เมื่อวานเป็นวันหยุดผมครับ ทุกวันหยุดผมจะลืมงานทุกอย่าง และจำแต่เรื่องตัวเอง และทำทุกอย่างที่ตัวเองต้องการจริงๆ

ผมตื่นบ่าย 2 ครับ ไม่ได้ตื่นสาย ตื่นเที่ยง แต่ตื่นบ่ายไปเลย 555 พี่เอกจตุพร พี่ชายโทรมาเล่นด้วยยังอึ้งว่าไอ้เดย์มันนอนเอาอะไร ตรงกันข้ามกับพี่ชายสุดขยันมากๆเลยใช่มั้ยครับ 555 พี่เอกบ่นว่าอยากมีจักรยานปั่นไปเรียน ด้วยระหว่างทางนั้นร่มรื่นและสวยงามเกินเร่งรีบ ^_^

พูดถึงจักรยาน ผมก็นึกถึงการแกว่งเท้า จึงลุกมาอาบน้ำ กินข้าว และจ้ำอ้าว ปั่นจักรยานแบกกล้องออกไป หาเรื่อง ข้างนอกนั่น ;)

วันนี้ผมเลือกแกว่งเท้าไปหาเรื่องที่ข้างทางรถไฟในตัวเมืองอุดรฯครับ ^^

 27 พ.ค. 2552 เวลา 17.00 น. โดยประมาณ

ความจริงผมก็ปั่นมันไปทั่วแหละครับ ไม่ได้กางแผนที่ปักหมุดจุดหมายแน่นอน บังเอิญผ่านมาพื้นที่ทางรถไฟ แล้วเห็นคนกลุ่มขนาด 1 ครอบครัว กำลังก้ม ก้ม เงย เงย เก็บอะไรกันก็ไม่รู้น่าสนุก...จอดรถลงไปดูดีกว่า

หลังจากที่ผมยิงคำถามอะไร ที่ไหน ยังไงออกไป หัวหน้าครอบครัวนี้ก็ให้ความรู้ผมว่า ที่เห็นช่วยกันเก็บเก็บอยู่นี้คือ ตำแยแมว สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้โรคภูมิแพ้ต่างๆ แม่หญิงของกลุ่มก็เสริมว่า ที่มากันนี้เพราะตามคำแนะของนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่น ที่บอกว่าข้างทางรถไฟนะ มีตำแยแมวขึ้นเต็มเลย และที่นี่ก็มีเยอะมากๆด้วย...ก็เลยมากัน อิอิ

พี่ผู้ชายบอกว่าจะเอาไปตากแห้ง ก่อนที่จะแบ่งไปถวายพระที่วัด ให้พระท่านต้มดื่มแก้ภูมิแพ้นั่นแหละ พี่ชายยังบอกอีกว่าถ้าต้มทั้งๆที่ยังสดอยู่จะทำให้ใบเปื่อย ซึ่งก็ไม่รู้นะครับว่าสรรพคุณยาจะแผ่ซ่านในสภาพไหนมากกว่ากัน ;)

ดีจังเลยนะครับว่ามั้ย...ได้หยูกยามาโดยไม่ต้องจ่ายสตางค์ซื้อ ^^

มากันทั้งครอบครัว เงยมากกว่าก้มบ้างนะครับ เดี๋ยวจะชนรถไฟ ^^

รู้สึกดีมากๆเลยนะครับที่เห็นครอบครัวเค้าสนุก สุขสันต์กันอย่างนี้ เดาว่าหลังจากไปรับลูกๆหลังเลิกเรียนกันแล้วก็แวะมาที่นี่เลย เด็กๆได้ใกล้ชิดพ่อแม่ ได้สนุกกับการเล่นหาของ ได้สูดไอดินกลิ่นหญ้า ฯลฯ เด็กอย่างนี้โตมาแข็งแรงแน่นอนครับ ^_^

พอแล้วละกัน เหลือให้คนอื่นบ้าง กลับกันได้พวกเรา...รถจอดอยู่โน่น

กลับกันก่อนเลยนะคร๊าบ...ผมขออยู่เดินเล่นต่อ ^^

.......................................................................................

ข้างถนนบริเวณทางข้ามรถไฟที่อุดรฯบ้านผมนั้น จะมีเพิง D.I.Y. ไม่น่าสนใจอยู่ 1 หลังครับ เป็น Head Office ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานอิสระ ที่รับงานทุกอย่างที่ใช้แรงแขน และความอดทน เพื่อแลกรายได้ตามอัตตราต่อรองกันระหว่างลูกค้าและเจ้าพนักงานโดยตรง ^^

ผมผ่านแถวนี้บ่อยครั้ง และก็สงสัยอยู่บ่อยครั้งเช่นกันครับว่า ออฟฟิศนี้เค้าบริหารกันยังไง? รายได้ดีมั้ย? รับทำอะไรบ้างหนอ....???

