Keep on .....

Digital KM

สะกดรอยการจัดการความรู้ กรมสุขภาพจิต  ตอนที่ 4

                                                                                                                                   โดย.อาจารย์ธวัชชัย  ปิยะวัฒน์

         

            การนำเอา communication technology มาใช้ จะทำให้เรากำลังทำลายกำแพงของความห่าง ระหว่างกันให้เข้าใกล้กันมากขึ้น

http://school.obec.go.th/pasatwit/Di_li/content/comp/comp_web/lesson3/img1/1_2_2.jpg

 

              คนที่อยู่ห่างกัน เหมือนอยู่ใกล้กัน   เพราะเชื่อว่า......สามารถทำลายกำแพงที่ขวางกั้นตรงนั้นได้  เมื่อทำลายกำแพงนั้นได้ ความรู้ก็จะไหลเข้าหากัน อย่างเช่น กำแพงเรื่องภาษา

              คน KM  พยายามที่จะเรียกพี่เรียกน้อง  ทำอย่างไรที่จะทำลายกำแพงตรงนั้นได้   เช่นการพูดคุยกับผู้ใหญ่  ผู้เล่ามีความรู้สึกว่า จะเล่าเรื่องนั้นดีหรือไม่ เพราะเหตุผลหลายอย่าง(ความเหลื่อมล้ำ...)  เพราะฉะนั้นตัวผู้ใหญ่เองจะต้องลงมา .....เข้ามานั่งบนเสื่อผืนเดียวกัน ....แล้ว พูดว่า  ..."เอ้า..มีอะไรก็ว่ามา ....เป็นภาษาที่เป็นธรรมชาติ มากขึ้น เมื่อทำลายกำแพงตรงนี้ได้  เรื่องเล่าก็จะเกิดขึ้น น้ำก็จะไหลเข้าหากัน......

              แต่ละองค์กรจะมีจุดกั้นแตกต่างกัน จุดกั้นของกรมสุขภาพจิต ย่อมแตกต่างจากจุดกั้นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  จึงเป็นหน้าที่ของคนในองค์กรเอง ที่ต้องพยายามหาจุดกั้น และทำลายมันออกไป

               

             เราต้องพยายาม ทำลายจุดกั้น สร้างความคึกคัก ความตื่นเต้น  ทำให้การจัดการความรุ้  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้  มีความสุข สนุก ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเล่าสู่กันฟังได้  บางครั้งเราต้องอาศัยพลังจากภายนอกมากระตุ้น  เพื่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นกิจกรรมนำร่อง ...... ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราทำกัน

             ทุกวันนี้เราพยายามใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษให้มันสวยหรู  สุดท้าย KM ก็รู้สึกว่า ยากขึ้น ยากขึ้น เรื่อย ๆ

             ท่านอาจารย์ วิจารณ์ พานิช ท่านเป็นอัจฉริยะ ในการใช้ภาษา ท่านแปล คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณลิขิต คุณประสาน คุณวิศาสตร์  ให้เป็นคำศัพท์ แบบไทย ไทย ที่ทำให้ ฟังง่าย และเข้าใจมากขึ้น

 

คุณเอื้อ(Chief Knowledge Officer)CKO

             เป็นคนที่ทำให้การจัดการความรู้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน เป็นบุคคลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ให้เป็นแบบ "แนวราบ"  เป็น ผู้เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นผู้นำในการพัฒนาวิธีการทำงานในหน้าที่ของตน และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมงาน และเป็นผู้หากุศโลบายทำให้ความสำเร็จของการจัดการความรู้ในบางหน่วยงาน "ระบาด" ไปยังส่วนอื่น ขององค์กร

 

 

 

ภาพประกอบคุณเอื้อ

                                        http://learners.in.th/file/alummilk/aua.jpg              

  

คุณ อำนวย(Knowledge Activist/broker)

            เป็นคนที่ทำหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และอำนวยความสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชิง กิจกรรม เชิงระบบ และเชิงวัฒนธรรม  คุณอำนวยเป็น  "ช่างเชื่อม" เป็นเหมือนคนที่มองหากำแพง อะไรที่กันความรู้ไม่ให้ไหลเข้าหากัน ทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่เกิดขึ้น มันอยู่ตรงไหน คุณอำนวยก็จะพยายามหากุศโลบาย หาแนวทางในการทำลายกำแพงนั้นเสีย

