การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

มองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรม วันนี้ฝนตกหนัก ฟ้ามืดครึ้ม บรรยากาศน่าจะนอนต่อจริงๆ บรรยากาศนอกจากจะน่านอนแล้ว ยังเป็นบรรยากาศที่ชวนให้น้องคนหนึ่ง หวนคิดถึงพ่อแม่  ที่ต้องนั่งรถมอเตอร์ไซด์มารับเธอกลับจากโรงเรียน ซึ่งระยะทางไกลพอสมควร เธอเล่าให้คุณหมอเฉลาเพื่อนใหม่ของเธอ จากรพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดระยองฟัง ในเวทีกิจกรรมรพ.เปี่ยมรัก ของพอลล่ากับแม่ต้อย คราวนี้มีพี่เปี๊ยกผู้เยี่ยมสำรวจมาด้วยอีก 1 ท่าน กำลังจะเป็นบล็อกเกอร์ในโอกาสต่อไปค่ะ

เราจัดที่โรงแรมสตาร์พลาซ่าค่ะ

 เราเปิดเวทีให้เล่าความประทับใจ เพื่อฝึกการฟัง การห้อยแขวน การรับรู้ความรู้สึกซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจ เมื่อคุณหมอได้ฟัง...คุณหมอรู้สึกตื้นตัน จนน้ำตาแทบจะไหลออกมาตามคำเล่าของเธอ ...เธอเล่าว่า

เวลาเย็นที่มีฝนตก เธอนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์พ่อ ซึ่งต้องขับรถไปรับเธอกลับจากโรงเรียนเป็นประจำ เป็นอย่างนี้นานนับปี ขณะนั้นด้วยความเป็นเด็กเธอไม่เข้าใจ คิดว่าเมื่อฝนตกคงไม่เป็นไร แต่พ่อจอดรถหลบฝนเพื่อให้ลูกปลอดภัย คิดถึงว่าพ่อ แม่ ทำทุกอย่างเพื่อลูก อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีๆ ตัวเองลำบากก็ไม่เป็นไร สิ่งนี้ทำให้เธอไม่โกรธพ่อ แม่ แม้บางครั้งเธอออาจจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกับพ่อ แม่ แต่เมื่อเธอย้อนระลึกถึงความหลังโดยเฉพาะในวันฝนตกแล้ว...ทำให้เธอไม่เคยโกรธ พ่อ แม่เลย.... คนทั้งห้องตั้งใจฟังเธอเล่าอย่างเงียบกริบ ช่างเป็นบทเรียนแรกที่แสนประทับใจของเราในวันนี้ค่ะ

สำหรับการดูแลคนไข้ด้วยหัวใจ คนที่ระยองนำเสนอความคิดว่า เราต้องสมมุติว่าคนไข้เป็นญาติเรา เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเหมือนดูแลญาติ การสมมุติของเขาทำให้แม่ต้อยนึกถึงเพลงๆหนึ่งค่ะ แม่ต้อยบอกว่าเพลงสมมติว่าเขารัก” แม่ต้อยถามพอลล่าว่าร้องเป็นไหม ..พอลล่าบอกว่าเป็นค่ะ แต่สักพักก็มีพี่หัวหน้าพยาบาล บอกว่าร้องได้ เอ๊ะ!! ชักยังไงๆ นะคะ ...พี่เขาร้อง”เพลงสมมติว่าเขารัก”ของสุนทราภรณ์ค่ะ  แป่ว....พอลล่านึกว่าเพลงสมมุติของโดม ปกรณ์ ลัม เสียอีกค่ะ ว่า แต่เพลงนี้เพราะมากๆค่ะ เคยฟังไหมคะ พอลล่าฟังแล้ว...อ๋อ เพราะจังค่ะ อิอิ

 

เรื่องเล่าการดูแลด้วยหัวใจในกลุ่มมีหลายเรื่องค่ะ เท่าที่บันทึกมาได้ก็เป็นเรื่องของ

คุณหมอท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า

เมื่อจบใช้ทุนใหม่ๆ ที่รพ.บ้านเหลื่อม จ.โคราช มีคนไข้เป็นหญิงวัยชรามารักษาที่ผู้ป่วยนอกมาด้วยเรื่องความจำเสื่อม จำลูกหลานไม่ได้ ปกติจะไปฟังเทศน์ได้ จำใครไม่ได้ มากับ เป็นมาสองอาทิตย์ ไปรักษาที่อื่น ล้วนแต่คิดว่าคนไข้เป็นโรคความจำเสื่อม ของโรคผู้สูงอายุ แต่คุณหมอไม่คิดถึงโรคนั้น ก่อนวินิจฉัยโรค คุณหมอใช้ทักษะพื้นฐานให้ครบถ้วนก่อน การตรวจร่างกายพื้นฐาน ธรรมดาๆ ก็สามารถพบสาเหตุของคุณยายได้แล้ว ตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พบเปลือกตาซีด..จึงนึกถึงภาวะซีดระยะเวลานานจากคนสูงอายุที่ทานอาหารได้น้อย ไม่เพียงพอ มีผลต่อความจำได้ คุณหมอจึงรักษาโรคโลหิตจางโดยให้ยาบำรุงโลหิตไปรับประทานสองอาทิตย์กลับมาคุณยายจำได้เหมือนดิม ....เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพก็สามารถช่วยคนไข้ได้แล้ว...

เอาเพลงนี้มาฝากค่ะ สมมุติว่าเขารัก...

ถูกตาต้องใจ ต้องมนต์ของใครคนหนึ่ง
หลงไปเก็บเขามาคำนึง จนติดตรึงหทัย
อกเอยลืมตน ต้องมนต์เสียจนเป็นไข้
เพราะเป็นโรคหัวใจอาลัย เฝ้าครวญเพ้อไปเต็มกลั้น

เงินแสนเงินหมื่นของใคร แม้นมากองให้ถึงใจ
จะเมินห่างไกล มิยอมให้ใครซื้อกัน
แต่คนในใจ ไม่มีของใดมาหมั้น
เหมือนมีโชคล้านเป็นรางวัล ด้วยใจรักอันมีค่า

ด้วยใจผูกพัน ผูกพันเสียจนต้องตู่
สมมติว่าเขามาเอ็นดู คงชื่นชูอุรา
ดุจมีเทวัญ แบ่งปันทิพย์ธารลงหล้า
ฉันคงอิ่มเพราะธารเทวา ที่มีฤทธาเต็มที่

คนรักกันอยู่ทุกวัน เหมือนดังไฟต้องน้ำมัน
เกิดระเบิดพลัน เพราะมันต้องกันทุกที
เฝ้าครวญรำพัน โอ้เราฝันไปหรือนี่
โถคนที่รักดังชีวี ก็ยังมิมีทีท่า