เด็กเอ๋ย เด็กน้อย ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา

เมื่อเติบใหญ่เจ้าจะได้มีวิชาเป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน

จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล.....

เสียงแจ้วๆ.....ดังตามหลังเมื่อเดินผ่านชั้นเรียน

ทำให้หวลนึกถึงคุณครูที่สั่งสอนฉันมา

ชีวิตในวัยเด็กที่มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆนอกโรงเรียนน้อยมาก

ช่างต่างกับเพื่อนๆที่มีโอกาสได้เล่น ได้สนุกสนานกัน

เมื่อโรงเรียนเลิก และในวันหยุด

จึงเป็นช่วงวัยที่ฉันเหมือนขาดประสบการณ์

จากการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับเพื่อนวัยเดียวกัน

แต่มีสิ่งชดเชยที่ได้รับในวัยนั้นจากพ่อแม่มากมาย

และกลับเป็นสิ่งที่มีค่าในชีวิตการทำงานจนปัจจุบัน

เมื่อวิถีแห่งชีวิตต้องมาเป็นแม่พิมพ์จึงค่อนข้างจะทำงานได้เหมาะสมกับหน้าที่

โดยไม่ลำบากใจ

กลับรู้สึกว่าไฟในตัวไม่เคยดับ และถดถอยไปตามอายุ

ณ วันนี้กับวันนั้น วันวานที่ผ่านมาเมื่อเป็นครูวันแรก

สิ่งหนึ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลยคือความรู้สึกต่อการสัมผัสกลิ่นที่คุ้นเคย

ไม่ว่าการศึกษาภาคบังคับระดับประถมศึกษา

ที่เปลี่ยนชื่อมาจากประชาบาลแล้วก็ตาม

ฉันก็ยังสัมผัสกลิ่นที่เรียกว่าประชาบาล และคงจดจำมันได้ดี

ความไร้เดียงสาของเด็กไม่ว่าจะอยู่ในเมือง

หรือนอกเมืองกลับไม่ต่างกันมากมายในหัวใจน้อยๆเหล่านั้น

และความต้องการความรัก ความเอาใจใส่

ห่วงหา อาทร การแสดงความชื่นชม และการได้รับการยกย่อง

ยังคงเป็นมนต์สะกด เด็กน้อย

ให้ก้าวเดินอย่างมั่นใจ

เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย เลอะเทอะ เปรอะเปรื้อนจากความซุกซน

ยังเป็นเสน่ห์ของความน่ารัก น่าเอ็นดู

เด็กน้อยยังคงซุกซนเท่าที่โอกาสจะอำนวยให้

ความพลั้งหลาดที่เกิดจากความซน เมื่อผ่านไป แล้ว ผ่านไปเล่า

ก็ยังมีให้สัมผัส เหมือนโลกหมุนกลับ

แม้กลิ่นอย่างนี้ พ่อแม่จะรับรู้ด้วยความเอือมระอา ระคนเอ็นดู

ในความไม่เดียงสาก็ตาม มันก็ยังสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าให้พ่อแม่ได้ทุกครั้ง

เมื่อเด็กน้อยเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น

อาการกระเปิ๊บ กระป๊าบ หลายคนเรียกว่าซกม๊ก

กลับหายไปเอง ดูสะอาด เอี่ยมอ่อง โดยเฉพาะเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า

และทรงผม

ที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างมากจากเด็กน้อยที่กำลังก้าวสู่วัยรุ่นตอนต้น

 ในช่วงชั้นประถมศึกษษปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2

อาการเด็กน้อยเริ่มเหนียมอาย

และใครอย่าหยามนะ

เด็กน้อยเริ่มสำแดงฤทธิ์ กับผู้ที่ไม่เข้าใจ และไม่ให้เกียรติ

แต่จะชื่นชม รักใคร่สนิทสนม กับผู้ที่มีหัวใจอ่อนโยน เข้าใจ รู้ใจ 

 และให้โอกาสเด็กน้อยมากเป็นพิเศษ เสมือนเด็กน้อยเติบโตเต็มที่แล้ว อิอิ

สัมผัสจมูกกับกลิ่นที่เปลี่ยนไป ของเด็กน้อย

และลอยมาตามสายลมจึงเป็นตัวบ่งบอกถึงความเจริญด้านร่างกาย และจิตใจของเด็กน้อยที่บอกให้รู้ว่า พวกเขาเป็นหนุ่ม เป็นสาวแล้ว

กลิ่นมัธยมเริ่มมีหลากหลายกลิ่น บางครั้งชวนให้เวียนศีรษะ

ถึงกับต้องมองตาม

และอดขำไม่ได้ ในรสนิยมการเลือกใช้กลิ่นประดับกาย

ท่านละคะ ท่านเคยสัมผัสกลิ่นประถม หรือที่เรียกว่า กลิ่นประชาบาล หรือไม่

และกลิ่นมัธยมที่ท่านสัมผัสนั้นมีความแตกต่างอย่างไร

มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ

ช่างต่างกับกลิ่นประถมจริงๆ