           คุณอำนวยทำหน้าที่ช่างเชื่อม  เชื่อมความรู้ ต่างๆ เหล่านั้น เข้าหากัน  และปัญหาที่ใหญ่ที่สุด คือ "จุดเชื่อม"  ไม่ว่าจะเป็นจุดเชื่อมทางจุลภาค(microcommunity) จุดเชื่อมทางจินตนาการ(imagined community)  จุดเชื่อมแห่งภาพอนาคต ที่เชื่อมด้วยแผนที่ และที่สำคัญ ต้องเป็นนักขายฝัน คุณอำนวยต้องเป็นคนลุยงาน คุณอำนวยไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานความรู้ คุณอำนวยเป็นผู้ที่เชื่อมคนที่มีความรู้เข้าหากัน ทำหน้าที่เชื่อมกระบวนการ ทำให้กระบวนการการทำงานเกิดขึ้น  ให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง 

           การเชื่อมต่อไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันอยู่ตลอดเวลา  คุณอำนวยจะเป็นเพียงผู้ให้อำนาจผู้ทำงาน ไม่ใช่ผู้ควบคุม  เพราะเมื่อไหร่มีการใช้วิธีการควบคุม เมื่อนั้นการกระทำทุกอย่าง ก็จะแตกสลายทันที

           การให้จะประสบความสำเร็จได้  ผู้ให้ต้องให้ดัวยใจ อย่าไปบังคับให้เค้าให้  การบังคับให้เค้าให้ เป็นการขู่เข็ญ  การให้ที่ไม่ได้เกิดจากใจ  สิ่งที่ให้จึงเป็นสิ่งที่ไม่กระตุ้นให้เกิดการอยากทำ  ผลลัพธ์ก็จะไม่เกิดขึ้น

           เพราะฉะนั้น เราต้องเห็นความรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง

           หลาย ๆ องค์กรการจัดการความรู้ จริงหรือไม่ที่ทุกคนต้องเขียนความรู้ออกมา แล้วส่งให้องค์กรภายในเวลาที่กำหนด  ทุก ๆ คนก้มหน้าก้มตาเขียน เพื่อให้ได้ความรู้ออกมา  สุดท้ายการบังคับให้ทำก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ใด

               

           กำลังใจ ต่างหาก  การให้กำลังใจคือ การสนับสนุนที่ดีที่สุด หากจะให้เกิด การจัดการความรู้

เมื่อมีกำลังใจ ทุกคนก็พร้อมที่จะให้ 

  ......ความรู้ที่อยากให้.....

....ก็จะให้อย่างจริงใจ.....

 

             การจัดการความรู้ที่เกิดขึ้นมา  สิ่งมีชีวิตทั้งหลายอาศัยเกื้อกูลกัน  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือหนทางรอดของสังคมมนุษย์

             จะทำอย่างไร ให้กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้น......ความรู้ไม่ใช่ว่าเมื่อสกัดออกมาได้แล้ว จะอยู่ถาวรได้ตลอดไป  เพราะฉะนั้นช่างเชื่อมจึงไม่ใช่ผู้มีความรู้เอง   ผู้มีความรู้เองต่างหาก ที่ต้องเชื่อมเข้าหาซึ่งกันและกัน

 

 

 

ภาพประกอบคุณอำนวย

http://learners.in.th/file/alummilk/Amnoy.JPG

  

คุณกิจ

             คุณกิจเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด  เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  คือทุกคนที่ทำงาน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงสุด  ลงไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานระดับล่างสุด ทุกคนจะเป็นผู้มีความรู้ทั้งหมด ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้  คุณกิจจะเป็นผู้ที่ดำเนินกิจกรรมการจัดการความรู้ตัวจริง  เป็นคนทำงานขององค์กร ที่ตั้งใจถ่ายทอดความรู้จากรุ่น...สู่รุ่น 

             ลักษณะของคุณกิจ คือ คนรักองค์กร  อยากเห็นองค์กรเติบโต

              

             จะทำอย่างไร ให้คุณกิจ สามารถถ่ายทอดความรู้ โดยมีทักษะต่าง ๆ เหล่านี้ การพูด  การฟัง การคิดชิงบวก  การนำความรู้หรือวิธีการใหม่ ๆ ไปทดลองใช้  การสังเกต การนับเพื่อบันทึกผลการทดลอง การประเมินผลการทดลองด้วยตัวเอง หรือการจดบันทึก  เพราะที่กล่าวมาทั้งหมด คือ คุณกิจ ทุกคนในองค์กร คือคุณกิจ

             เหตุที่เราทำการจัดการความรู้นี้เพื่อใคร....คำตอบก็คือคุณกิจนั้นเอง

             เพื่อให้องค์กรของทุกคนทำงานร่วมกันได้ เพราะสิ่งที่ทำก็เพื่อ คุณกิจทั้งหมด           

 

 

 

 

ภาพประกอบคุณกิจ

http://learners.in.th/file/alummilk/kit.jpg

 

 

คุณ ลิขิต(Note taker)

           เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คุณลิขิตคือผู้จดบันทึกในกิจกรรมการจัดการความรู้    ความรู้อะไรก็ได้ที่สามารถสกัดออกมาได้ เพราะนั้นคือความรู้ชัดแจ้ง  ความรู้จึงมีชีวิตเพราะดึงมาจากตัวคน  เพราะความรู้ที่อยู่ในตัวคนเป็นความรู้ฝังลึก  การทำงานทุกอย่างก็เช่นเดียวกัน  เมื่อไรเราดึงมาจากตัวคน เราต้องทำความรู้ให้สามารถถ่ายทอดอยู่ได้ เพราะความรู้ถูกหล่อเลี้ยงอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

           คุณลิขิต เป็นเสมือนขุมความรู้ ที่ทำหน้าที่จดบันทึก เรื่องเล่าเร้าพลัง(storytelling) และแก่นความรู้(core competence) เพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงานแต่ละชิ้น

   

 

 ภาพประกอบคุณลิขิต

http://learners.in.th/file/alummilk/likhit.jpg

 

คุณประสาน(Network Manager)

              คุณประสานมีหน้าที่ที่สำคัญคือ ทำให้บุคลากรในองค์กรมาเจอกัน  มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ช่วยทำให้คนต่อคน ได้ดีที่สุด เพราะนั้นหมายถึงองค์ความรู้ที่มีชีวิตจะได้ถูกถ่ายทอดสู่กันและกัน  จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง

               งานของกรมสุขภาพจิต  มีส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ คืองานด้านระบาดวิทยา  องค์ความรู้ที่มีอยู่คือ การควบคุมการระบาดของโรค ทำอย่างไรกับการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี่มาประยุกต์ใช้กับงานระบาดวิทยาทางสุขภาพจิต  และจะทำอย่างไรให้องค์ความรู้เหล่านี้ ระบาดจากคนสู่คน   จากรุ่นสู่รุ่นได้

               

               โดยบทบาทของคุณ ประสาน คือ การจัดให้มีการตกลงเป้าหมายร่วมกันของการจัดการความรู้ในองค์กร  โดยจัดให้มีข้อตกลงยุทธศาสตร์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้   มีการตกลงหัวปลา(Knowledge Vision)  การจัดร่วมให้มีกติกาหรือข้อตกลงร่วมกัน มีการจัดทำกำหนดการร่วมกัน รวมทั้งการติดตามกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น

 

 

  

ภาพประกอบคุณประสาน

http://learners.in.th/file/alummilk/prasan.JPG

  

คุณวิศาสตร์

             คุณวิศาสตร์ เปรียบเสมือนพ่อมด(Wizard) ด้านเทคโนโลยี่สารสนเทศ ที่เป็นตัวช่วยช่างเชื่อมเพื่อเชื่อมต่อถึงกันได้  เป็นคนด้าน IT ที่สามารถออกแบบและจัดดำเนินการระบบสารสนเทศ ได้อย่างเหมาะสมแก่การจัดการความรู้ขององค์กรหรือเครือข่าย

 

 

 

ภาพประกอบคุณวิศาสตร์

http://learners.in.th/file/alummilk/wisad.jpg

 

 


 Keep on Digital KM ตอนต่อไป

  

ขอบคุณภาพสวยๆ จากบ้านดอกไม้

http://gotoknow.org/blog/pt006/263665