วันนี้ครูแอนเพิ่งกลับมาจากโรงเรียนตอนบ่าย 3 โมงกว่าๆ นี่เองล่ะค่ะ เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะคะเนี่ย...แต่สิ่งที่เราไปศึกษาอบรมกันมาในวันนี้มันก็มีประโยชน์กับเด็กๆ กับตัวครูเองและท้ายที่สุดก็เพื่อการขับเคลื่อนของสังคมการทำงานในองค์กรโรงเรียนของเรา...ทางฝ่ายวิชาการเพิ่งเริ่มใช้ระบบ Bookmark น่ะค่ะ พวกเราเลยต้องไปเรียนรู้กันซะหน่อยนึง สำหรับของใหม่ของพวกเรา...แต่อาจจะเก่าสำหรับที่โรงเรียนอื่นๆ ก็ตาม สิ่งที่ครูแอนได้เรียนรู้ในวันนี้ คือ เรื่องของการจัดเก็บคะแนนโดยผ่านทางการใช้เทคโนโลยี ก็เจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นน่ะค่ะ
แต่เมื่อวานสะดุดใจกว่าค่ะ....ครูแอนได้เรียนรู้อะไรๆ จากคนค่ะ...แต่เป็นคนเล่าเรื่อง....คนที่เป็นน้องๆ นักแสดงจากคณะละครเวทีสัญจร จากเมืองกรุงที่มุ่งพกพาความสามารถทางด้านการแสดงล้วนๆ มาเล่าเรื่องราวแห่งจินตนาการผ่านตัวอักษรของท่านสุนทรภู่....กวีเอกของโลก โดยผ่านทางศิลปะแห่งทักษะทางการแสดงอันเป็นศาสตร์ที่น้องๆ กลุ่มนี้รักและลุ่มหลงที่เมื่อได้กระทำแล้วผู้ชมเกิดความสุข เขากลุ่มนี้กลับสุขกว่าอีกหลายเท่าตัวนัก ครั้งแรกที่เรารู้จักกับน้องๆ คณะละครกลุ่มนี้ เราได้ความรู้มาว่าเป็นน้องๆ มาจากกลุ่มละครของครูช่าง ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง ออกแสดงละครสัญจรไปตามโรงเรียนต่างๆ โดยแสดงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทประพันธ์ของท่านสุนทรภู่ บรมครูกวีโลก จึงเป็นการสร้างโอกาสที่ดีทั้งสองฝ่าย ในส่วนของน้องๆ เองก็ได้มีโอกาสและเวทีในการฝึกวิทยายุทธิ์แห่งศิลปะการแสดงที่ตนรักและพร้อมที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งศิลปะนั้นสู่ผู้ชมตัวน้อยๆ ที่ตั้งตารอชมด้วยใจจดจ่อ ในส่วนของลูกๆ นักเรียนที่อยู่ห่างไกลเมืองใหญ่ นานทีเดียวค่ะกว่าพวกเขาจะมีโอกาสสักครั้งที่จะได้สัมผัสทัศนากับเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านทางละครเวทีในเรื่องที่พวกเค้ากำลังเรียนในบทเรียนในวิชาภาษาไทย หนำซ้ำเด็กชนบทหลายคนเลยที่ไม่เคยได้ดูละครเวทีในลักษณะนี้มาก่อนในชีวิต...( ครูแอนชอบดูปฏิกริยาระหว่างการชมละครของน้องๆ ชั้น ม.1 เพราะพวกเค้ามาจากโรงเรียนประถมใกล้ๆ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสจะได้ดูได้ชมเรื่องราวทำนองนี้มากนัก หากเมื่อละครเริ่มเล่น ปฏิกริยาที่แสดงออกมานั้นดูเหมือนเค้าตื่นตาตื่นใจไปกับทุกบททุกตอนทุกฉากที่พี่ๆ เค้าสรรค์สร้างมาแสดงให้ชมถึงโรงเรียนอย่างน่าชื่นชม)

