จิตสบายใจสงบเเม้ยามป่วยไข้

อเชิญผู้ป่วยเด็กและครอบครัว บุคลากรหอผู้ป่วยเด็ก 3ง พุทธศาสนิกชนผู้สนใจทุกท่านร่วมกิจกรรมตักบาตรวันพุธ ในโครงการพาน้องท่องวิถีพุทธ หอผู้ป่วยเด็ก 3ง แผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม งานบริการพยาบาลโรงพยาบาลศรีนครินทร์  และร่วมฟังพระธรรมเทศนา ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน.......

เย็นวันหนึ่งขณะที่นะโมกับสายใจเดินผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ที่มีแผ่นป้ายประกาศเรียงรายเต็มไปหมด พลันสายตาของสายใจก็เหลือบไปเห็นคำติดประกาศเชิญชวนของโครงการพาน้องท่องวิถีพุทธ  จึงหันไปพูดกับนะโมว่า “ ดีจังเลยอยู่โรงพยาบาลก็ได้ตักบาตร แม่กำลังอยากทำบุญพอดี ยิ่งนะโมกำลังไม่สบาย ถ้าได้ตักบาตรพระ ได้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่มาเบียดเบียนเรา แม่คงจะรู้สึกดี นะโมว่าไงลูก ”  พูดจบสายใจก็หันไปทางนะโมผู้เป็นลูก  “ ดีครับแม่ นะโมก็อยากทำบุญเหมือนกัน พ่อเคยสอนว่า บุญทำได้ไม่มีสิ้นสุด  ทำเยอะก็ได้เยอะ ที่โรงเรียนคุณครูก็สอนให้สวดมนต์และแผ่เมตตา นะโมกล่าวคำแผ่เมตตาได้แล้วนะครับแม่ ”  

นะโมเป็นเด็กชายอายุประมาณ 8 ขวบหน้าตาน่าเอ็นดู  ผิวพรรณผ่องใส  พูดจาฉะฉาน สายใจพานะโมมาพบหมอด้วยอาการ 2 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาลคลำเจอก้อนที่ท้อง ผล Ultrasoundพบมีก้อนขนาดใหญ่บริเวณตับ  นะโมได้รับการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนนั้นออก แต่โชคร้าย ผลการตรวจชิ้นเนื้อแจ้งว่านะโมเป็นมะเร็งตับสายใจยังไม่กล้าที่จะบอกให้ลูกรู้ด้วยความที่นะโมยังเด็กเกินไป ได้แต่บอกว่า นะโมป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับช่องท้อง รักษาไม่นานก็คงหายนะลูก  นี่คือคำปลอบโยนที่แม่มีให้นะโม  แต่ลึกๆข้างในหัวใจของคนเป็นแม่แทบจะแตกสลาย เมื่อได้ฟังข่าวร้ายจากปากคุณหมอ แต่ขณะที่สายใจกำลังหาที่พึ่งทางใจ เพื่อจะให้ความทุกข์ที่มีอยู่มันผ่อนเพลา เบาบางลงบ้าง  สายใจก็ได้มาเจอสิ่งที่กำลังตามหาเหมือนมีอะไรมาดลใจให้อ่านเจอข่าวประชาสัมพันธ์และเย็นวันนั้นสายใจจึงชวนนะโมเพื่อออกไปหาซื้อของที่จะเตรียมใส่บาตรในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันพุธพอดี   

เช้าวันพุธ สายใจปลุกนะโมให้ตื่นแต่เช้าเพื่อจะได้เตรียมตัวใส่บาตร เพื่อนๆข้างเตียงต่างก็เชิญชวนให้ตั้งแถวรอพระ  เสียงเชื้อเชิญจากพยาบาลที่ขึ้นปฏิบัติงานในเวรดึกดังพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ใน Ward  ได้ยินทั้งหมด   วันนี้วันพุธนะคะใครมีจิตศรัทธาจะร่วมทำบุญตักบาตรรีบเตรียมตัวนะคะหกโมงสี่สิบห้าเดี๋ยวพระท่านก็มาแล้วค่ะ”ภายในพริบตาภาพที่งดงามก็ปรากฏแก่สายตาของฉันและผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปมา นั่นคือภาพผู้ป่วยเด็ก ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ในทีมการพยาบาลทุกคน รวมทั้งนักศึกษาแพทย์  นั่งเรียงรายเป็นแถวยาวจนสุดทางเดินเข้า Wardหลังจากเดินรับบาตรจนครบแล้วเสียงพระสวด ยะถา..........ก็ดังขึ้น...เป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนก้มศีรษะลงเพื่อทำพิธีกรวดน้ำ เป็นเสมือนเสียงที่สะกดให้ใจมีพลังขึ้นมา และพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างกล้าหาญ นอกจากนี้บุญกุศลที่เราทำในวันนี้ ยังจะเผื่อแผ่อุทิศให้กับเพื่อนผู้ป่วยเด็กที่ล่วงลับไปแล้ว  ฉันได้แต่อมยิ้มและรู้สึกอิ่มใจกับภาพที่เห็น ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ และบอกกับตัวเองว่า โครงการนี้จะต้องดำเนินต่อไป  เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ” และสิ่งที่เราได้เป็นของแถมก็คือบุคลากรในทีมการรักษาพยาบาลในฐานะที่ได้คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยเด็กและครอบครัว เห็นความเจ็บความป่วย ความเป็น ความตายอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็มีเหนื่อยล้า ขาดพลังใจในการทำงาน เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสเวลาที่ขึ้นเวรเป็นโอกาสในการทำบุญและเติมพลังให้กับชีวิต เพื่อที่ทุกคน จะได้มีความพร้อมที่สุดในการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี  ฉันเคยอ่านหนังสือชุดงานคือความดี ที่นายแพทย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ คณะ จากสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพได้เรียบเรียงเรื่องราวที่เป็นตัวอย่างของการใช้โอกาสในการทำงานเป็นโอกาสในการทำความดี ท่านเขียนไว้ตอนหนึ่งว่า

