8-5-52

วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา  ครอบครัวเราเหลือพ่อกับแม่2คนเพราะลูกชายอยู่วัด ส่วนลูกสาวไปเที่ยวเกาะสมุย

ดิฉันกับคุณชัยณรงค์ตั้งใจไปเยี่ยมพระป๋องที่สวนสันติธรรม   ก่อนไปเราโทรถามท่านถึงของที่เราจะซื้อไปถวายที่วัด  ท่านแจ้งให้ทราบ   คุณชัยณรงค์เป็นคนไปซื้อ   ส่วนเงินเราจะช่วยกันจ่ายเพราะต่างคนต่างทำค่ะเพราะบุญใครทำใครได้ค่ะ

วันนี้ดิฉันตั้งใจที่จะถือศีลข้อ4ให้ได้เพราะข้ออื่นๆปกติจะผิดน้อยอยู่แล้วค่ะ   ส่วนข้อ4ดิฉันจะผิดบ่อยแต่ไม่ใช่กล่าวเท็จนะคะ  

ดิฉันมักจะชอบเหน็บแนมสามีเล็กๆน้อยๆตามประสาภรรยาซึ่งบางครั้งก็ไม่รู้ตัวแต่บางครั้งรู้ตัวแต่มันเป็นอนุสัยที่ติดตัวดิฉันมาแต่ชาติก่อน   แต่หลังจากมาฝึกการรู้กายรู้ใจทำให้เห็นสิ่งที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ   นิสัยที่ไม่ค่อยดียังมีแต่ก็น้อยลงกว่าเดิมค่ะ

วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพราะกลัวไม่มีที่จอดรถ   พอไปถึงวัดคนแน่นมากๆจนรถล้นมานอกวัด   ของที่เราเอาไปท้ายรถต้องขนลงทีหลัง   รอให้คนกลับก่อนเราจึงเอาลงไปถวายพระค่ะ

วันนี้หลวงพ่อเทศน์เกี่ยวกับอริยสัตย์4    ที่ดิฉันดีใจคือท่านเล่าถึงสมเด็จพระสังฆราชเขียนหนังสือเรื่องเกี่ยวกับอริยสัตย์4 ตามคำขอของสมเด็จพระราชชนนีเพื่อให้คนเข้าใจศาสนาพุทธค่ะ    ดิฉันชอบอ่านของสมเด็จพระสังฆราชมากๆเพราะอ่านแล้วเข้าใจศาสนาพุทธมากขึ้น   คำสอนของอาจารย์ต่างๆเพี้ยนเยอะจนยากที่จะอธิบายเช่นต้องทำบุญมากๆจึงสามารถไปจองที่บนสวรรค์   ต้องแต่งชุดขาวจึงปฏิบัติธรรมได้  ต้องให้หน้าซีดๆห้ามทาปากทาแก้มจึงจะดูขลังว่าเป็นคนถือศีล   บางคนต้องทำบุญ9วัดจึงมีบุญมาก   ความจริงเราปฏิบัติได้ตลอดเวลาที่ทำงานในชีวิตประจำวันยกเว้นที่ต้องใช้ความคิดค่ะ

หลังเทศน์จบดิฉันมีโอกาสถามอาจารย์สุรวัฒน์ เสรีวัฒนาซึ่งเป็นอาจารย์สอนคณะวิศวที่ท่านมั่นใจว่าสอนโยมได้ไม่เพี้ยนค่ะ(ถามพระป๋องทราบว่าหลวงพ่อให้อาจารย์สุรวัฒน์และหมอณัฐ? สอนโยมได้)

ดิฉันถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องการอธิบายทางจิตอย่างไรกับการที่มีตำราต่างประเทศน์เขียนเกี่ยวกับการที่ให้เราฝันถึงสิ่งที่เราอยากได้อยากเป็นบ่อยๆแล้วมักจะเกิดขึ้นจริงๆกับเราซึ่งบางคนเรียกว่ากฎแรงดึงดูดThe Law of Attraction   บางแห่งเรียกPlacebo effect ซึ่งเกิดจากความเชื่อ ความหวัง ทำให้โรคที่ไม่หายหายได้

และยังถามถึงการติดรสอาหารของพระว่าระดับใดถึงจะไม่ติดรสอาหาร

อาจารย์ตอบและแนะนำดิฉันไม่ต้องสนใจ   ท่านแนะให้หมั่นรู้กายรู้ใจแล้วจะรู้คำตอบเอง   (ท่านคงแอบว่าดิฉันทำไมไม่ถามถึงปัญหาในการปฏิบัติ   มัวแต่สงสัยอะไรที่ไม่ได้เรื่อง)

ก่อนกลับมีโอกาสคุยกับลูกและจะซื้อTalking Dic มาถวาย     ท่านจะช่วยโยมแปลไทยเป็นอังกฤษโดยต้องการการคำแปลที่มีsynonym  และมีประโยคตัวอย่าง

