พ่อครับ...

ณ วันนี้จดหมายฉบับสุดท้ายของพ่อในวันนั้น
ในห้วงแห่งความท้อแท้และสิ้นพลังใจ  ผมมักจะหยิบมันขึ้นมาอ่านอยู่เสมอ
จดหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่เป็นพลังแรงใจแรงกายของตัวผมเองเท่านั้น
แต่ คือสิ่งที่ช่วยตอกย้ำ ให้ผมไม่ลืมคุณค่าของความเป็นมนุษย์
คุณค่าแห่งความเชื่อ คุณค่าของสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวผมได้ทำและก้าวผ่าน
ที่สำคัญ เป็นสิ่งที่ย้ำให้ผมไม่ลืมคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ คุณค่าแห่งสังคมที่พวกเราอยู่
อุดมการณ์ แห่ง การสร้างสรรค์สังคม ให้เท่าเทียมหรืออย่างน้อยเพื่อความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ด้อยโอกาส
อุดมการณ์ แห่ง การทุ่มเทและเสียสละ เพื่อพี่น้องของเราที่ยากลำบากและกำลังทุกข์ยาก

คำว่า "อุดมการณ์" จะไม่เลือนลางหรือจางหายไปจากชีวิตของลูกผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอนครับพ่อ

ลูกชาย


 

ฉบับสุดท้าย

บ้านนา  ป่าดอน

19  ธันวาคม . . ..

ลูกรัก

พ่อจะไม่ขอเอ่ยคำว่า  “ เสียใจ ” กับลูกหรอก  หากลูกคิดว่าความคิดของลูกถูกต้องแล้ว 
พ่อรู้ว่าลูกโตพอที่จะมีความคิด  พ่อไม่มีสิทธิ์จะห้ามความคิดของลูกได้    ลูกรัก....ถ้าลูกอยากจากบ้านนาไปตลอดกาล 
จากสภาพป่าดงที่ลูกเคยอยู่  ไปสู่ถิ่นที่ลูกต้องการอยู่ตลอดไป    . . . สี่ปีที่ลูกเรียนในชั้นมหาวิทยาลัย . . .
สี่ปีที่ลูกสุขสันต์ในเมืองหลวงมันคงทำให้ลูกเปลี่ยนไป   พ่อยังจำได้ก่อนที่ลูกจะจากไปเมื่อสี่ปีก่อน 
วันสุดท้ายที่ลูกจะจากไปเข้าสู่สังคมเมืองหลวง  . . . วันนั้น  ลูกนั่งกับพ่อริมนา  มองเพื่อนบ้านของเรา
ที่กำลังตรากตรำทำนากลางตะวันจ้าแรง  คำพูดของลูกในวันนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในดวงใจพ่อ

 “พ่อครับ . . . ผมจะกลับมา  ผมจะมาอย่างบัณฑิตที่พร้อมจะช่วยเหลือพวกเขา 
อีกไม่นานหรอกพ่อ  ได้ดรลูกของพ่อคนนี้จะทำให้หมู่บ้านเราเจริญขึ้น  ช่วยชีวิตพวกเขาให้สูงขึ้นและยุติธรรมขึ้น”

พ่อหวังมาตลอดสี่ปีว่าสักวันหนึ่ง  เจ้าจะทำอย่างที่เจ้าคิดและพูดในวันนั้น  
เวลานี้แม้ว่าจดหมายฉบับสุดท้ายของลูกจะทำลายความหวังของพ่อจนเกือบหมดสิ้นก็ตาม  
ความคิดของลูกขณะนี้คงจะไม่มีความคิดเมื่อสี่ปีก่อนเหลืออยู่เลย. . .    เวลานี้ลูกเรียนสำเร็จแล้ว 
ลูกเป็นบัณฑิต   แต่ลูกไม่ได้เป็นบัณฑิตของคนยากอย่างที่พ่อหวัง   ลูกกำลังตกอยู่ในความฟุ้งเฟ้อของเมืองหลวง  . . .
สังคมเมืองหลวงกำลังเชือดเฉือนความคิดอันมีค่าของลูกไป 
ลูกเคยได้ยินไหมว่า  “ความใฝ่ฝันหาใช่ความเพ้อฝัน”   ถูกแล้ว  พ่อหวังอยู่เสมอว่าความใฝ่ฝันของลูกต้องมิใช่ความเพ้อฝัน 
พ่อลงทุนลงแรงทุกอย่าง   หลั่งเหงื่อทุกเม็ดทุกหยดโดยไม่เคยปริปาก   ไม่เคยย่อท้อ 
เพียงเพื่อหวังว่าจะส่งเสียลูกให้เป็นบัณฑิตและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด    . . .
ในชีวิตของพ่อ  พ่อต้องการเพียงแค่นี้  ต้องการให้ลูกเป็นคนของมวลชนคนยากให้ได้เท่านั้น 
จะมีอะไรอีกเล่าที่พ่อต้องการ   นอกจาก . . .ลูกของตนสามารถทำประโยชน์แก่สังคมคนยากได้ 
ลูกเอ๋ย . . พ่อคิดว่าความหวังของพ่อยังไม่หมดสิ้นไป  พ่อคิดว่าลูกคงจะทบทวนความคิดของลูกใหม่ 

จดหมายฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายที่พ่อจะเขียนถึงลูก   
ลูกรัก. . .จงจำไว้นะว่า   น้ำตาแห่งความเป็นพ่อของพ่อจะไม่ยอมหลั่งรินเด็ดขาด 
หากลูกของพ่อทำผิดความมุ่งหวังที่พ่อได้ตั้งไว้   แต่พ่อจะหลั่งมันอย่างเป็นสุขและภาคภูมิใจ
ว่าในสักวันหนึ่งที่ลูกคิดได้และหวนกลับมาสู่บ้านเกิดเพื่อพัฒนาถิ่นที่ลูกเคยรักและหวงแหน 
และนั่นคือ  สิ่งที่พ่อต้องการ............

         
รักลูก  จากพ่อ