สงขลาเป็นจังหวัดชายแดนของประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เป็นเมืองท่าและเมืองชายทะเล
ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้มาตั้งแต่สมัยโบราณ มีเมืองเก่าหลายเมือง มีศิลปะโบราณสถาน ศิลปะโบราณวัตถุ ขนบธรรม
เนียมประเพณี ภาษา และการละเล่นพื้นเมือง เป็นต้น ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรษตกทอดให้ชนรุ่นหลังได้
ศึกษา สงขลามีหาดทรายที่สวยงาม มีน้ำตก ทะเลสาบ และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีชื่อเสียงด้านการประมง
เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้า เป็นเมืองชุมชนทางภาคใต้ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยวสงขลายังคงรักษาความ
เก่าแก่ของโบราณสถานอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไว้
ตราประจำจังหวัดสงขลา คือ ภาพหอยสังข์สีขาวอยู่บนพาน คำว่า “สงขลา” มาจากคำว่า “สิงหนครา”และมาจาก
คำว่า “สิงขรนครา” ทั้ง 2 คำนี้ เป็นคำที่คนชาติต่างๆที่เข้ามาติดต่อทั้งไทย จีน อินเดีย ชวา มลายูและฝรั่งชาติต่างๆเรียก
ตามๆกันว่า “Sangora” บ้าง “Cingor” บ้าง จนเพี้ยนมาเป็น สงขลาในปัจจุบันจังหวัดสงขลามีขนบธรรมเนียมเป็นไปตาม
ความเชื่อของของชุมชนแต่ละท้องถิ่น มีทั้งประเพณีของไทย จีน และมุสลิม ด้านศิลปะการละเล่นของจังหวัดสงขลา มีลักษณะคล้ายๆกันกับจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ที่เด่นชัดก็คือ การแสดงหนังตะลุง การรำมโนราห์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมา
จากชวาและอินเดีย นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันนกเขาชวาเสียง และการชนโค
อาหารพื้นเมืองของชาวสงขลาทั้งของคาวของหวานที่มีลักษณะเด่นกว่าจังหวัดใกล้เคียงในด้านรสชาติและความ
อร่อยน่ารับประทาน เช่น ข้าวยำ, แกงพุงปลา ,ผัดเผ็ดสะตอ ,ขนมเปียกปูน
บรรพบุรุษของชาวสงขลา ซึ่งมีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่อง ในฐานะสร้างสรรค์
บ้านเมืองและบำเพ็ญคุณประโยชน์ให้แก่สังคม เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับอนุชนรุ่นหลัง จะได้ยึดถือเป็นแบบอย่างเพื่อ
พัฒนาตนเอง ดังเช่น หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด, สุลต่าน สุไลมาน(เจ้าเมืองสงขลาสมัยกรุงศรีอยุธยา), พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ (ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ), นายกั้น ทองหล่อ (เป็นหนังตะลุงชั้นบรมครูคนหนึ่งของภาคใต้) , นายฉิ้น
ธรรมโฆษณ์ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง หนังตะลุงพ.ศ.2532)
จังหวัดสงขลายังเลื่องลือในเรื่องของโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา,
วัดมัชฌิมาวาส, วัดพะโคะ,วัดจะทิ้งพระ,วัดสุวรรณคีรี,วัดชัยมงคล,พลับพลาที่ประทับบนเขาตังกวน,พระเจดีย์หลวงบนเขา
ตังกวน,ศาลหลักเมืองสงขลา,กำแพงเมืองสงขลา,ป้อมปากน้ำแหลมทราย,พระตำหนักเขาน้อยและหลุมฝังศพสุลต่าน สุไลมาน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลายให้เที่ยวชม เช่น แหลมสมิหลา, เขาตังกวน, เกาะหนู เกาะแมว, เกาะยอ,
น้ำตกโตนงาช้าง, น้ำตกบริพัตร, วัดถ้ำเขารูปช้าง, อุโมงค์เขาน้ำค้าง, สวนสัตว์สงขลา ฯลฯ
หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้เรียบเรียง โดยการพยายามศึกษาค้นคว้าหลักฐาน จากผู้รู้ที่ได้บันทึกไว้มากมายเพื่อให้ผู้ที่
ต้องการศึกษาค้นคว้า ได้รับเนื้อหา ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันกับท้องถิ่น ร่วมมือกัน
อนุรักษณ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยให้ดำรงอยู่สืบไป เนื้อหา ข้อมูลข้างต้นทั้งหมดที่กล่าวมา
นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหาจริงในหนังสือ กระนั้น หากต้องการความละเอียด ของข้อมูลทั้งหมด ทั้งสือเล่มนี้ (ประวัติศาสตร์เมืองสงขลา) มีให้ศึกษาครบถ้วน และชัดเจน
ที่มา……………ถนอม พูนวงศ์. ประวัติศาสตร์เมืองสงขลา. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2545. 144 หน้า.
แวะมาอ่านค่ะ...ในฐานะคนสงขลา...บรรยากาศของเมืองสงขลายังหาได้นิดหน่อยจากเส้นถนนนางงาม หรือแถวถนนนครในค่ะ
สวัสดีครับคุณ ดาด้า ถ้าจะให้ครบเครื่องเรื่องเมืองสงขลา ควรนำตำนานเกาะหนูเกาะแมว และลูกแก้ววิเศษที่หายไปในทะเล ครับสนุกครับประวัติเรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับ บังหวัง ขี้ไหล
จะลองเข้าไปอ่านประวัตินายแรงที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด พัทลุง ที่บ้านบัง วอญ่าก็ได้ครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณดาด้า
ได้ความรู้เพิ่มเติม รู้สึกภูมิใจในเลือดชาวสงขลาขึ้นมาทันที เราก็มีตำนานที่น่าสนใจกับเขาเหมือนกัน 555
ชอบมากค่ะ
เมืองสงขลา
ชอบเมืองสงขลามากค่ะอยากจะมาเที่ยวที่นี่มากค่ะ