ดิฉันเข้าใจเอาเองว่ามีคนต่างประเทศสนใจคำสอนหลวงพ่อมากและท่านคงมาช่วยโยมที่มีหน้าที่แปลเพื่อให้งานเร็วขึ้น

วันนี้เจอหมอสุวิภาและลูกชาย   เพื่อนพระป๋องและลูกศิษย์ใหม่ๆมากมาย

วันนี้ดิฉันอยู่ที่วัดก็ผิดศีลข้อ4ค่ะ

ในวันนี้เห็นจิตที่โกรธเพราะไปนั่งที่ไม่มีคนจอง   แต่พอคนมาทวงสิทธดิฉันบอกว่าไม่ได้จองไว้เพราะไม่มีของวาง

เธอแสดงท่าทางไม่พอใจ     ดิฉันโกรธแต่ก็จะลุกให้นั่ง  

เมื่อเธอได้สติก็บอกดิฉันว่าไม่เป็นไรไม่ต้องลุกก็ได้  

 ดิฉันแอบโกรธในใจและโต้ตอบในใจว่าเธอไม่ได้เอาของจองไว้ มีสิทธอะไรจะมาทวง      แต่การแสดงออกของดิฉันก็เหมือนเล่นละครค่ะ

ดิฉันนั่งเฉยๆฟังหลวงพ่อแต่จิตยังถลำอยู่กับความไม่พอใจ

เธอคงรู้ว่าเธอไม่มีสิทธมาทวงที่      เธอพยายามเอาหนังสือให้ดิฉันอ่าน    ดิฉันขอบคุณและบอกว่ามีแล้วค่ะ     เธอถามดิฉันจะถามหลวงพ่อหรือเปล่าคะ   ดิฉันตอบเธอว่าไม่ค่ะ

หลังจากสติกลับมาก็รู้สึกละอายตัวเองที่หลงโกรธเธอ     ตัวเธอเองคงไม่เจตนาที่จะทวงสิทธเพราะคิดว่าเอาของจองไว้แล้วทำไมมานั่งที่เพื่อนฉัน

ส่วนดิฉันก็คิดว่าเธอไม่ได้จองไว้ทำไมมาทวงสิทธฉัน

กลับจากคลินิกมีรถตัดหน้ากระทันหัน  ดิฉันก็อนุโมทนาเบาๆในรถตัวเองว่าไอ้บ้าเอ้ย     ขับดีๆก็ไม่ได้   แต่คนขับไม่ได้ยินค่ะ

สรุปวันนี้ตั้งใจที่จะรักษาศีลแต่ก็ผิดศีลเพราะสติไม่ทันกิเลส    นอกจากดิฉันจะหัดรู้กายรู้จิตตัวเองบ่อยๆว่าขณะนี้จิตเราเป็นอย่างไรกายเราเป็นอย่างไร    เราจะมีสติเร็วขึ้นเพราะสติเกิดจากการจำสภาวธรรมได้      เราจะเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้นเพราะสิ่งที่เกิดกับเรามันจะเหมาะสมกับเราทุกอย่างตามเหตุปัจจัย

ถ้าเรามีสติไม่ว่าอะไรมากระทบก็จะรู้เฉยๆ    ไม่เอาตัวไปเล่นตามกิเลสค่ะ

ที่เล่ามาเพื่อแสดงให้รู้ว่าที่โกรธก็เพราะมีเหตุ  เผอิญมีสติรู้ทันจิตไม่ไปว่าเธอเพราะตั้งใจรักษาศีลข้อ4     เรื่องนี้ก็จบด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันค่ะ   ส่วนคนขับรถดิฉันก็อนุโมทนาว่าไปแล้ว   จะพยายามเมตตาให้มากขึ้นค่ะ

 

ด้านหน้าศาลาที่ดิฉันรีบมานั่งจองก่อนประตูจะเปิดหลังทานอาหารเพื่อให้มีที่นั่งบ้าง

 หลังจากหลวงพ่อเทศน์จบลูกศิษย์ก็มาคุยธรรมะกับแม่ชีและอาจารย์สุรวํฒน์   บุคคลที่สามารถสอนผู้อื่นได้ค่ะ

หลวงพ่อสอนพระที่มาคอยเรียนหลังจากท่านสอนโยมค่ะ   ดิฉันถ่ายห่างๆเพื่อไม่รบกวนท่าน

ดิฉันกลับมาดูของที่นำมาถวายวัดซึ่งพระท่านแจ้งให้โยมพ่อทราบคือมาม่าต้มยำ( บางวันพระท่านฉันมาม่าเพราะปิดวัดไม่มีอาหารอย่างอื่นฉัน )      ดินสอกด (หลวงพ่อจ้างคนสอนหนังสือไทยให้เด็กพม่าที่ช่วยทำงานให้วัด )  น้ำมันหอย น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน นาฬิกาแขวนไม่มีเสียงเดินติ๊กตอก  บัลลาสหลอดนีออน ถุงขยะขนาด36x45