.........................................................................................................................................
* โปรดใช้วิจารณญาณก่อนเข้ามาอ่านในบันทึกนี้ *
.........................................................................................................................................
ในสภาพสังคมปัจจุบัน เราจะเห็นว่า การเมืองไม่เสถียร เศรษฐกิจเริ่มตกต่ำ คนว่างงานมากขึ้น ทำให้สภาพสังคมโดยรวมดูจะมีคนมีทุกข์มากขึ้น ... สังเกตได้จากร้านหนังสือใหญ่ ๆ จะมีหนังสือจิตวิทยาประยุกต์ให้กำลังใจมากขึ้น หนังสือทำอย่างไรถึงจะรวยมากขึ้น หนังสือธรรมมะเพิ่มปริมาณมหาศาลจากชั้นวางที่เคยมีไม่กี่เล่ม เดี๋ยวนี้มีปริมาณตู้หนึ่งไม่เพียงพอ แถมยังเล่มใหม่ ๆ หลั่งไหลมาทุก ๆ สัปดาห์
ยิ่งไปกว่านั้น มีหนังสืออีกประเภทหนึ่ง คือ พวกสิ่งลี้ลับที่เหนือธรรมชาติ หรือเหมือนว่าจะเป็นธรรมะที่เป็นคำสั่งสอนจากพระพุทธองค์ แต่ไม่ใช่เสียทีเดียว กลับเป็นพวกการแก้กรรม ตัดกรรม สร้างฐานกรรม แก้มนตร์ดำคุณไสยต่าง ๆ มากขึ้นมหาศาล
รายการโทรทัศน์ประเภทวาไรตี้ก็โหมเรื่องนี้กันหนักขึ้น หมอดูตาทิพย์ โหรของทหาร คนเห็นกรรม ฯลฯ
อาทิเช่น รายการ ตีสิบ เพิ่งสัมภาษณ์ คุณกฤษณา สุยะมงคล ผู้ซึ่งได้ชื่อว่ามีตาทิพย์ มองเห็นกรรมในปัจจุบันและอดีตชาติ จะว่าเป็นหมอดูก็ไม่เชิง เรียกว่า เป็นผู้ปฏิบัติธรรมมากกว่าเนื่องจากคุณกฤษณาได้เข้าไปปฏิบัติธรรมกับ หลวงพ่อจรัญ แห่งวันอัมพวัน สิงห์บุรี เกจิอาจารย์ซึ่งมาทางสายวิปัสสนาสำหรับการแก้กรรม
ดังนั้น มีผู้สงสัยว่า เราสามารถลบกรรมชั่ว กรรมไม่ดีที่เราเคยกระทำเอาไว้ ให้มันหายไปได้ด้วยหรือ ถึงได้มีคำว่า "ตัดกรรม" หรือ "แก้กรรม" เกิดขึ้นมา
ในเรื่องนี้ คุณกฤษณา สุยะมงคล ผู้เขียนหนังสือ "สแกนกรรม" ได้แสดงทัศนะไว้ดังนี้
"...
ข้อที่มีผู้สงสัยกันมากคือ การตัดกรรมนี่ทำได้จริงหรือไม่ ข้าพเจ้าคิดว่าจริง ๆ แล้วการตัดกรรมก็คือ การสร้างความดีชดใช้ให้เขา บางคนกำลังชดใช้อยู่เพราะตกอยู่ในสภาวะของความทุกข์ นั่นก็คือการชดใช้นั่นเอง การตัดกรรมก็คือ ตัดให้มันเบาบางลง ให้ทุกข์ที่เป็นสภาวะจิตยินดีชดใช้กรรมนั้นโดยไม่ทุกข์ไม่ร้อน เพื่อให้หายจากความเศร้าโศกและไม่โวยวาย
