ผมต้องขอบคุณบรรพบุรุษชาวรังสี ที่ได้บุกเบิกเส้นทางให้ชาวเราทั้ง รังสีเทคนิค และรังสีการแพทย์ได้ร่วมเดินบนเส้นทางสายวิชาชีพเดียวกัน มานานกว่า 48 ปี นับจาก ปี 2501 ทำให้วิชาชีพนี้ได้มีตัวตนเกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ และยังได้ฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนาม จนทำให้ได้มีวัคซีน(ใบประกอบโรคศิลป์ฯ) ไว้เป็นภูมิต้านทานโรค
และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมวิขาการที่พัทยา ทำให้ชาวเราได้ไปพัฒนาสมอง และกำลังภายในให้แกร่งกล้า ผมก็จะขออนุญาตินำคำกล่าวบางส่วนของการประชุมครั้งนี้มาเหล่าให้ฟัง(นำมาจาก www.tsrt.or.th)
เริ่มจากการกล่าวของอาจารย์มานัส พูดถึงวิชาชีพของเรานี้ มีชื่อเรียกหลายอย่าง ทั้งรังสีเทคนิค ทั้งรังสีการแพทย์ แต่ที่สำคัญคือความเป็นปึกแผ่นของวิชาชีพ อาจารย์มานัสเลยใช้คำว่าชาวเรา แทนคำเรียกต่างๆ ที่อาจทำให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวิชาชีพนี้สับสน 
และคนที่สองที่กล่าวต่อมาคือคุณพันธ์ทิพย์ นายกสมาคมศิษย์เก่ารังสีเทคนิครามาธิบดี บอกว่าพวกเรารังสีรวมแล้วจำนวนทั้งประเทศประมาณ หมื่นกว่าคน เสมือนเป็นชนกลุ่มน้อยของวิชาชีพ และกล่าวถึงว่าวิชาชีพของเรายังไม่เป็นปึกแผ่นที่ชัดเจน ทุกคนยังต้องพึ่งพาตนเองเพื่อให้ได้ตำแหน่ง
ต่อมาคุณสมศักดิ์ ตัวแทนนายกสมาคมรังสีการแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะรังสีการแพทย์หรือรังสีเทคนิค ก็คือผู้ประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุขเดียวกัน จะกล่าวว่าอาชีพต่างกับวิชาชีพ อาชีพจะทำอะไรก็ได้ แต่วิชาชีพต้องเรียนและทำงานใน สาขาวิชาชีพเท่านั้น แต่ก็มีข้อจำกัดในการเข้าทำงานในหน่วยต่างๆ และให้มุมตัวเอง และทำให้ตัวเราโตทันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ต่อมา คุณสิโรจน์ นายกสมาคมศิษย์เก่ารังสีเทคนิคสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มองชาวเราเป็นสามมิติ มิติความก้าวหน้าเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก้าวไปเร็วจนเราก้าวไม่ทัน ใช้เทคโนโลยีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพสูงสุด และมิติที่สอง คือกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพงาน กล่าวคำกล่าวของท่านราษฏรสูงสุดกล่าวว่า ยุคการบริการสาธารณสุขยุคใหม่ เป็นการบริการที่เน้นหัวใจของความเป็นมนุยษ์  และมิติความก้าวหน้าทางวิชาชีพยังมีบ้างอย่างบดบังอยู่ แต่เรามีใบประกอบฯ เป็นเสมือนวัคซีน ในการบรรเทาอาการนี้ได้
ต่อมาปิยะศักดิ์ นายกสมาคมรังสีเทคนิค รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่าวิชาชีพไม่ควรจะกระจายอย่างที่เป็นอยู่ และถามมุมมองของคนในวิชาชีพทั้ง 5 กลุ่ม ได้ ความเห็นว่า จะต้องมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการนำความรู้มาพัฒนาตัวเอง
ต่อมาคุณสละ นายกสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย กล่าวว่าวิชาชีพเรากำลัง เสมือน Strong man หนุ่มแก่ 48ปี นับจาก ปี 01 จนถึง ปี49 ที่จะเป็นหลัก ให้ผู้ก้าวตามมาได้ยึดเป็นหลัก ตามใบประกอบฯ เดียวกัน และอยากจะให้เรารวมใจกันเป็นหนึ่งเพื่อบริการประชาชน และมองประชาชนเป็นหลัก
นี่เป็นเพียงบางส่วนของการประชุมวิชาการของชาวเราเท่านั้น สำหรับสิ่งที่ผู้ไปเขาร่วมประชุมได้มีค่ามากมาย สำหรับการนำไปพัฒนาตนเอง และองค์กรให้ก้าวไปสู่ก้าวต่อไปของชาวเรา และพวกเราจะต้องก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง