เมื่อหนูจากไป..ช่วยดูแลใจพ่อเเม่หนูด้วย

จากบันทึกที่เเล้ว..น้องบอยจากไปเเล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.52  ทิ้งให้คนข้างหลังคือพ่อ เเม่ และทุกคนในครอบครัวทนทุกข์ทรมานเเละเจ็บปวดกับการจากไปของบอย หากบอยบอกกับใครต่อใครได้ในวันที่จะต้องไปเเล้ว ประโยคหนึ่งที่บอยอยากจะพูดฉันคิดว่าบอยอยากจะบอกกับทุกคนว่า เมื่อหนูจากไป..ช่วยดูแลใจพ่อเเม่หนูด้วย ถ้าไม่มีหนูพ่อแม่จะอยู่อย่างไร

          การสูญเสียลูกไม่ใช่ครั้งเเรกของพ่อเเม่บอย ทั้งสองคนเคยผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียพี่ชายบอยมาเเล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนตร์ในครั้งนั้นพี่ชายอีกคนก็ได้รับบาดเจ็บเจียนตาย นี่คือโจทย์ที่ฉันคิดว่าครอบครัวนี้น่าเป็นห่วงมากๆ

         ฉันไม่รอรีรีบต่อสายโทรศัพท์ถึงพ่อบอยทันที เสียงรับสายเป็นเสียงพ่อบอย น้ำเสียงบอกให้รู้ถึงความเศร้าสร้อย พูดเสียงเบาไม่เหมือนทุกครั้งที่โทรมาในวันที่บอกว่า "ตอนนี้บอยดีขึ้นนะหมอกุ้ง บอยไปบวชแล้วอยู่ที่เพชรบูรณ์ ผมคิดว่าลูกผมจะหาย" แต่วันนี้รู้สึกได้ว่าพ่อบอยพูดน้อยลง ฉันถามถึงช่วงท้ายที่พาน้องไปรักษาที่รามาธิบดี พ่อบอยบอกว่า "ช่วงนั้นก็ทรุดหนักเเล้วอยู่โรงพยาบาลไม่กี่วันผมก็พาลูกไปที่ลำพูน ไปทำพิธีเเก้กรรมขณะเดินทางต้องใส่ออกซิเจนไปตลอดทาง ระยะทาง 950 กิโลเมตรจากอ. ประทาย จ.โคราชถึงลำพูนผมก็ดั้นด้นพาลูกไป เพราะผมคิดว่าทำพิธีนี้เเล้วลูกผมจะหาย ผมเเปลกใจอย่างหนึ่งหลังทำพิธีแล้วขากลับเเกไม่ใส่ออกซิเจนเลยอยากกินนั่น กินนี่ ผมก็จอดซื้อระหว่างทาง ผมดีใจ ผมคิดว่าลูกผมหายเเน่นอน เเต่พอกลับมาถึงบ้านวันต่อมามีเลือดออกปากออกจมูกแล้วเเกก็ไปเลย ผมหมดเเล้วทุกสิ่งทุกอย่างหมอกุ้ง ลูกสามคนผมไม่เหลือใครซักคน"

               พูดถึงประโยคนี้พ่อบอยเงียบไปพักหนึ่ง ฉันจึงพูดขึ้นว่า ไม่เป็นไรพ่อน้องบอย ชีวิตเรายังต้องเดินต่อไป คนไปแล้วก็ห้ามไม่ได้พ่อยังมีลูกอีกคนนะที่ต้องดูแล (เป็นลูกคนกลางที่ได้รับอุบัติเหตุคราที่ทำให้ลูกชายคนโตเสียชีวิตตอนนี้พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างเเต่ต้องกลายเป็นคนพิการ)ช่วงนี้อาจจะหนักหน่อยแต่สักพักเวลาผ่านไปเเล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ต้องสู้เนาะพ่อน้องบอยหมอกุ้งเเละทีมทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอเป็นกำลังใจให้นะคิดว่าทุกคนทำดีที่สุดเเล้วเห็นพ่อน้องบอยทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกหาย  เห็นความพยายามของครอบครัวแล้วก็ต้องขอชม 

              "ผมกะคิดว่าผมทำอย่างเต็มที่เเล้วครับ สุดใจผมเเล้ว เขาอยากได้รถยนตร์ผมก็ได้ซื้อให้ แล้วเขาก็ได้ขับรถคันนี้เเล้ว เขามีความสุขก่อนที่เขาจะเสีย ผมพาลูกไปทุกหนทุกแห่งที่คิดว่ามีหมอที่ไหนดี  ไปกินน้ำดีจระเข้แพงๆผมก็ซื้อให้กิน ผมก็ไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว"  "ดีมากคุณพ่อ แล้วเเม่บอยล่ะเป็นจั่งได๋แล้ว" ฉันถามถึงเเม่บ้าง "เมื่อคืนผมฝันเห็นลูกทั้งสองคนฝันว่าเพิ่นมาอยู่ด้วยกัน มานอนอยู่ที่บ้าน  ผมได้เอาผ้าห่มไปห่มให้ลูก เเล้วก็ผวาตื่นขึ้นมาเล่าให้เเม่เขาฟัง อยู่บ่เป็นเลยครับไปเเล้ว ไปเดินห้างคลายเครียด ถ้าเพิ่นมาผมจะบอกว่าหมอกุ้งโทรมา" เดี๋ยวตอนเย็นจะโทรหาอีกเด้ออยากคุยกับเเม่บอย เบิ่งเอากันให้กำลังใจกันหลายๆ  หมอกุ้งกับทีมการพยาบาล คุณหมอโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอส่งกำลังใจไปให้อย่างเยอะเลยเด้อพ่อน้องบอย สู้ สู้

              ฉันตั้งใจไว้ว่าหากจะได้คุยกับเเม่บอยตอนเย็นจะให้กำลังใจครอบครัวน้องบอย โดยให้ครอบครัวคิดถึงหลักอนิจจัง ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนและมุ่งเตือนสติให้ยอมรับความจริง และความจริงที่พระองค์ตรัสสอนให้ทุกคนพิจารณาอยู่เนืองๆ นั้นมี 5 ประการ คือ

         เราจะต้องแก่เป็นธรรมดา จะไม่แก่ไม่ได้

 เราจะต้องเจ็บไข้เป็นธรรมดาจะไม่เจ็บไข้ไม่ได้

 เราจะต้องตายเป็นธรรมดา จะไม่ตายไม่ได้

 เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น

 เรามีกรรมเป็นของเฉพาะตน เมื่อทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม เราจะต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น

 

ความจริงเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกคนหากผู้สูญเสียได้พิจารณา ว่าความจริงเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับเราแต่เพียงผู้เดียวแต่จะเกิดขึ้นกับทุกคนเพียงแต่เราเลือกเวลาไม่ได้เท่านั้นเอง ดังนั้นเราจึงไม่ควรกลบเกลื่อนหรือหลีกหนีความจริง ทั้ง 5 ข้อนี้ ควรหันหน้ามาเผชิญกับมันอย่างกล้าหาญนี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอกกับพ่อเเม่น้องบอย  เเต่ถ้าหากเราต้องเป็นเหมือนพ่อเเม่บอยเราจะอยู่อย่างไร เราจะอยู่ได้หรือไม่