เครียด..เกิดทัศนคติที่ไม่ดี..พร้อมที่จะลาออก

มีบทความหนึ่งที่ผู้เขียน  ไปอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ข่าวสด  ฉบับวันที่ 28 พ.ค. 2552 หน้า 28   ในบทความได้แสดงให้เห็นถึงผลการวิจัยที่เชื่อถือได้  มาฝากคุณครูทุกท่าน  เมื่อท่านอ่านเสร็จแล้ว ลองสำรวจตัวเองดูซิว่าท่านเป็นอย่างที่ผลการวิจัยออกมาหรือเปล่า ถ้าเป็นคุณจะแก้ไขตนเองอย่างไร  ถ้าเป็นอยู่แล้วคุณไม่แก้ไข  ผลกระทบที่จะตกกับเด็กคุณมีความคิดอย่างไร  ช่วยแสดงความเห็นกลับเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยก็ดีนะครับ

 

วช. เผยผลการวิจัยสาเหตุครูลาออก

สำนักงานวิจัยแห่งชาติ  ( วช.) ได้แจ้งว่าจากผลการศึกษาผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ  " การวิเคราะห์ระบบจิตมอดไหม้ในงานครู "  ของนางสาววราภรณ์   ธนะสุริยะเกียรติ  ซึ่งได้รับ รางวัลชมเชยด้านการวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย 2551 จากวช. โดยการวิจัยทำขึ้นเพื่อหาสาเหตุ ที่เกิดขึ้นกับครูด้านการทำงานของครู ในลักษณะต่าง ๆ    กัน  รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดความต้องการไม่ทำงาน และพร้อมที่จะลาออก ซึ่งศึกษาจากกล่มตัวอย่างที่เป็นครู โรงเรียนมัธยมศึกษษในเขตกรุงเทพมหานครูและปริมณฑล 307 ราย ผลการวิจัยพบว่า

     "  ครูที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนน้อย  ได้รับการสนับสนุนการทำงานจากหัวหน้าน้อย มีความเครียดในการทำงานสูง มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงาน เป็นผู้ที่พร้อมที่จะลาออกได้ทุกเมื่อ "

    ซึ่งกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนาก็คือ ครูที่อายุมากกว่า 55 ปี  อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่จะลดความเสี่ยงในการทำงานของครู คือทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน มีสัมพันธภาพที่ดีมากระหว่างครูกับนักเรียนน้อย และมีความเครียดในการทำงานอยู่น้อย

 

   ครั้งแรกที่ผู้เขียนอ่านหัวข้อก็ตกใจเหมือนกัน  มองเห็นอนาคตของเด็ก  ทันทีเลยว่าครูที่มีสภาพจิตใจอย่างนี้ เด็กเป็นอย่างไร    ถ้ามองดูจากผลกาวิจัยอีกที  ผู้เขียนคิดว่าไม่ใช่แค่ผู้มีอายุมากกว่า 55 ปีเท่านั้น ถ้าลองทำใหม่ผมว่า ทุกรุ่นทุกอายุ ครูทุกวัยเลยก็ว่าได้ถ้าลองได้ตกอยู่ในสภาพจิตใจอย่างนี้  คงมีแนวความคิดอย่างนี้เหมือนกัน แน่ ๆ  แต่ที่ทนอยู่ได้เพราะปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการดำรงชีวิต ก็คือ  ....( คิดเอาเอง).....  ใช่ใหมครับ

 

  แล้วเพื่อน  ๆ ครู คิดว่าอย่างไรบ้างครับ...ช่วย..แสดงความเห็นหน่อยครับบบบบบบบ