จ๊ากซซซ์ !!!! พี่เป็นใครครับ!!  ผมนั่งยองถ่ายรูปอยู่ดีดี พี่ก็โผล่มาจากหลังป้าย

ไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันอย่างนี้ผมตกใจเด้ออ้าย อิอิ

พี่ชายแปลกหน้าท่านนี้เห็นผมถ่ายรูปแช๊ะๆๆ เลยเกิดปุจฉา ถามผมด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมว่าถ่ายรูปอะไร และถ่ายไปทำไมเหรอครับ ผมก็พูดๆๆๆ อ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อย กลัวแกจะเคืองใจ ไม่อยากให้ถ่ายไงครับ ^^

เอ้า!!! ไหนๆก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว สนทนาด้วยกันหน่อยนะครับพี่...พอได้รู้ว่าพี่ชายเป็นพนักงานของออฟฟิศ Power Man ที่ตั้งอยู่ตรงนั้นผมก็ยิ้ม...และพูดคุย ซักถามทุกอย่างที่อยากรู้ในตอนนั้นเลย ;)

เย๊ยยย!! อะไรกันเนี่ย!! ตกใจเพราะพ่อมาแล้ว เจอลูกสาวมาทักกันอย่างนี้เชื่อแล้วว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน 555

พี่พิช เล่าให้ฟังว่าพี่ และเพื่อนๆได้ความกรุณาจากการรถไฟฯ อนุญาตให้สร้างเพิงนี้ขึ้นมาพำนักเพราะเห็นใจ และเข้าใจคนใช้แรงงานดี ที่อยากมีสำนักงานตั้งไว้เด่นชัด เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาเค้าเห็นและจำได้ พอมีความจำเป็นหรือต้องการแรงงาน จะได้มาเรียกกันง่ายๆ

พี่ๆที่นี่เค้าหนักเอา เบาสู้ครับ บอกมาเถอะ อยากให้ไปช่วยอะไร ย้ายบ้านเหรอ?...ได้ครับ ก่อสร้างเหรอ?...ถนัดครับผม ขอให้เป็นงานสุจริต พี่พี่เค้าพร้อมเสมอ รออยู่ตรงนี้ทุกวัน ^_^

สวัสดีครับผมชื่อเจไดครับ พี่สาวผมชื่อหยก ^^

ลูกๆของพี่พิชทั้งสองน่ารักสมวัยมากครับ เจไดคนเล็กอยู่ชั้นอนุบาล น้องหยกคนโตอยู่ ป.3 เรียนที่ เซนต์แมรี่!!!

ผมเสียมารยาทไปแปลกใจ ที่น้องหยกเรียนโรงเรียนสตรีเอกชนชื่อดังของอุดรฯ ที่คนทั่วไปรวมทั้งผมรู้ๆกันดีว่า เป็นโรงเรียนที่สอนดี ค่อนข้างไฮ-โซ และค่าเทอมปกตินี้ค่อนข้างแพงครับ (ผู้ปกครองฐานะปานกลางที่อุดรฯส่วนใหญ่จะส่งลูกๆเรียนโรงเรียนเทศบาลกันครับ) ผมเก็บความสงสัยนี้ไว้ก่อน เอาไว้เจอกันครั้งที่ 3 ที่ 4 อาจจะเรียนถามพี่พิชเรื่องนี้ครับ...เจ๋งจริง ^_^

ดูสิครับ เด็กอะไร อารมณ์ดีชะมัด 555

พี่พิชเป็นคนพูดน้อยครับ เรียบร้อย แกจะพูดช้า...ช้าาาาา อ่อนน้อมมากๆ พูด ครับ ครับ ครับตลอด เหมือนเกรงใจยังไงไม่รู้ 555 ทำให้ผมสนใจขึ้นมาตรงนี้แหละครับที่แกเรียบร้อยเกินเหตุ อิอิ 

ยกตัวอย่างวันนี้ ตอนที่ผมเข้างานและใช้เวลาว่างย่อรูปที่ออฟฟิศนกแอร์ เพื่อนหญิงคนหนึ่งเดินอ้อมมาดู และถามคำถาม 5 W What, Who, Where, When, Why??? พอผมบอกว่าพี่ๆเค้าอยู่ตรงทางรถไฟเอง ถ้านึกอยากจะจ้างแรงงานก็ไปถามได้เลยนะ

เพื่อนผมตอบเร็วไปหน่อยว่า "ไม่ไปหรอก...ไม่น่าไว้ใจ"

อ้าว!!! เพื่อน 555 ไหงไปตัดสินเค้าอย่างนั้นล่ะคร๊าบ...ยังไม่ได้คุยกันเลย ไปว่าเค้าไม่น่าไว้ใจซะแล้ว ^_^