ทว่าจริงๆ แล้วน้องๆ กลุ่มนี้ก็จะแวะเวียนสัญจรมาที่โรงเรียนเทพาทุกปี แต่มักจะเป็นช่วงใกล้ๆ วันสุนทรภู่ ปีนี้คิวที่ติดต่อไว้ให้มาแสดงในวันสุนทรภู่เป็นต้องร่นขึ้นมาเล็น้อย แต่ก็มิได้ทำให้ลูกๆ นักเรียนที่เฝ้ารอชมการแสดงของพวกพี่ๆ นักแสดงที่มาแสดงถึงที่ ...ที่โรงเรียน...รู้สึกผิดแปลกไปมากนัก ก็ในเมื่อวันสุนทรภู่ก็กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ ดูละครก่อนไปไม่กี่สัปดาห์ก็คงไม่กระไรกัน....ว่างั้นเถอะ
งานนี้โต้โผใหญ่ผู้ติดต่อน้องๆ คณะละครกลุ่มนี้ให้มาแสดงละครให้ลูกๆ นักเรียนได้ชมกันก็เป็นภาระของกลุ่มสาระภาษาไทย นำทีมโดยหัวหน้ากลุ่มสาระคือ ครูพี่อานนท์ บูเอียด พี่อานนท์เล่าว่าทุกครั้งจะกำหนดเรื่องราวไปให้ทางคณะละครฯ ว่าจะให้ทำการแสดงเรื่องอะไร (ตั้งแต่ครูแอนมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ก็ไม่เคยชมเรื่องซ้ำๆ กันสักปี...เลยเป็นต้องแอบไปรอชมพร้อมเด็กๆ ทุกปีเหมือนกัน 555) ปีนี้พี่ครูอานนท์ติดต่อขอให้ทำการแสดงเรื่องสิงหไกรภพ ในชื่อตอน น้าผีห่วงหลาน อันเป็นบทประพันธ์ของท่านสุนทรภู่....

น้องๆ เค้าก็ไม่ใช้ไมโครโฟน ใช้เสียงสดๆ ในขณะทำการแสดง แต่สามารถสะกดคนดูได้ถึง 400 -500 คนในช่วงเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงได้อย่างน่าประหลาด เวทีที่ใช้แสดงเป็นพื้นที่วงกลมแคบๆ ที่มีที่ว่างตรงกลางท่ามกลางผู้ชมทั้งหมดนั่น แต่แหวกเส้นทางให้นักแสดงต่างๆ วิ่งเข้าวิ่งออกได้ถึง 3 แฉกจากจุดศูนย์กลาง และไปบรรจบกับเส้นทางให้วิ่งไปวิ่งมาในระหว่างการแสดงได้ในวงรอบที่สอง ซึ่งตีกรอบด้วยคนดูรอบนอกอีกหนึ่งวงใหญ่ ถัดไปจึงจะเป็นที่พักนักแสดงหลังจากวงรอบของผู้ชมรอบนอก เพื่อใช้ในการเปลี่ยนชุดการแสดงเท่านั้น นักแสดงที่ใช้ก็มีเพียงไม่กี่คนแต่เปลี่ยนบทบาทไปตามบทต่างๆ ตามแต่เสื้อผ้าที่ใส่ในบทของละคร
โดยไม่ลืมที่จะให้ลูกๆ นักเรียนมีส่วนร่วมในระหว่างการแสดงไปด้วยกัน โดยร่วมแสดงเป็นโจรสลัดบ้าง โน่นบ้างนี่บ้างตามความจำเป็นตามแต่พี่ๆ จะขอร้องให้พูดตามบทก็ไหนก็เล่นโดยเต็มใจ(แม้จะไม่เต็มความสามารถ...เนื่องจากไม่มีความสามารถทางการแสดงเท่าพี่ๆ)

เลยทำให้เกิดอารมณ์ร่วมด้วยที่จะติดตามเนื้อเรื่องต่อๆ ไป จึงทำใหเกิดภาพที่เมื่อน้องๆ นักแสดงขอให้ลูกๆ นักเรียนอ่านกลอนหรือร้องเพลงร่วมไปพร้อมๆ กับนักแสดง (พี่ๆ แจกเอกสารประกอบไว้ก่อนนี้แล้ว....) และพี่ๆ ก็อ่านนำหรือร้องนำ ลูกๆ นักเรียนก็ทำด้วยความเต็มใจและสนุกสนาน บางครั้งแบ่งโซนกันให้ช่วยทำเสียงเหมือนเสียงฟ้าร้อง, ฟ้าผ่า, ฟ้าแลบ ลูกๆ นักเรียนก็ร่วมกันทำอย่างเต็มที่และเต็มใจโดยไม่มีการบังคับ

