มนุษย์เกิดมาย่อมมีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้... เราจึงต้องรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม

ชีวิตไม่สิ้น ต้องดิ้นต่อไป  “เศร้าไปทำไม...ได้อะไร?”

          พวกเรารู้กันดีใช่ไหมว่า มนุษย์เกิดมาย่อมมีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป  เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้... เราจึงต้องรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม---->> เพียงแค่ปรับเปลี่ยนความคิดให้มองด้านบวก หรือที่เราเรียกว่า “มองโลกในแง่ดี”  เชื่อว่า...ชีวิตจะดีขึ้น

          ไม่มีใครที่จะพบกับสิ่งที่เป็นทุกข์ ความผิดหวัง หรือสิ่งร้ายๆ ในชีวิตตลอดเวลาหรอก..ชีวิตของมนุษย์ทุกคนย่อมผ่านทั้งสุข เศร้า ปะปนกันไป...อย่าเครียดกับมันจนเกินไป เพราะมันจะบั่นทอนจิตใจของเราเอง  มันจะยิ่งทำให้เราหาทางออกไม่เจอ..(ที่เราเรียกว่า ความเขลาเบาปัญญา ยิ่งเครียดยิ่งโง่...คือมันตื้อ..มันมืดแปดด้าน..เหนื่อยล้าเหลือเกิน  ! >>>)

ความเครียด ; บ่อนทำลายความสุข

          ผู้เขียน ผ่านพบมรสุมชีวิตมาหลายเรื่องหลายราว...ความที่ยังเด็กและจริงจังกับชีวิตมาก ทำให้เรายึดติด คิดมากกับสิ่งที่สร้างความทุกข์ให้กับเรา รู้สึกกลัว วิตกกังวลไปสารพัด  คิดว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดกับเรา...เราสร้างเวรไว้กับใครหนักหนาหรือไร?  เราถึงต้องเจอะเจอกับเรื่องร้ายๆ แบบนี้  มันทำให้มีแต่ความทุกข์...เศร้า เวลาอยู่ต่อหน้าใครๆ อาจยิ้มหัวเราะ เหมือนมีความสุขเสียเต็มประดา...จริงๆ แล้วเศร้าเหลือเกิน พออยู่คนเดียวน้ำตามันคอยแต่จะไหล แอบร้องไห้ไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอ หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้เลย...นั่นคือมุมมองเมื่อก่อน เพราะไปยึดติด ปล่อยวางไม่เป็น ใจก็เป็นทุกข์ หาความสุขไม่เจอ...>>>

         แต่เมื่อ...ลองตั้งสติ  คิดทบทวนด้วยเหตุด้วยผล ด้วยสติปัญญา เปลี่ยนความคิดเสียใหม่...เอามรสุม อุปสรรคและปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น มาเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดันให้ต่อสู้และอดทนรอคอย ทำให้ใจสบาย สงบ นิ่ง มีสมาธิ รู้ตัวเลยว่าเราสุขุมขึ้น ใช้ธรรมะเป็นตัวช่วยอีกทาง มันจะค่อยๆ ดีขึ้น...มองเห็นสัจธรรมของชีวิต  “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  มนุษย์ย่อมมีกรรมเป็นของตน ย่อมเจอบททดสอบครั้งแล้ว ครั้งเล่า...อยู่ที่ว่าเราจะมีสติ รู้ตนหรือไม่ ถ้าเรามีสติรู้เท่าทัน...เราก็จะสามารถมันมือกับมันได้อย่างง่ายดาย”

แต่ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถเปลี่ยนไปในทันทีทันใดหรอกนัก ต้องค่อยเป็นค่อยไป  จงอดทนกับความทุกข์ ความผิดหวังนั้น  ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ เราก็จะพบความสุข ความสมหวังซักวัน

          เดี๋ยวนี้ผู้เขียนเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติทางความคิดใหม่...ทำให้ไม่ยึดติด  และสามารถสร้างความสุขให้กับตัวเองได้  "อย่าจมอยู่กับความทุกข์...เพราะชีวิตจะไม่ได้ลิ้มรสกับความสุข"

** เพราะฉะนั้น อย่าเสียเวลาอยู่กับความทุกข์นานๆ  จงลงมือทำสิ่งดีๆ ให้ชีวิตเสียตั้งแต่บัดนี้  ด้วยเหตุผลที่ว่า **

          ถ้าใจเราคิดทุกข์     เราก็เกิดทุกข์

          ถ้าใจเราคิดสุข       เราก็ได้รับความสุข

         จงคิดว่า เราเกิดมาเพื่อจะมีความสุข  ไม่ใช่เกิดมาเพื่อจะมีความทุกข์  ดังนั้น เราจงทำทุกวันให้มีความสุข  ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่เกิดมา  เมื่อจะคิดสิ่งใดก็ตาม ขอให้ความคิดนั้นทำให้ตัวเรา และคนอื่นที่อยู่รอบข้างเรามีความสุข  แล้วความทุกข์จะค่อยๆ ห่างจากเราไปเอง...

     **ผู้เขียนมีโอกาสอ่านหนังสือของคุณอภิชัย  เกิดกมลคุปต์ (เปลี่ยนชีวิต...แค่คิดบวก) อ่านแล้วโดนใจมาก เพราะมันตรงกับชีวิตของผู้เขียนมากเลย  เขาบอกว่า...

      “ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน   ความคิดว่าทุกข์ อยู่กับเรานานกว่า 

ให้รับรู้ว่าทุกข์ ผิดหวัง ล้มเหลว แต่อย่ายึดติด  เพียงแค่รับรู้...

หาทางแก้ไข ไม่ยึดติดกับความทุกข์ ด้วยความคิดของตนเอง”

         ขอเป็นกำลังใจให้กับหลายๆ คนที่กำลังเป็นทุกข์  ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ คิดบวก มองโลกในแง่ดี  แล้วสร้างพลังใจในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง!...แล้วคุณจะพบความสุข  คีวามสำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ...

ฝากบทเพลงท่อนสั้นๆ...เพราะชอบมาก มันทำให้ชีวิตมีความหวัง!...

          “หากฉันเป็นนก  จะติดตามเมฆน้อย ที่ล่องลอยลับไป 

            ฟากฟ้า...มืดมนเพียงไหน?  ไม่หวั่น...

            หวังไว้  คงสักวัน...อาจได้เจอ...”

อ้อ! ชอบคนร้องด้วยแหละ...พี่อ๊อดคีรีบูน  เพราะเป็นแฟนพันธ์แท้ ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นแล้ว...ฮิ  ฮิ