กายใจไม่ใช่ตัวตน บังคับไม่ได้ ประสบการณ์การดูกายจิตเพื่อฝึกสติ 9 วันวิสาขบูชาที่สวนสันติธรรม โกรธเพราะมีเหตุปัจจัย ไม่เป็นไรขอให้รู้ทัน


8-5-52

วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา  ครอบครัวเราเหลือพ่อกับแม่2คนเพราะลูกชายอยู่วัด ส่วนลูกสาวไปเที่ยวเกาะสมุย

ดิฉันกับคุณชัยณรงค์ตั้งใจไปเยี่ยมพระป๋องที่สวนสันติธรรม   ก่อนไปเราโทรถามท่านถึงของที่เราจะซื้อไปถวายที่วัด  ท่านแจ้งให้ทราบ   คุณชัยณรงค์เป็นคนไปซื้อ   ส่วนเงินเราจะช่วยกันจ่ายเพราะต่างคนต่างทำค่ะเพราะบุญใครทำใครได้ค่ะ

วันนี้ดิฉันตั้งใจที่จะถือศีลข้อ4ให้ได้เพราะข้ออื่นๆปกติจะผิดน้อยอยู่แล้วค่ะ   ส่วนข้อ4ดิฉันจะผิดบ่อยแต่ไม่ใช่กล่าวเท็จนะคะ  

ดิฉันมักจะชอบเหน็บแนมสามีเล็กๆน้อยๆตามประสาภรรยาซึ่งบางครั้งก็ไม่รู้ตัวแต่บางครั้งรู้ตัวแต่มันเป็นอนุสัยที่ติดตัวดิฉันมาแต่ชาติก่อน   แต่หลังจากมาฝึกการรู้กายรู้ใจทำให้เห็นสิ่งที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ   นิสัยที่ไม่ค่อยดียังมีแต่ก็น้อยลงกว่าเดิมค่ะ

วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพราะกลัวไม่มีที่จอดรถ   พอไปถึงวัดคนแน่นมากๆจนรถล้นมานอกวัด   ของที่เราเอาไปท้ายรถต้องขนลงทีหลัง   รอให้คนกลับก่อนเราจึงเอาลงไปถวายพระค่ะ

วันนี้หลวงพ่อเทศน์เกี่ยวกับอริยสัตย์4    ที่ดิฉันดีใจคือท่านเล่าถึงสมเด็จพระสังฆราชเขียนหนังสือเรื่องเกี่ยวกับอริยสัตย์4 ตามคำขอของสมเด็จพระราชชนนีเพื่อให้คนเข้าใจศาสนาพุทธค่ะ    ดิฉันชอบอ่านของสมเด็จพระสังฆราชมากๆเพราะอ่านแล้วเข้าใจศาสนาพุทธมากขึ้น   คำสอนของอาจารย์ต่างๆเพี้ยนเยอะจนยากที่จะอธิบายเช่นต้องทำบุญมากๆจึงสามารถไปจองที่บนสวรรค์   ต้องแต่งชุดขาวจึงปฏิบัติธรรมได้  ต้องให้หน้าซีดๆห้ามทาปากทาแก้มจึงจะดูขลังว่าเป็นคนถือศีล   บางคนต้องทำบุญ9วัดจึงมีบุญมาก   ความจริงเราปฏิบัติได้ตลอดเวลาที่ทำงานในชีวิตประจำวันยกเว้นที่ต้องใช้ความคิดค่ะ

หลังเทศน์จบดิฉันมีโอกาสถามอาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวัฒนาซึ่งเป็นอาจารย์สอนคณะวิศวที่ท่านมั่นใจว่าสอนโยมได้ไม่เพี้ยนค่ะ(ถามพระป๋องทราบว่าหลวงพ่อให้อาจารย์สุรวัฒน์และหมอณัฐ? สอนโยมได้)

ดิฉันถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการอธิบายทางจิตอย่างไรกับการที่มีตำราต่างประเทศน์เขียนเกี่ยวกับการที่ให้เราฝันถึงสิ่งที่เราอยากได้อยากเป็นบ่อยๆแล้วมักจะเกิดขึ้นจริงๆกับเราซึ่งบางคนเรียกว่ากฎแรงดึงดูดThe Law of Attraction   บางแห่งเรียกPlacebo effect ซึ่งเกิดจากความเชื่อ ความหวัง ทำให้โรคที่ไม่หายหายได้

และยังถามถึงการติดรสอาหารของพระว่าระดับใดถึงจะไม่ติดรสอาหาร

อาจารย์ตอบและแนะนำดิฉันไม่ต้องสนใจ   ท่านแนะให้หมั่นรู้กายรู้ใจแล้วจะรู้คำตอบเอง   (ท่านคงแอบว่าดิฉันทำไมไม่ถามถึงปัญหาในการปฏิบัติ   มัวแต่สงสัยอะไรที่ไม่ได้เรื่อง)

ก่อนกลับมีโอกาสคุยกับลูกและจะซื้อTalking Dic มาถวาย     ท่านจะช่วยโยมแปลไทยเป็นอังกฤษโดยต้องการการคำแปลที่มีsynonym  และมีประโยคตัวอย่าง

ดิฉันเข้าใจเอาเองว่ามีคนต่างประเทศสนใจคำสอนหลวงพ่อมากและท่านคงมาช่วยโยมที่มีหน้าที่แปลเพื่อให้งานเร็วขึ้น

วันนี้เจอหมอสุวิภาและลูกชาย   เพื่อนพระป๋องและลูกศิษย์ใหม่ๆมากมาย

วันนี้ดิฉันอยู่ที่วัดก็ผิดศีลข้อ4ค่ะ

ในวันนี้เห็นจิตที่โกรธเพราะไปนั่งที่ไม่มีคนจอง   แต่พอคนมาทวงสิทธดิฉันบอกว่าไม่ได้จองไว้เพราะไม่มีของวาง

เธอแสดงท่าทางไม่พอใจ     ดิฉันโกรธแต่ก็จะลุกให้นั่ง  

เมื่อเธอได้สติก็บอกดิฉันว่าไม่เป็นไรไม่ต้องลุกก็ได้  

 ดิฉันแอบโกรธในใจและโต้ตอบในใจว่าเธอไม่ได้เอาของจองไว้ มีสิทธอะไรจะมาทวง      แต่การแสดงออกของดิฉันก็เหมือนเล่นละครค่ะ

ดิฉันนั่งเฉยๆฟังหลวงพ่อแต่จิตยังถลำอยู่กับความไม่พอใจ

เธอคงรู้ว่าเธอไม่มีสิทธมาทวงที่      เธอพยายามเอาหนังสือให้ดิฉันอ่าน    ดิฉันขอบคุณและบอกว่ามีแล้วค่ะ     เธอถามดิฉันจะถามหลวงพ่อหรือเปล่าคะ   ดิฉันตอบเธอว่าไม่ค่ะ

หลังจากสติกลับมาก็รู้สึกละอายตัวเองที่หลงโกรธเธอ     ตัวเธอเองคงไม่เจตนาที่จะทวงสิทธเพราะคิดว่าเอาของจองไว้แล้วทำไมมานั่งที่เพื่อนฉัน

ส่วนดิฉันก็คิดว่าเธอไม่ได้จองไว้ทำไมมาทวงสิทธฉัน

กลับจากคลินิกมีรถตัดหน้ากระทันหัน  ดิฉันก็อนุโมทนาเบาๆในรถตัวเองว่าไอ้บ้าเอ้ย     ขับดีๆก็ไม่ได้   แต่คนขับไม่ได้ยินค่ะ

