สองอาทิตย์ที่ได้ทบทวนตนเอง หลังจากผ่านการประเมินงานไม่เกิน 70% ทำให้คิดว่าจะ "ลาออก" หรือจะ "ทำงาน" อย่างไร ...ขอบคุณ http://en.wikipedia.org/wiki/Leadership ที่ชี้นำแนวคิดบางอย่างกับผมในการวางแผนชีวิตการทำงานอีก 5 ปีครับ

เมื่อผมอ่านความหมายและแนวคิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำ (Leadership) นั้น ทำให้ผมเข้าใจว่า "สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานไม่มีวิธีการสร้างกลไกเพื่อดึงศักยภาพของคนอย่างเต็มที่" เพราะผมไม่เคยได้ใช้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาจนจบ ป. เอก และหลายคนที่ยังไม่เคยเข้าใจความสามารถส่วนตัวของผมอย่างแท้จริง

ต่างจากสมัยเรียนอยู่ออสเตรเลีย ที่อาจารย์ที่ปรึกษา Prof. Tanya Packer และทีมงาน Learning Support Network ของ Curtin University of Teachnology พยายามค้นหาและสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กนักเรียนที่คิดวกวนและสื่อสารช้ากว่าความคิดกลายเป็นเด็กที่เรียนจบโทเอกได้เร็วที่สุด

ผมเหนื่อยๆๆๆ เหลือเกินที่ต้องทำงานหลายบทบาท ซึ่งในแต่ละบทบาทไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจในการมีชีวิตและการทำงานที่มีสุขได้เลย งานที่ผมต้องทำประจำในคณะฯ ได้แก่

1. การเขียนเอกสารแผนการจัดหลักสูตร (เขียนร่างเอง นำมาพูดคุยและสอนงานกับทีมงานที่ไม่มีประสบการณ์ ใช้เวลานานกว่าจะได้สรุปร่าง มีความคิดหลากหลายจากทีมงานและไม่เข้าใจภาพรวม ผู้มีประสบการณ์เร่งงานแต่ไม่มีกลยุทธ์พี่เลี้ยง งานออกมาแบบต้องแก้ไขอีกหลายรอบก่อนใช้จริง ผมสื่อสารนามธรรมแห่งกิจกรรมบำบัดและการเชื่อมโยงรูปแบบการเรียนรู้แนวใหม่แต่รูปแบบตารางสอน ม.ในกำกับของรัฐไม่ยืดหยุ่น)

2. การบังคับให้ทำงานคลินิกในขณะที่หน่วยงานนอกคณะฯ ต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการกิจกรรมบำบัด

3. การบังคับให้ทำงานวิจัย มีทุนสนับสนุน แต่ไม่มีระบบนักวิจัยพี่เลี้ยงหรือเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีประสบการณ์ระดับต่างๆ จากในและนอกสถาบัน

4. การบริหารบุคคล งบประมาณ การจัดหาครุภัณฑ์ ฯลฯ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดี แต่ผมต้องมาเรียนรู้กระบวนการที่วุ่นวาย เช่น อยากได้ครุภัณฑ์อะไร เขียนรายละเอียด โทรหาผู้จำหน่ายมากกว่า 1 ราย ตั้งงบประมาณ รองบประมาณข้ามปีกว่าจะอนุมัติ พออนุมัติ โทรหาผู้จำหน่ายขอใบเสนอราคาอีกรอบ ของมาส่งแต่ต้องตรวจรับให้มีการแก้ไขเกินกว่าเหตุ วุ่นวายมากจนเกือบสิ้นสุดปีงบประมาณ บางครั้งต้องสำรองเงินออกไปก่อนโดยลืมได้เลยว่าจะได้คืนเมื่อไร กว่าจะได้เซ็นรับรองมากกว่า 1 คณะกรรมการฯ กว่าจะใช้ของได้ ต้องลงเลขครุภัณฑ์ ต้องรอเบิกครุภัณฑ์ สุดท้ายนักศึกษายังไม่ได้ใช้ครุภัณฑ์ได้ทันตามแผนงาน ผมเคยทำเรื่องครุภัณฑ์ในต่างประเทศใช้เวลานานสุดคือ 2 อาทิตย์ เพียงแค่อีเมล์บอกรายการที่ต้องการส่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางเพื่อประสานงานเจ้าหน้าที่อื่นๆ ได้แก่ กองคลัง กองเครื่องมือ กองจัดซื้อ และกองการศึกษา เป็นต้น ผมไม่เคยต้องทำทุกขั้นตอนเลยจนกลับมาทำทุกขั้นตอนในคณะฯ เมืองไทย จนสุดท้ายผมไม่อยากจะทำงานนี้อีกแล้วครับ

5. งานการเรียนการสอนและบริการวิชาการนอกคณะฯ มีระเบียบไม่นับรวมภาระงานสอนของอาจารย์ ทำให้มองดูว่า การไปช่วยงานวิชาการนอกคณะฯ มากเกินไปอาจทำให้งานวิชาการในคณะฯ ด้อยลง ซึ่งจริงๆ แล้วการเตรียมงานสอนคนนอกคณะฯ ทำให้อาจารย์ได้เรียนรู้วิธีการสอนคนทั่วไปก่อนที่จะนำมาปรับสอนนักศึกษาได้ดีขึ้น ที่สำคัญเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างภายในและภายนอกคณะฯ

ตอนนี้ สิ่งที่ผมจะพยายามดึงศักยภาพออกมาใช้ให้มากที่สุด คือ การวางแผนความรู้ความเข้าใจของตนเองใน 4 ลักษณะ ได้แก่ 1. แผนการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการและความสุขของตนเอง 2. แผนการพัฒนาภาวะผู้นำในการทำงานร่วมกับผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า  3. แผนการพัฒนาภาวะผู้นำในการทำงานร่วมกับผู้ที่มีประสบการณ์น้อยกว่า และ 4. แผนการจัดลำดับความสำคัญจากงานที่ "ต้องทำแต่ไม่ชอบทำ" จนถึง "ต้องทำและชอบทำ"

นอกจากนี้ ผมคิดว่า ควรฝึกฝนภาวะการควบคุมอารมณ์และการสื่อสารของตนเอง เพื่อแสดงอารมณ์ในระหว่างแสดงภาวะผู้นำต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสม หากพี่น้องชาว G2K มีอะไรที่อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนอารมรณ์แห่งภาวะผู้นำ รบกวนด้วยครับ....