การนอนทีดี

เคล็ดลับดีๆ ในการนอน

ล้มตัวลงนอนค่ำนี้มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยแต่คงไม่หนักถึงขนาดนอนไม่หลับ เพราะเป็นเพียงเก็ดความรู้เพื่อช่วยดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมากขึ้น ใช้ได้ทั้งกับคนที่นอนยากนอนเย็นไปจนถึงคนที่หลับง่ายเป็นปกติ

-ปล่อยวางก่อนนอน  ปกติก่อนนอนเราทำอะไรกันบ้าง อย่าบอกนะว่า คิดโน่นคิดนี่ เพราะไม่ใช่ชั่วโมงทำงานที่ต้องคอยใช้ความคิด นี่เป็นเวลาพักผ่อน ถ้าจะคิดก็คิดแค่ว่า วันนี้เราทำอะไรมาบ้าง แล้วพรุ่งนี้จะทำอะไร อย่าทำให้ตัวเองยุ่งยากใจก่อนนอน เพราะเป็นเครื่องบั่นทอนความสุขและชีวิตประการหนึ่ง ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรนั่งสมาธิซัก 20 นาทีแล้วแผ่เมตตา จะทำให้มีความสุข พร้อมต่อการนอนเป็นอย่างยิ่ง

-อย่าบังคับตัวเอง  อย่าไปกะเกณฑ์ว่าเราจะต้องนอนให้ได้กี่ชั่วโมง เพราะร่างกายมีกลไกตื่นตามธรรมชาติ เพียงแต่กำหนดรู้ว่าต้องตื่นกี่โมงในชีวิตประจำวัน แม้จะมีค่าเฉลี่ยว่าควรนอนแค่ไหนถึงจะเต็มอื่ม แต่เอาเข้าจริงแล้วทำได้มั้ยล่ะ  ถ้าจะเอาตัวเลขก็นอนให้ได้ 5-6 ชั่วโมงก็แล้วกัน แต่ทั้งหมดต้องทำให้เป็นปกติ ไม่ใช่บังคับตัวเอง

-สะอาดพอจะนอนรึยัง  มนุษย์งานทั้งหลาย แม้ภารกิจจะรัดตัวทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยปางตาย ก็ต้องไม่ลืมชำระล้างตัวเองให้สะอาดก่อนนอน นอกจากกำจัดเหงื่อไคล ไขมัน และฝุ่นทรายที่เคลือบผิวอยู่ออกแล้ว บรรดาจุลินทรีย์ เพื่อนรักที่รายล้อมอยู่รอบตัวก็จะลดน้อยลงด้วย โอกาสเป็นโรคผิวหนังก็จะเป็นไปได้ยากยิ่ง

-สาวๆ รักสวยรักงามน่ะดีแน่  แต่ไม่ต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ผิวชุ่มชื้นก็ได้โดยเฉพาะรอบดวงตา เพราะในขณะที่เรานอน ของเหลวรอบดวงตามีระดับสูงพอที่จะทำให้ตาบวมในตอนเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเพิ่มมันอีก หากตัดใจไม่ได้ ให้ทาก่อนนอนซัก 20 นาทีแล้วซับออก

-สำคัญที่ท่านอน  การนอนไม่ใช่สักแต่ว่าข่มตาลงหลับแล้วกุลีกุจอตื่นขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจในวันใหม่ เพราะท่านอนมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบหายใจ ระบบสูบฉีดโลหิต และระบบประสาทอัตโนมัติอื่นๆ ของร่างกายที่ไม่ได้หลับไปด้วย

ท่าที่ดีที่สุดคือ นอนหงายเหยียดยาวในชุดนอนที่ไม่รัดติ้วจนหายใจไม่ออก หนุนหมอนที่ความสูงพอดี ให้ลำคอเหยียดตรง ถ้าใช้หมอนข้างเล็กหนุนใต้คอด้วยยิ่งเป็นการดี เหยียดแขนออกจากตัวเล็กน้อย ปล่อยสบายๆ ไม่เกร็ง หรือไม่นั้นก็ยกขึ้นเหนือศีรษะ งอข้อศอกเล็กน้อย ช่วยให้การหายใจและสูบฉีดโลหิตดี กระดูกสันหลังที่เหยียดตรงทำให้ร่างกายแข็งแรง การนอนงายทำให้อวัยวะในช่องท้องอยู่ในที่ทางของมันไม่ต้องเบียดเสียดเยียดยัดหรือกองออกันอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง

-นอนคว่ำไม่ดีแน่  อย่างแรกคือหายใจไม่สะดก ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอทำให้เพลียได้ในตอนตื่น กล้ามเนื้อส่วนท้องกับเชิงกรานก็ถูกบีบ หัวใจก็ถูกกดทับ กระดูกสันหลัแอ่นผิดรูป กล้ามเนื้อคอบิดเกร็ง แถมเพิ่มรอยย่นตรงข้างแก้ม คอ และรอบดวงตาอีกด้วย

-นอนตะแคง  พอใช้ได้โดยเฉพาะคนช่างกรนทั้งหลาย ท่านอนตะแคงที่ดีที่สุดควรมีหมอนข้างรองรับขาด้านบน โดยตะแคงขวาลงบนที่นอน หัวใจจะสูบฉีดได้ง่ายกว่าเอาข้างซ้ายลงพื้น แต่ท่านี้มีส่วนเพิ่มรอยย่นบนหน้า คอ และเอว และยังอาจจะทำให้หลังโกงตอนแก่ได้ด้วย

-ห้ามนอนคลุมโปงเขียวนะ  เพราะจะทำให้ขาดอากศหรือไม่ก็ต้องเทียวสูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ออกมาตอนหายใจออกกลับเข้าปอดอีกครั้ง หัวใจต้องทำงานหนัก เลือดก็ได้รับออกซิเจนไปเปลี่ยนของเสียไม่เพียงพอ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ในกรณีที่หวัดเล่นงาน หายใจหายคอไม่สะดวก ให้นอนโดยยกอกและไหล่ให้สูงขึ้นหน่อย ใช้อะไรก็ได้หนุนหัวเตียงให้ศีรษะสูงขึ้นกว่าตัวเวลานอน

-ที่นอนหนาและนุ่มนิดหน่อยพอใช้ได้  ไม่ควรนุ่มมาก บางคนบอกว่านอนกับพื้นแข็งเหมือนไม้กระดานยิ่งดี เพราะหากนุ่ม หยุ่น ขณะนอนหลังจะงอโค้ง มีผลให้เกิดอาการปวดหลังได้

-พยายามนอนให้ตรงเวลา  ร่างกายจะได้เคยชิน พอถึงเวลาจะเริ่มง่วงและกำหนดให้เราหลับได้โดยปริยาย

-ใจเราเป็นหมอที่ดีที่สุด  ก่อนนอนหากรู้จักปล่อยวางและรักตัวเองมากขึ้นอีกนิด ก็จะเห็นคุณค่า และก็ไม่รู้จะสละเวลาอันมีค่านี้ให้กับความเครียดทำไม

การนอนหลับให้สนิทเป็นสิ่งมีค่ายิ่งของชีวิต ไม่ใช่เรื่องยากหากปรับนิสัยการนอนให้ดีพอ แต่บางคนกลับใช้ที่นอนเป็นที่สำหรับครุ่นคิด แล้วก็เครียดซะจนต้องพึ่งยานอนหลับ ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

ข้อมูล : http://dek-d.com