ภายใต้นโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตพืชปลอดภัยได้มาตรฐานตามระบบจัดการคุณภาพ (GAP) พืช กรมส่งเสริมการเกษตรมีหน้าที่ในการเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาเกษตรกร มีบทบาทตั้งแต่เป็นนายทะเบียนเกษตรกรที่สมัครขอใบรับรอง การประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจนำไปสู่การผลิตตามระบบคุณภาพ รวมทั้งการให้คำปรึกษา แนะนำและประเมินความพร้อมแปลงเกษตรกรเบื้องต้น

 

 

การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agricultural Practice: GAP) คืออะไรนิ?

 

GAP คือ แนวทางการปฏิบัติในไร่นา เพื่อผลิตสินค้าปลอดภัย ปลอดศัตรูพืช และคุณภาพถูกใจผู้บริโภค เน้นวิธีควบคุมและป้องกันการเกิดปัญหาในกระบวนการผลิต

 

ผลผลิตที่ได้จากกระบวนการผลิตตามระบบ GAP มีความปลอดภัยต่อเกษตรกร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผลผลิตมีคุณภาพปลอดภัยจากการปนเปื้อนของสารเคมีและเชื้อโรค เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ

 

เกษตรกรที่ต้องการสมัครรับการรับรอง GAP พืช จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด 8 ประการ เพื่อให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรอง ดังนี้

 

 

1.    ใช้น้ำจากแหล่งน้ำสะอาด ไม่มีการปนเปื้อนจากสารพิษหรือสิ่งที่เป็นอันตราย

 

2.    ปลูกในพื้นที่ดี ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีสารพิษในดิน พื้นที่ปลูกไม่เคยเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม โรงเก็บสารเคมี คอกสัตว์ หรือเป็นที่ทิ้งขยะมาก่อน

 

 

3.    ใช้และเก็บ ปุ๋ย สารเคมีถูกต้อง แยกออกจากที่พักอาศัย และจัดเป็นหมวดหมู่ไม่ปะปนกัน มีป้ายกำกับชัดเจน รวมถึงการใช้สารเคมีด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด

 

4.    ปฏิบัติและดูแลรักษาพืชในแปลง ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนควบคุมคุณภาพ

 

 

5.    สำรวจศัตรูพืชและป้องกันกำจัดอย่างถูกต้อง

 

6.    เก็บเกี่ยวผลผลิตถูกเวลา ถูกวิธี

 

7.    ขนย้ายและเก็บรักษาผลผลิตสะอาด ปลอดภัย

 

 

8.    จดบันทึกทุกขั้นตอน

 

 

ฝึกปฏิบัติการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น

 

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสเข้าร่วมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ปรึกษาเกษตรกร หลักสูตรระบบจัดการคุณภาพ GAP พืช จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ โดยมีวิทยากรจากสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 4 ขอนแก่น สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์และเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริหารศัตรูพืชนครราชสีมา มาให้ความรู้เรื่องระบบจัดการคุณภาพ (GAP)

 

การฝึกอบรมครั้งนี้นอกจากจะฟังการบรรยายในห้องแล้วยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อฝึกปฏิบัติการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น ผมอยู่ในกลุ่มที่ต้องไปประเมินแปลงนาข้าว ในพื้นที่บ้านดงมัน ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ (กลุ่มที่เหลือออกไปตรวจแปลงถั่วฝักยาว แตงโม มะเขือยาว มะเขือเปราะ)

 

แปลงนาที่เราไปฝึกปฏิบัติ อยู่ในเขตรับน้ำชลประทาน สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง และสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เกษตรกรมีกิจกรรมการปลูกพืชหลากหลาย นาข้าว ไม้ผล พืชผัก เลี้ยงปลาและเลี้ยงสัตว์

 

แต่เนื่องจากวันนี้เรามาฝึกปฏิบัติการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น จึงขอนำเสนอเพียงว่าเราพบอะไรที่นี่บ้าง

 

เดินสำรวจรอบบ้านพบยาฆ่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลวางทิ้งไว้ข้างคันนา อีกส่วนหนึ่งก็แขวนไว้กับกิ่งมะม่วง ที่หลังบ้านมีถังฉีดยาแบบสะพายหลังห้อยต่องแต่งอยู่

 

ไปสำรวจยุ้งฉาง ด้านนอกมีกระสอบปุ๋ยวางพิงอยู่ข้างยุ้ง

 

ชานด้านหน้ายุ้งเจอนี่เลย ยาฆ่าหอย (metaldehyde) กระป๋องน้ำมันเครื่อง และปูนซิเมนต์

 

ปีนขึ้นไปดูด้านใน ยุ้งข้าวแปลงร่างเป็นที่เก็บของ และที่แขวนตากหอมแดงไปซะแล้ว

 

นอกเหนือจากสิ่งที่เราพบในแปลงแล้ว ยังมีประเด็นให้ขบคิดเรื่องความรู้ความเข้าใจของเกษตรกรในเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช และการไม่จดบันทึกข้อมูลสำคัญ ในขั้นตอนการปลูก/ดูแล ที่อาจมีผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลผลิต

 

เนื่องจากเราไม่ใช่หน่วยงานตรวจรับรองจึงไม่มีหน้าที่ในการตัดสินใจว่าแปลงนี้จะ “ผ่าน-ไม่ผ่าน” เราทำได้เพียงให้คำแนะนำแก่เกษตรกรและบันทึกรายงานสิ่งที่พบลงในแบบประเมินแปลงเบื้องต้นส่งให้หน่วยงานตรวจรับรองเพื่อนัดหมายออกตรวจแปลงต่อไป

 

ถ้าหากท่านเป็นผู้ตรวจรับรอง ท่านคิดอย่างไรกับแปลงที่ยื่นใบสมัครขอรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช และผลผลิตที่ได้จากแปลงนี้มีระดับความปลอดภัยกี่มากน้อย...

 

ภาพการ์ตูนประกอบเนื้อเรื่องจาก “เอกสารแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (จีเอพี) ฉบับเกษตรกร” กรมส่งเสริมการเกษตร