“งานบริการสุขภาพเป็นที่บรรจบกันของความดี ความงามและความจริงของชีวิต งานจึงไม่ได้เป็นแค่ภารกิจที่จำเป็นต้องทำให้ได้ตามตัวชี้วัด เพราะงานที่ทำด้วยหัวใจที่อ่อนโยนต่อความเป็นมนุษย์นั้นเป็นมากกว่าภารกิจตามหน้าที่ แต่เป็นความดีที่หล่อเลี้ยงชีวิต”

เมื่อใดที่ฉันเหนื่อยล้าจากการทำงาน หากนึกถึงประโยคนี้ทีไรก็ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาทันที และภาพกิจกรรมตักบาตรที่ได้เห็นวันนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความดีที่หล่อเลี้ยงชีวิต

เสร็จจากพิธีตักบาตร ฉันเดินเข้าไปหานะโมกับสายใจ พลันเอ่ยถามว่า ทำบุญแล้วเป็นอย่างไร  สายใจบอกฉันด้วยน้ำเสียงและสายตาที่บ่งบอกถึงความสุข รู้สึกสบายใจและมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป  และจะสู้เพื่อลูก ส่วนคนอื่นๆที่ฉันสอบถามก็ได้คำตอบที่ไม่ต่างจากสายใจมากนักทำให้จิตใจสงบรู้สึกดีมีความสุขที่ได้ร่วมกิจกรรม จากที่มีความทุกข์ ความเศร้า ทำบุญแล้วรู้สึกดีขึ้น ” “การทำบุญทำให้จิตใจเข้มแข็ง คาดหวังว่าบุญกุศลจะช่วยบรรเทาอาการลูกนี่คือส่วนหนึ่งของคุณค่าที่เกิดจากโครงการพาน้องท่องวิถีพุทธ   และนอกจากกิจกรรมตักบาตรวันพุธแล้ว เรายังมีกิจกรรมฟังพระธรรมเทศนาทุกเดือน โดยจัดในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน แจกหนังสือธรรมมะ  พิมพ์บทสวดมนต์สำหรับให้ผู้ป่วยสวดมนต์ก่อนนอน แจกหนังสือเรื่องสอนลูกทำบุญ 500 เล่ม  พาผู้ป่วยระยะสุดท้ายถวายสังฆทาน พาผู้ป่วยไปเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้ป่วยที่ต้องการทำบุญในหอผู้ป่วยเช่นทำผ้าป่า  สวดมนต์ต่ออายุ  เมื่อมีผู้ป่วยเสียชีวิตทีมการพยาบาลจะทำพิธีกล่าวคำขอขมาด้วยบทอโหสิกรรมซึ่งเราได้ดัดแปลงมาจากหนังสือธรรมรักษาและเป็นบทสวดขออโหสิกรรมที่ใช้ในหอผู้ป่วยจนถึงปัจจุบัน  โครงการพาน้องท่องวิถีพุทธดำเนินมาครบ ปีที่ 3 แล้วและกำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่ สี่ซึ่ง  ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของทีมการพยาบาลแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ชี้ให้เห็นการดูแลที่ใส่ใจในมิติสำคัญ นอกจากมิติทางกาย จิตใจ สังคมแล้ว นั่นคือมิติจิตวิญญาณ และโครงการนี้จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่ผู้คนยังมีความต้องการและแสวงหาที่พักพิงใจยามเจ็บไข้

 

พาน้อง         เดินตามรอย                       พระพุทธ

 ท่อง          คำอันพิสุทธิ์                         จิตผ่องใส

             วิถี             ทางดุจประทีป         ส่องนำใจ

              พุทธ        องค์ตรัสไว้                     ควรค่าบูชา

ขอขอบคุณ

รศ.พญ. อรุณี เจตศรีสุภาพ  บริจาคร่วมจัดพิมพ์บทสวดมนต์ และซื้อชุดสังฆทาน

รศ.พญ.ศรีเวียง  ไพโรจน์กุล บริจาคหนังสือ สอนลูกทำบุญ , 30 วิธีทำบุญ500เล่ม

รศ.นพ.สุรพล     เวียงนนท์   ประธานทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรม

คุณชูศรี     คูชัยสิทธิ์                หัวหน้างานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์

 คุณวัฒนา     พุทธิสวัสดิ์         อดีตผู้ตรวจการแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม

 คุณทวนทอง   พัณธะโร         รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล

 คุณสุชีลา   เกษตรเวทิน          ผู้ตรวจการแผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม

 คุณสุดารัตน์  สุภาพงษ์            หัวหน้าหอผู้ป่วยเด็ก 3ง

 คุณเกศนี    บุณยวัฒนางกุล   APN สาขาการพยาบาลเด็ก, Nurse co- ordinator

  ผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง , โรคเรื้อรังและครอบครัว