ตอนที่แม่แข็งแรงและยังทำนาอยู่ แม่จะคัดเลือกพันธุ์ข้าวโดยดึงข้าวที่รวงใหญ่ หนัก และมีเม็ดใหญ่แยกออกมาจากกำหรือมัดข้าวที่เก็บและขนจากนามาไว้ที่โรงเก็บข้าว ก่อนที่จะนวด ฝัดและขาย ข้าวที่เลือกออกมาแล้วแม่จะนวดและเก็บเป็นข้าวปลูก(ข้าวปลูก คือข้าวที่เตรียมเอาไว้เป็นพันธุ์ข้าวในการปลูกครั้งต่อไป)แม่ก็ทำอย่างนี้ทุกครั้ง ทุกปี แม่บอกว่าข้าวที่จะเอาทำพันธุ์จะต้องคัดเลือก ถ้าไม่เลือกผลผลิตก็ไม่ดี แม้แต่หมูเขายังเอาแม่พันธุ์ดีพ่อพันธุ์ดีมาผสมเพื่อได้ลูกดีๆ

       ผู้เขียนเข้าใจที่แม่ทำ แม่พูด หรือสิ่งที่ชาวนาเขาทำกัน แต่ที่สำคัญมากกว่านั้น แม่ก็บอกก็สอนว่า การจะชอบพอใครชอบใครหรือจะแต่งงานกับใคร เราก็ต้องเลือกเหมือนกัน ถ้าไม่เลือก หรือเลือกไม่ดี น้ำตาจะเช็ดหัวเข่า เหมือนปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทะลาย ถ้ามีผัวผิดคิดจนตัวตาย(ผัวตาย) และแม่จะให้ลูกเลือกเองประเภทที่เรียกว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน  สรุปได้ว่า ไม่ต้องเลือกคนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

       . คนขี้หึง แม่บอกว่าอย่าดีใจว่า เขาหึงเขาคงรักเรา เป็นความยากลำบากที่จะอยู่กับบุคคลประเภทนี้ พูดกับใครก็ไม่ได้ เขาจะไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ

       . คนเล่นการพนัน เพราะมีเงินทองเท่าไรก็ไม่มีเหลือ ทำให้ครอบครัวฉิบหาย

       . คนเจ้าชู้ ซึ่งจะมีแต่ความทุกข์ใจ

       . คนเกเร นักเลง โจร จะเป็นม่ายก่อนวัยอันสมควร

       . คนที่เป็นโรคเหมือนบรรพบุรุษ ถ้าในปัจจุบันก็คือโรคทางพันธุกรรม ในอดีตแม่ว่าต้องตามไปดูถึงบ้านเลยทีเดียว

       . สรุปง่ายๆคือเลือกคนดี มีศีลธรรม ขยันทำการงาน ชีวิตเราจะมีความสุข ที่สำคัญรักด้วยมันสมองต้องเลือกคู่ครองให้ดี เหมือนเลือกพันธุ์คน คู่ครองดี ลูกย่อมดีไปแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

       ผู้เขียนก็แนะนำลูกศิษย์อย่างนี้เหมือนกัน อย่าเพียงเพราะหล่อ มีฐานะเท่านั้นจึงเลือกเป็นคู่ครอง ถ้าต้องการให้ลูกเก่งก็ต้องเลือกคนเก่ง ไอคิวสูง ต้องการให้ลูกดีก็เลือกคนดี ดีที่สุดคือเป็นทั้งคนเก่งคนดี แต่ถ้าคนหนึ่งดีแต่ไม่ค่อยเก่ง อีกคนหนึ่งเก่งแต่ไม่ค่อยดี ต้องเลือกคนที่หนึ่งดีกว่า และที่สำคัญอย่าเพิ่งริรักในวัยเรียนเป็นดี