เด็กๆ กำลังอ่านกลอนและร่วมร้องเพลงไปพร้อมๆ กับพี่นักแสดง

ที่พักน้องๆ นักแสดง และเส้นทางเข้า-ออกของตัวแสดง

บทบาทการแสดงที่มีไม่กี่คนแต่สามารถแสดงได้หลายตัว

แม้แต่ตัวละครจริงที่เป็นเด็กทารกก็นำเอาลูกเล็กๆ ของคนในคณะมาร่วมแสดงด้วย

ไม่แต่เด็กม.ต้นเท่านั้น ครูๆ และเด็ก ม.ปลายก็ยังเฝ้าชมอยู่ไม่ไกลจากหอประชุม
น้องๆ กลุ่มนี้ใช้ชื่อว่า "คนเล่าเรื่อง" เรื่องที่เค้าเล่าเกิดเป็นเรื่องที่ให้ความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน ในเรื่องน้าผีกำลังยึดยื้อแย่งชิงความคิดของหลานเพื่อที่จะสอนหลาน(สิงหไกรภพ)ให้ใช้ปัญญาในการคิดตัดสินใจ กับอีกฝั่งนางแม่มดก็กำลังยื้อยุดฉุดกระชากและมุ่งที่จะล่อตาล่อใจด้วยการประเคนของวิเศษที่เป็นวัตถุทั้งหลายนั่น หลายๆ ครั้งที่น้องๆ พยายามสอนพูดให้ลูกๆ นักเรียนใช้ความคิด ใช้ปัญญา สิ่งเหล่านี้สอนโดยการแทรกซึมเข้าไปในระหว่างลูกๆ นักเรียนชมละคร
ครูแอนมานั่งนึกๆ คิด "คนเป็นครู" ดูวิธีการเล่าเรื่องของน้องๆ คณะละครกลุ่มนี้แล้วได้อะไรเยอะแยะมากมายเชียวค่ะ เมื่อเปรียบเทียบว่า
"คนเล่าเรื่อง" กับ "คนเป็นครู"
เวลาแสดงประมาณหนึ่งชั่วโมง กับ คาบสอนคาบละ 50 นาทีในห้องเรียน
ฯลฯ
ช่วยครูแอนคิดหน่อยนะคะ ว่า :
???? คนเป็นครูควรจะได้แง่มุมมองและความคิดหรือวิธีการใดมาปรับใช้ในห้องเรียนบ้างคะ ???
(จากเรื่องราวตามตัวอักษรสีเขียวที่ครูแอนเล่ามา)
ปล. ขอบคุณที่เข้ามาช่วยคิดช่วยเขียน ช่วยจิบ/จอย/จูน แบบที่บังวอญ่าว่ามาน่ะค่ะ
ขอบคุณที่สุดค่ะ....ของฝากจากคนเป็นครูค่ะ

สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณครู แอน สื่อหลายแขนงที่มีอยู่ สามารถนำมาปรับใช้ในการสอน ให้เด็กได้จดจำ นิทาน เรื่องเล่า จินตนาการ และการเล่าเรื่องผ่านตัวละคอนสร้างความจำได้เป็นอย่างดีครับ
พี่แอนจ๋า...
อ่านแล้วแต่ยังไม่ช่วยคิดนะคะ แต่จะมารออ่านของคนอื่น..^__^..
มึนๆหัวค่ะวันนี้แต่เปิดหน้าโฮมของ G2K เห็นบันทึกนี้เลยแวะมาทักทายพี่สาวก่อน คิดถึงนะคะ ..^__^..
ให้นักเรียนมีส่วนร่วมให้มากที่สุดค่ะ...การแสดงเป็นวิธีที่เด็กๆสนใจ คงต้องปรับให้เข้ากับธรรมชาติวิชาคะ...ดีใจที่เด็กๆได้มีโอกาสได้ชมการแสดงของพี่ๆทุกปี โดยเฉพาะบทประพันธ์ของท่านกวีเอก ดีกว่าอ่านเอง ท่องจำเองคะ
สวัสดีครับ ครู ann
มาเยี่ยมครับครู ที่กองร้อยผมมีคนนามสกุล เดียวกันกับครู ann เขาเป็นคนระโนด บ้านเดียวกับผม.
สวัสดีค่ะน้องแอน
ขอบใจจ้าที่แวะมาทักทายกันด้วยความคิดถึงน่ะจ่ะ....อีะๆ แต่อย่าลืมเข้ามาช่วยกันคิดล่ะนะ
พี่ก็คิดถึงน้องตัวดำๆ ของพี่เหมือนกันน่ะจ๊ะ
งั้น...พี่ขออวยพรย้อนหลังได้ป่ะจ๊ะ
"พี่ขอให้น้องมีความสุขในชีวิตคู่นะคะ....รักกันตลอดไปนะคะ"
จะมีหลานป้าเมื่อไหร่บอกมาด้วยนะ...เดี๋ยวจะส่งของฝากหลานน่ะค่ะ
รักน้องสาวคนนี้คนเดิม....คิดถึงนะคะ
สวัสดีค่ะหมอน้อย
สวัสดีค่ะ..คุณครูแอน
ดีจัง..ยอดเยี่ยมเชียวค่ะ
"ดูละครย้อนดูตัว" เป็นสื่อสำหรับคนเป็นครูได้ดีมากๆค่ะ..เด็กๆจะได้อะไรมากมายนะคะ..จากเรื่องราวของละคร (แม้แต่ตัวเราด้วย)
สื่อฝึกกระบวนการคิดสู่ชีวิตจริงได้..สุดยอดค่ะ
เสียดายภาพเล็กไปนิดนะคะ..อยากเห็นชัดๆค่ะ
นับว่าครูแอนและเด็กๆโชคดีมากนะคะ..กับโอกาสที่ได้สัมผัสจริงๆเช่นนี้
มีความสุขกับวันหยุดและวันทำงานพรุ่งนี้ + วันต่อๆไปนะคะ
ศน.อ้วนค่ะ
ก่อนนี้แอนไม่มีหนังสือให้เด็กๆ หรอกค่ะ อาศัยครูไปค้นๆ มาหาให้เข้ากับเนื้อหาบ้าง เทศกาลบ้าง หรือตามความสนใจเค้าบ้าง
แต่ปีนี้มีหนังสือที่กระทรวงจัดให้....ได้เลยค่ะพี่...จากแจ๋วจัดให้...เดี๋ยวจะเป็น...ครูแอนจัดให้...ก็คงต้องเป็นการรวมๆ กันทั้งหนังสือทั้ง Sheet แจกเสริมนั่นล่ะค่ะพี่ ตามเด็กของเรา...จริงๆ
หนูจะเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมจากพี่เรื่อยๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ
อบอุ่นใจจังที่มีกำลังใจและแรงใจส่งให้น้องมาตลอด
ขอบคุณจริงๆ
คงเป็นอย่างที่พี่ศน.อ้วนว่าจริงๆ ล่ะค่ะพี่
"ดูละครย้อนดูตัว" ครูแอนก็เลยนำมาเทียบๆ เคียงๆ กันน่ะค่ะพี่...ระหว่าง "คนเล่าเรื่อง" กับ "คนเป็นครู"
ขนาดสื่อเค้าก็มีเหมือนกับที่ครูๆ อย่างเรามีนะคะ...
อย่างกระดาษกลอน+เนื้อร้องของเพลงต่างๆ ของน้องเค้านั่น มันดึงเด็กได้อยู่หมัดเชียว....
น้องว่าตรงนี้น่าจะนำมาปรับกระบวนทัศน์ของเราได้ สื่อของเราน่าสนใจพอที่จะดึงดูดใจผู้เรียนแล้วหรือยัง มีทั้งเพลงทั้งกลอน เด็กอ่านทั้งเพลงและกลอนอย่างเพลินไปในระหว่างร่วมเล่นละครชมละครด้วยเลย แล้วของเราล่ะตรงไหนต้องปรับใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมบ้าง
น้องก็คงต้องใช้ระบบ"ดูละครย้อนดูตัว" แบบที่พี่นำเสนอนั่นเป็นแน่แท้ที่เดียวเทียวล่ะค่ะพี่ศน.อ้วน
ขอบคุณนะคะที่มาช่วยเขียน....ช่วยจิบ...ช่วยจอย....และช่วยจูน
ไว้จะรอพี่ช่วยเหลืออีกนะคะ....อย่าลืมแวะมาบอกน้องอีกนะคะพี่สาว
ขอบคุณจากใจจริงๆ
มามอบดอกไม้แห่งไมตรีแทนคำขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันครับ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้สวยๆ สดใสเชียวค่ะ
สวัสดีครับ ครูน้องแอน
สบายดีนะน้อง..
ตัวเล็ก เล็กมากๆ อ่านเห็นแต่ว่าตอนน้าผีห่วงหลานและดูรูปเอา
ขอบคูณมากครับ
ละคร การแสดง และศิลปะต่างๆนั้นเป็นสื่อให้เราเข้าถึงความหมายบางสิ่งบางอยางได้อย่างมีความเพลิดเพลินและอย่างมีสุนทรีย์นะคะ
นึกถึงคำว่า Play & Learn กลายเป็น Plern = เรียนอย่างเพลิดเพลินเบิกบานใจที่ได้เรียนรู้
ละครคณะนี้เขาไปทั่วประเทศเลยค่ะ ชื่นชมความมีจิตอาสาของทั้งคณะ