ตอนท้าย ๆ ขอบคุณทุกสิ่งที่ให้ยูมิได้ท่องไปในเกาะลังกาวีแห่งนี้

 

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าถึงการไปดูวิถีชีวิตทางสังคมวัฒนธรรมบนเกาะลังกาวี ยูมิไปกับคณาจารย์ภาควิชาสังคมศาสตร์  คณะมนุษยศาสตร์ ฯ มอทักษิณ  เมื่อวันที่ 22 23 พ. ค. 2552 ที่ผ่านมา 1 คืนกับ 2 วัน ได้เห็นความเป็นไปต่าง ๆ เลยนำมาเล่าสู่กันฟังพอหอมคอ 

ชาวเกาะลังกาวีคนนี้ชื่อไมเคิล  หว่อง  สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษทำให้ได้รู้เรื่องราวเล่าในบันทึกนะ...

 เป็นอันว่าเกาะนี้มีหินอ่อนสีชมพูเยอะมีโรงงานทำหินอ่อนเป็นแผ่นเป็นก้อนออกขาย  ชาติอิตาลีมาเจอหินอ่อนที่นี้ละก่อนเอาไปเผยแพร่  

 ที่นี้ไม่มีหาดทรายลงเล่นน้ำทะเลเลย  ที่นี้ปลอดภาษีทุกอย่างเพื่อดึงเงินเข้าประเทศเป็นกุศโลบายของเขายุค นายกชื่อ ดร. มหาเดย์ 

 มีการแก้คำสาบจากนางมะสุหรีให้เกาะนี้เจริญ  ทำธุรกิจรองรับการท่องเที่ยวมีเส้นทางเรือเมล์ 3 เส้นทางจากฝั่งมาเลเซีย 

มีภาพสาวน้อยชาวมาเลเซียมาฟากให้ชม...

 อีก 1 จากเขต จ. สตูล และมีสนามบินลงได้ในเกาะนี้  มีวัดหลวงพ่อคูณ จากวัดบ้านไร่ ท่านไปสร้างไว้ 

ได้ริ้มรสอาหารไทย...

 วันไปวัดเจอพระไทยสอบถามมีอยู่ราว  10 กว่ารูป 

บาย ๆ

 เป็นเกาะที่สงบยามค่ำคืนเดินเล่นเห็นสบาย ๆ คิดว่าต่อไปอาจจะผิดก็ได้นะคืออนาคต นกอินทรีย์คงไปยังเกาะอื่นเพราะคนเยอะขึ้นเหลือเพียงสัญลักษณ์รูปนกให้ชมนั้นเองละ