สรุปวันนี้ตั้งใจที่จะรักษาศีลแต่ก็ผิดศีลเพราะสติไม่ทันกิเลส    นอกจากดิฉันจะหัดรู้กายรู้จิตตัวเองบ่อยๆว่าขณะนี้จิตเราเป็นอย่างไรกายเราเป็นอย่างไร    เราจะมีสติเร็วขึ้นเพราะสติเกิดจากการจำสภาวธรรมได้      เราจะเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้นเพราะสิ่งที่เกิดกับเรามันจะเหมาะสมกับเราทุกอย่างตามเหตุปัจจัย

ถ้าเรามีสติไม่ว่าอะไรมากระทบก็จะรู้เฉยๆ    ไม่เอาตัวไปเล่นตามกิเลสค่ะ

ที่เล่ามาเพื่อแสดงให้รู้ว่าที่โกรธก็เพราะมีเหตุ  เผอิญมีสติรู้ทันจิตไม่ไปว่าเธอเพราะตั้งใจรักษาศีลข้อ4     เรื่องนี้ก็จบด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันค่ะ   ส่วนคนขับรถดิฉันก็อนุโมทนาว่าไปแล้ว   จะพยายามเมตตาให้มากขึ้นค่ะ

 

ด้านหน้าศาลาที่ดิฉันรีบมานั่งจองก่อนประตูจะเปิดหลังทานอาหารเพื่อให้มีที่นั่งบ้าง

 หลังจากหลวงพ่อเทศน์จบลูกศิษย์ก็มาคุยธรรมะกับแม่ชีและอาจารย์สุรวํฒน์   บุคคลที่สามารถสอนผู้อื่นได้ค่ะ

หลวงพ่อสอนพระที่มาคอยเรียนหลังจากท่านสอนโยมค่ะ   ดิฉันถ่ายห่างๆเพื่อไม่รบกวนท่าน

ดิฉันกลับมาดูของที่นำมาถวายวัดซึ่งพระท่านแจ้งให้โยมพ่อทราบคือมาม่าต้มยำ( บางวันพระท่านฉันมาม่าเพราะปิดวัดไม่มีอาหารอย่างอื่นฉัน )      ดินสอกด (หลวงพ่อจ้างคนสอนหนังสือไทยให้เด็กพม่าที่ช่วยทำงานให้วัด )  น้ำมันหอย น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน นาฬิกาแขวนไม่มีเสียงเดินติ๊กตอก  บัลลาสหลอดนีออน ถุงขยะขนาด36x45

หมายเลขบันทึก: 259960เขียนเมื่อ 8 พฤษภาคม 2009 14:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:42 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (14)

เรียนท่านพี่อัจ MD_CU22

  • ชีวิต ก็ อย่างนี้แหละครับ จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
  • ฝากกราบนมัสการ พระป๋องด้วยครับ

สวัสดีค่ะ
เป็นคนใกล้ชิด วัดมานานพอดูค่ะ ทราบว่า คนที่ไปวัด คือ คนที่ตั้งใจไปทำบุญ และขัดเกลากิเลส แต่ นั่นคือ แค่ ความตั้งใจค่ะ มีคนที่ยัง มีกิเลสอยู่มาก ในวัด หรือ ที่ไปวัด แต่ก็ยังดีที่ น่าจะดีขึ้นกว่า คนที่ไม่สนใจธรรมะเลยค่ะ

สนใจเรื่องการฝึกสติมากค่ะ

คงติดตามเรื่องที่คุณหมอเล่าต่อๆไปนะคะ

สวัสดีครับ อาจารย์หมออัจฉรา

แวะเวียนมาให้กำลังใจ กัลยาณมิตรบนดาวดวงเดียวกันครับ

ผมก็พึ่งเขียนบันทึกนึงเกี่ยวกับเรื่อง ดูกายดูใจ ขณะโกรธ

ถ้าอาจารย์หมอว่าง ก็ขอเชิญไปอ่าน และแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

http://gotoknow.org/blog/bodymind/260063

หรือจะติดตามบันทึกของกัลยาณมิตรบนดวงดาวก็ได้นะครับ มีบันทึกใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ

http://www.gotoknow.org/planet/sati

  • มาเรียนรู้วิธีดูตัวเองค่ะ
  • ขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ

เรียนอาจารย์JJ

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ ขอชมความขยันของอาจารย์ทั้งการทำงานและการเขียนบล็อกทำให้พี่ตามอ่านไม่ทันค่ะ

ขอบคุณพี่Sasinand ค่ะ

ที่นี่เท่าที่เห็นน่าจะเป็นสถานที่น่าสนใจซึ่งคนที่ถูกจริตก็จะชอบ ส่วนคนบางคนก็อาจไม่ชอบ บางคนสังคมยกย่องแต่ก็หาประโยชน์จากวัดเข้าตัวเอง คงเป็นไปตามกรรมของสัตว์โลกค่ะ

ขอบคุณ คุณครูอรวรรณที่มาเยี่ยมค่ะ พยายามเล่าประสบการณ์จริงๆค่ะ ยังอีกนานกว่าจะมีสติบ่อยๆเพราะหมอชอบเผลอนานค่ะ ว่างๆจะไปเยี่ยมที่กาฬสินธ์นะคะ

คุณซวง ณชุมแสง

หมอไปเยี่ยมมาแล้วค่ะ

คนที่อยู่บนplanetนี้ อย่าลืมประเมินผลตัวเองโดยถามจากคนรอบข้างนะคะว่าเวลาเข้าใกล้เราแล้วรู้สึกเย็นหรือร้อนค่ะ

หมอถามสามีแล้ว เธอบอกว่าระวังเรื่องศีลข้อ4 แต่เรื่องอื่นๆก็ดีขึ้นค่ะ

คุณศิลาคะ

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ

หมอเป็นคนที่เผลอนานทำให้ขาดสติเป็นเวลานาน หลวงพ่อให้มีวิหารธรรมหรือเครื่องอยู่ให้จิตเพื่อไม่ให้เผลอนานเกินไปค่ะ หมอใช้ลมหายใจเป็นเครื่องอยู่ บางครั้งก็ใช้พุทธโธเป็นเครื่องอยู่ แต่ก็เผลอเหมือนเดิมค่ะ

เล่าให้ฟังเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะว่าจิตไม่ใช่ตัวเรา บังคับไม่ได้

แต่ตัวเองก็ยังไม่เห็นด้วยปัญญาจริงๆนอกจากในความคิดค่ะ

คงอีกนานแต่ก็พยายามหมั่นทำบ่อยๆ

ยินดีค่ะ ที่กาฬสินธุ์ มีของดีจะนำเสนอนะคะ เช่น พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์)   ผ้าไหมแพรวาบ้านโพน (ต้นตำรับ)   และ โปงลางกาฬสินธุ์ (ต้นกำเนิดโปงลาง)  ค่ะ   ลองคลิกเข้าไปเที่ยวชมก่อนก็ได้ค่ะ

 

แวะมาอ่านครับ

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ

ถ้าคุณหมอพบทางแล้ว อย่าลืมเด็กตาดำๆ คนนี้นะครับ

คุณอรวรรณคะ

หมอไปเยี่ยมผ้าไหมแพรวามาแล้วค่ะ เมื่อก่อนจะซื้อบ่อยๆแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานค่ะ

ช่วงที่เป็นผอ. ประชุมที่อีสานบ่อยทำให้ผ่านกาฬสินธุ์บ่อยๆ มีโอกาสซ้อผ้าไหมหลายครั้งค่ะ

คุณสามารถคะ

เข้าไปอ่านในบล็อกคุณสามารถและเพื่อนๆรู้สึกชักชวนกันทำความดีกันดีมากค่ะ อนุโมทนาด้วยนะคะ

การปฏิธรรม หมอยังหลงนานเป็นวันๆค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท