ในวงสุนทรียสนทนา เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ระหว่างคนพูดพักหายใจหรือคิด แต่ยังมีเรื่องเล่าต่อ จึงให้คนฟังตั้งใจฟังยังไม่พูดเป็นคนต่อไป จนกว่า คนพูดหมดเรื่องจริงๆ แล้วบอกว่า..จบครับ

กรณีของป้าสงบในบันทึกนี้และบันทึกที่แล้ว คงจะจบลงแค่นี้ก่อน แต่อาจจะมีเรื่องมาเล่าเพิ่มเติม เพราะป้าแกยังอยู่กับผมเป็นเดือน

ลืมบอกไปว่า ชื่อสงบ ไม่ใช่ชื่อของคุณป้าจริงๆ นะครับ

 


หลังจากช่วงซักประวัติผ่านไป จนกระทั่งมาถึงเรื่องสุดท้ายของการเจอกันในวันนั้น คือ การให้ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการรักษา และ การยินยอมรับการรักษาของคนไข้ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า informed consent

 

ผมก็อธิบายการรักษาของผมเป็นฉากๆ รักษายังไง ใช้เวลาแค่ไหน ได้ผลยังไง ระหว่างนั้น คุณป้านั่งมองหน้าผมตลอด แต่สายตาดูก็รู้ว่า..ไม่รู้ฟัง

ความเข้าใจข้อมูลที่แพทย์ให้ และความสามารถที่จะเข้าใจ หรือ capacity ของคนไข้ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ๑ ใน ๓ ของการยินยอมรับการรักษา นอกเหนือจาก การให้ข้อมูลของแพทย์ disclosure และ ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ voluntariness

ผมประเมินแล้วว่า ความสามารถที่จะเข้าใจของป้าสงบ ไม่ผ่านแน่ แต่เรื่องนี้ต้องทดสอบ จึงบอกกับป้าว่า ป้า ไหนป้าลองบอกหมอซิว่า ตกลงป้าต้องรักษายังไง

ป้า: !?!    แล้วก็ยิ้ม

ผม: งั้น ลูกๆ ตอบแทน  ผมเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ลูกชายกับลูกสาวที่นั่งใกล้ๆแทน

ลูกสาวที่นั่งติดป้า พูดรายละเอียดของการรักษาที่เพิ่งฟังจากผมได้เกือบทั้งหมด ซึ่งผมก็พอใจ จึงบอกไปว่า งั้นช่วยบอกป้าหน่อย

ลูกสาวหันหน้าไป..แหลงใต้ อธิบายรายละเอียดของการรักษากับป้า จนจบ

ยังครับ ผมยังไม่ยอมจบ คราวนี้ ผมบอกป้าว่า เอ้า..ป้า คราวนี้ป้าบอกหมอซิว่า ต้องรักษายังไง

คราวนี้ คุณป้าพูดถึงการรักษาที่ตัวเองจะต้องเจอเป็นภาษาใต้กระท่อนกระแท่น แต่ก็คงใจความสำคัญได้เกือบทั้งหมด

เป็นอันว่า คุณป้าสอบผ่านเรื่อง capacity ผมเองก็สอบผ่านเรื่อง disclosure