานข้าวให้หมดจนเมล็ดสุดท้าย ทานข้าวอย่าให้หกแม้แต่เมล็ด ท่านบอกว่าเราไม่รู้ว่าข้าวเมล็ด ไหนที่มี บารอกัต(ศิริมงคล)หากเมล็ดที่เรา ไม่ได้ทาน เกิดเป็นเมล็ดที่เป็นมงคล แสดงว่ามี้อนั้น ความเป็นศิริมงคลไม่เกิดกับเราแน่ ท่านยังสอนต่อไปว่า เมล็ดที่ตกลงไปเสมือนกับมารมาแย่งเราไป(มาร-ไชตอน-ซาตาน) นี่คือคำสอนที่สอดคล้องกันมาก

            ทีนี้มาถึงกับข้าวที่ถ้าเรียก ชื่อที่สุภาพเรียบร้อย แล้ว จะกินข้าวแทบไม่ลง มื้อนี้มีแกงขี้เหล็ก ท่านลองเรียกแกงขี้เหล็กซิ ความรู้สึกจะปกติ ทานข้าวอร่อยมากๆ แต่ท่านลองนึกชื่อที่สุภาพกว่านี้ซิแกงอุจจาระเหล็กซิ ผมแทบอิ่มข้าวทันที พอทานข้าวอิ่มก็มีขนมตบท้าย วันนี้ดันซื้อขนมขี้หนูมาสองห่อ กำลังทานขนมอร่อยปาก ดันไปนึกชื่อที่สุภาพอีกแล้วขนมอุจจาระหนูดีนะที่ไม่ซื้อไข่เยี่ยวม้ามาเพิ่มอีก

            หรือท่านจะมีอาหารอะไรที่เอ๋ยชื่อแล้ว ทำให้อิ่ม ไม่อยากทานข้าวอีก ขออภัยด้วยที่นำเรื่องนี้มาเสนอ

            เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าดูเพียงภาพลักษณ์ภายนอก หรือเพียงได้ยินชื่อ หรือเห็นความต่ำต้อย หรือความหรูหรา แล้วสรุปว่า ดี หรือไม่ดี