ก็เลยนึกไปถึงเพลง อื่นๆ อีกมากมาย ของพี่พี่วงเฉลียงเข้าน่ะครับ

อื่นๆ อีกมากมาย มากมาย

อื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่รู้

อาจะจริง เราเห็นอยู่

เผื่อใจไว้ ที่ยังไม่เห็น

ไม่รู้ใครไปนิยามตอนไหนว่า คนใช้แรงงาน นั้นคู่กับความ ดิบ เถื่อน และรุนแรง

Stereotype หรือ ทัศนคติทั่วไปของสังคม ต่อคนอาชีพอิสระที่สำคัญอาชีพนี้ ไม่จำเป็นต้องมองไปในแง่...ไว้ใจไม่ได้ และอยู่ห่างๆเป็นดี

ผมไม่รู้สึกว่าต้องระวังเลยครับ ในการเข้าไปพูดคุยกับคนข้างล่าง ที่สังคมแบ่ง คนเหล่านี้น่าสนใจจะตาย ลองไปนั่งพูดนั่งคุยบ่อยๆแล้วจะติดใจครับ และบรรทัดสุดท้ายในรายงานการพบปะของผมทุกครั้งกับกลุ่มคนข้างล่างนั้น ผมจะเขียนตัวหนาๆ เห็นชัดๆว่า...

...เออ แฮะ เค้าดูมีความสุขกันจังเลย อาจจะปวดร้าว แต่ทว่าเรียบง่าย และสวยงามที่สุด ^_^

..............................................................................

28 พ.ค. 2552 เวลา 16.00 น. โดยประมาณ

และวันนี้ครับ ผมเอาไฟล์ภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวาน ไปอัดและนำมามอบให้พี่พิชและน้องเจได พ่อและน้องดีใจมากๆครับ

ผมเขียนข้อความหวังดีใส่ข้างหลังภาพทั้ง 4  บอกความรู้สึกดีดีทุกอย่างที่ผมได้รับจากการพบกันเมื่อวานหวังให้พี่ๆเค้ามีความสุขอย่างนี้เรื่อยไป พี่พิชยิ้มและขอบคุณผมด้วยความจริงใจ และเปี่ยมสุข

พอผมจะลากลับ พี่พิชก็ถามผมว่า ทำงานอยู่ตั้งสนามบิน ขับมอ'ไซค์ มาถึงนี่เพื่อเอารูปมาให้แค่นี้เหรอครับ???

ผมพยักหน้ายิ้ม แล้วรอดูสีหน้าปลื้มใจแต่ไม่เข้าใจของพี่พิช เห็นได้ชัดว่าพี่พิชและคนร่วมอาชีพท่านอื่นๆนั้นอาจจะไม่ค่อยได้รับแม้การทักทาย พูดคุย และแบ่งปันอย่างนี้บ่อยๆเป็นแน่

ผมขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากออฟฟิศคนงาน หลังเลิกเรียนที่อุดรฯรถเยอะมากครับ จะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามยังต้องรอนานมากๆครับ เกือบ 5 นาที แต่ใครบางคนบนฟ้าอาจจะตั้งใจให้ผมรอนานอย่างนี้ก็ได้เพราะ...

พี่พิชครับ พี่พิชแกเดินช้าๆ เข้ามาหาผมเงียบๆ ผมก็ยิ้มสงสัยและคิดว่าแกจะมาเตือนอะไรหรือเปล่า หรือจะมาช่วยผมข้ามถนน 555 แต่ก็ไม่ครับ พี่พิชแค่เดินมา และพูดสั้นๆ แต่ความมีความหมายมากมายว่า ผมอ่านข้อความที่เขียนไว้ด้านหลังรูปแล้วนะครับ...พูดแค่นี้จริงๆครับ พูดจบแล้วก็ยิ้ม ^^ 

คำพูดจริงใจแค่นี้แหละครับทำให้โลกของผมพองโต

อ๊าาาาห์...มีความสุขจังเลยครับ ^^

ถนนฝั่งตรงข้าม หลังจากที่ผมข้ามมาได้...เห็นออฟฟิศเล็กๆตรงกลางภาพ ค่อนไปทางซ้ายนั่นมั้ยครับ  ^_^

ความสุขของคนขายแรงงานอันน้อยนิด แต่มหาศาล... ^_^

.....................................................................................................

อาจไม่จำเป็นนะครับ ไอ้เรื่องการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกันในสังคม อยู่ใครอยู่มัน หรือรักกันในครอบครัวและเพื่อนฝูงแค่นี้อาจจะพอ อย่างนี้ผมถือว่าแค่เท่าทุน และรอดตัวครับ

สำหรับผม การแกว่งเท้าออกไปหาความสุขและกำไรนอกวงโครจรนั้นตื่นเต้นกว่าเป็นไหนๆครับ...สนู๊กกก สนุก 555 

.................................................................................

ขอบพระคุณพี่พี่ทุกท่านมากนะครับที่เข้ามาเยี่ยมชมบันทึกนี้

ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เรียกว่า อื่นๆ อีกมากมายนะคร๊าบบ >_<