หลวงพ่อจรัญท่านพูดถึงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานว่า ร้อยคนก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเหมือนกันทั้งหมด ถ้าเขาไม่มีบุญเก่าก็เอาแค่ทำใจให้ได้ก็พอ อย่างตัวข้าพเจ้าก็มักจะชอบต่อต้านในสิ่งที่เห็นก่อน อยางเช่นถ้าหลวงพ่อท่านบอกว่าจะมีคนมาให้ช่วย ข้าพเจ้าก็จะไม่อยากไปช่วย ไม่อยากให้มา แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาและต้องช่วยเขาจนได้ ท่านบอกว่ามนุษย์ทุกคนอยากจะพ้นจากเวรจากกรรม เพราะเมื่อไม่เจอก็ไม่รู้สึก บางคนอยากจะออกจากทุกข์ เมื่อบอกให้ไปทำอะไรก็จะรีบไปทำ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี
เช่นถ้าเขาเริ่มทำบุญ เขาก็จะได้อ่อนโยนลงบ้าง ทำใจรับปัญหาได้บ้าง ถ้าเราไม่หากุศโลบายในการทำบุญเขาก็จะเฉยเมย จะมาบอกให้ไปนั่งสมาธิเลยก็ไม่ได้ ต้องค่อย ๆ ตะล่อม อย่าผลีผลาม ต้องค่อย ๆ อธิบายให้เขาเข้าใจเสียก่อนว่า เมื่อนั่งสมาธิแล้วเขาจะได้อะไร ข้าพเจ้าบอกอยู่เสมอว่าไม่ได้ให้นั่งสมาธิเพื่อจะไปถึงนิพพาน เพียงแต่ให้นั่งสมาธิเพื่อสร้างบุญสร้างกุศลเอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วออกไปบ้าง อะไรที่ผิดพลาดจากความใจร้อนก็ขอให้เอาออกไป คนเรามีกรรมติดตัวมาทุกคน เมื่อเขาประสบสภาวะทุกข์มาแล้วเราอ่านกรรมให้เขา เขาก็ร้องอ๋อ และยอมรับว่าเคยทำจริง ๆ ถึงได้เป็นอย่างนี้ และในที่สุดกรรมของเขาก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพราะได้รู้กรรมและรู้หนทางในการแก้กรรม
การแก้กรรม มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามี 3 อย่างนี้ก็จะแก้กรรมได้ เป็นการแก้ที่ใจเรา แก้กรรมให้มันเบาบางลง ให้มันหาย ให้มันดีขึ้น เหมือนกินยาเพื่อให้หายป่วยเร็วขึ้น
หลวงพ่อจรัญเคยบอกไว้ว่า สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน ก็เริ่มจากใช้ทายาก่อนเพื่อให้เข้มแข็ง แล้วจึงค่อยกินยาทีหลัง การเสพติดอะไรก็ตามล้วนมาจากเหตุของมัน คือ ความทุกข์ที่เกิดจากกรรมเก่า
การแก้กรรมนั้น ไม่ได้หมายความว่า ข้าพเจ้าจะสามารถแก้กรรมให้กับผู้ที่มาขอสแกนกรรมได้ทั้งหมด เพราะข้าพเจ้าจะกำหนดกรรมปัจจุบันที่จะส่งผลเท่านั้น และในความเป็นจริงไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแก้กรรมของผู้อื่นได้ทั้งหมด ข้าพเจ้าเป็นเพียงตัวแทนที่จะสื่อสารกับวิญญาณต่าง ๆ เพื่อให้คนที่มาดูได้พบความจริงและคลี่คลายเรื่องทุกข์ให้หมดไปได้ และแม้จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้แล้ว แต่หลังจากนั้น หากเขายังกลับไปทำตัวเหลวไหล วิถีชีวิตของเขาก็จะเปลี่ยนไปตามการกระทำนั้น และจะได้รับวิบากกรรมต่อไป
..."
ซึ่งทัศนะของคุณกฤษณาที่ได้กล่าวมานั้น ตรงกับสิ่งที่ผมเคยทราบมาว่า "ไม่มีใครในโลกนี้สามารถจะหนีกรรม ตัดกรรม หรือลบกรรมที่ตนเองเคยกระทำได้มาได้แน่นอน ทำได้เพียงการบำเพ็ญธรรม สร้างความดี นั่งสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานหาสาเหตุของกรรมที่เกิดขึ้น แล้วเอาอโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรา เพียงแค่ทำให้กรรมที่จะมาสนองเราเบาบางลงเท่านั้น มิได้หมายถึงว่า หายไป"
พระพุทธองค์กล่าวว่า "หากเราปลูกมะม่วงฉันใด ก็ย่อมต้องได้ลูกมะม่วงฉันนั้น จะเป็นผลไม้อย่างอื่นมิได้"
การก่อกรรมทำเข็ญในปัจจุบันชาติ อดีตชาติ ย่อมต้องได้รับกรรมนั้น โดยหลีกเลี่ยงมิได้ เพียงแต่จะเข้ามาอย่างไร เข้ามาช่วงเวลาไหน ไม่มีใครทราบ
ปัจจุบันเราคงเคยได้ยินคนมีดวงตาที่สามคือ ตาทิพย์ ที่สามารถมองเห็นกรรมในอดีตชาติได้ ทราบว่า ชาติที่แล้วเราทำกรรมอะไรมา ปัจจุบันเจ้ากรรมนายเวรของเราเป็นใคร เราควรแก้ไขได้อย่างไรได้บ้าง
ผมไม่สามารถบอกได้ว่า ผมไม่เชื่อ และผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ผมเชื่อเต็มร้อย ... ผมเลือกที่จะเลือกเชื่อในเหตุและผลตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามากกว่า
ถ้ารู้ว่า เราเคยทำอะไรมาแล้วทุกข์ เช่นนี้แล้ว เราควรจะรู้หรือไม่ สู้ให้เราเพียรทำความดีในทุก ๆ วันไม่ดีกว่าหรือ
ระยะหลังมานี้ ผมมีเพื่อนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมาก พร้อมกับมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ทุกเรื่องที่ได้ฟัง ได้เห็น ได้สัมผัส คือ เรื่องจริง ... ผมขอเป็นผู้รับฟังเพื่อน ให้เพื่อนสบายใจ แต่ถามว่า เชื่อเรื่องตัดกรรม แก้กรรมให้มลายหายไปไหม ... ผมไม่เชื่อมากไปกว่า "คำสั่งสอนของพระพุทธองค์"
ไม่มีใครสามารถลบล้างกรรมชั่ว กรรมไม่ดีของใคร ๆ ได้แน่นอน
ตามความเป็นจริง ผมสนใจในเรื่องกรรมมานานแล้ว อ่านหนังสือเรื่องนี้มาตลอด พอเข้าใจในความคิด แก่นของกรรมมากพอสมควร ความเชื่อเรื่องกรรมต่าง ๆ
สองเล่มหลังที่อ่านนี้ คือ "สแกนกรรม" ของคุณกฤษณา สุยะมงคล และ "คนท้ากรรม" ของ ซัน

ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ไม่เลือกที่จะ "หลง" เข้าไปงมงายในเรื่องที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ทึกทักแล้วบอกว่าใช่ บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เช่น ฝนตกเพราะเทวดาอวยพร แดดร้อนจัดเพราะเกิดอาเพท อะไรแบบนี้ควรเชื่อจริง ๆ หรือ
กรรม คือ การกระทำ ... ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ... ทำสิ่งใดย่อมได้ผลสิ่งนั้นเสมอ
การทำความดี จะทำให้วิบากรรมไล่อยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้าใกล้ปัจจุบันขณะมากนัก เพียงแต่ทำชั่วเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่ ไม่สร้างคุณความดี บัดนั้น กรรมย่อมวิ่งมาสนองได้ทันท่วงที
บุญรักษา และเพียรทำความดีกันเถอะครับ :)
.........................................................................................................................................
เพิ่มเติม : ไม่น่าเชื่อครับว่า หลังจากการเขียนบันทึกนี้ไป 1 วัน ในวันนี้ ช่อง 3 มีละคร ชุด "แดนพิศวง The Sense" นำแสดงโดยผู้แสดงจาก "แสนแสบ นักสืบผีสิง" ที่ฉายทุกวันหยุดราชการใหญ่ ๆ ... นำเสนอเรื่อง "การตัดกรรม" ครับ ... ช่างประจวบเหมาะมาก ๆ ครับ
ได้คำสอนมาดี ๆ ประโยคหนึ่งครับว่า ...
"การตัดกรรม เหมือนนำน้ำแก้วหนึ่งมาใส่เกลือ ยิ่งเติมมากเท่าไหร่ ความเค็มก็ย่อมเจือจางมากขึ้น เหมือน การทำความดี ยิ่งทำเท่าไหร่ ความชั่วย่อมเจือจางลง กรรมย่อมลดความเข้มข้นลง"
.........................................................................................................................................
แหล่งอ้างอิง
กฤษณา สุยะมงคล. สแกนกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: ดีเอ็มจี, 2552.
ป.ล. ที่มาของความคิดเกิดจากการได้ยินว่า "มีคนที่สามารถตัดสินใจลบล้างกรรมของคนอื่นได้" จึงเกิดข้อสงสัยขึ้นครับ
สวัสดีครับอาจารย์ ใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดแล้วครับ
สวัสดีครับ อ.Was
ครับ หากตอบคำถามโดยทันทีที่ไม่อ่านบันทึก ก็ต้องตอบว่า "ไม่ได้" และอ่านบันทึกแบบละเอียดก็บอกเช่นนั้น
กรรมใด ใครทำ ก็ต้องรับกรรมกันไป เพียงแต่ว่า ทำความดีเพื่อวันหน้าขอวงชีวิต ที่บอกว่าเป็นเสบียงนั่นละครับ
บทสรุปของบันทึกแต่ละวรรคตอนสมบูรณ์แล้วครับผม
วันนี้เป็นวันที่ ๒ ที่ผมต้อง เข้าร่วม train ประเด็น Spiritual tools ที่เป็นทั้งความรู้และทักษะ สำหรับวิทยากร เมื่อวานเราคุยกันเกือบทั้งวันในเรื่อง จินตทัศน์ (visualization) สำหรับการ control mind ฝึกให้ทำให้เกิด Healing space เพื่อทบทวนตนเอง เป็นเส้นทางนำไปสู่ Meditation
วันนี้ครับ ให้ความสำคัญกับ Meditation แต่เป็นแบบขณะหลับตา ...เรียกว่าสมาธิในการเป้นเครื่องมือชักพาจิตเราไปสู่สภาวะความคิดดีและสุขสงบ อันมาจากการตระหนักรู้ถึงตัวตนที่เเท้จริง
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ
ผมตั้งคำถามกับครูเรื่อง vitualization ในการสร้างจิตใต้สำนึกให้เด็ก ครูตอบว่า เด็กเป็นชีวิตหนึ่ง ไม่ได้ขาวบริสุทธิ์อย่างที่เราคิด เพราะ มีกรรมจากต่างภพต่างชาติ...ดังนั้นเป้นเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราได้รับผลปัจจุบันแตกต่างกัน
สองวันที่เราฝึก...เราไม่ได้คุยเรื่องศาสนาใดๆนะครับ
หากตกผลึกได้ระดับหนึ่ง (ถอดบทเรียนตัวเอง)จะนำมาพูดคุยต่อครับ วันนี้ขอตัวไปอบรมแล้วครับ
:)
เพิ่มเติมครับ งานที่ผมอบรม เป็นแบบงานอบรมเป็นแบบ Train the Trainer สำหรับการใช้เครื่องมือ ที่เราเรียกว่า Spiritual tools ครับ
ต้องขออภัยครับ...ด้วยความรีบ ทำให้พิมพ์ผิด
"...วันนี้ครับ ให้ความสำคัญกับ Meditation แต่เป็นแบบขณะหลับตา ลืมตา...เรียกว่าสมาธิในการเป้น เป็นเครื่องมือชักพาจิตเราไปสู่สภาวะความคิดดีและสุขสงบ อันมาจากการตระหนักรู้ถึงตัวตนที่เเท้จริง"
ต้อมสงสัยว่า "คนเราสามารถลดกรรม หรือตัดกรรมได้จริงๆ น่ะรึ" ก็น่าสงสัยจริงๆ พออ่านหนังสือของหลวงพ่อจรัญก็ได้เข้าใจเองว่า..การปฏิบัติกรรมฐานสามารถแก้กรรมได้
กรรมดี-กรรมชั่ว นั้นจะส่งผลกับเราได้อย่างไร/เพราะอะไร และทำไม แล้วไยคนชั่วๆ หลายคนถึงลอยนวลอยู่ได้ในสังคม แต่คนทำดีหลายคนกับต้องชดใช้กรรม
เคยอ่านหนังสือของน้องซัน แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร น่าจะเป็นหนังสือเรื่องแรกหลังจากที่ออกรายการวีไอพี พอดีมีคนรู้จักเป็น 1 ในเรื่องเล่าของน้องซันค่ะ เคยจะไปทดสอบเป็นการส่วนตัวว่าน้องเขาสามารถเห็นอะไรได้จริงไหม แต่ก็ไม่ได้ทำค่ะ
แต่เวลามีเหตุการณ์อะไร หรือที่ส่งผลไม่ดีกับต้อม ต้อมจะโยนให้เป็นเรื่องของ "กรรม" นะคะ ดูเหมือนกรรมจะเป็นจำเลยทุกเรื่อง และก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรม
หลายวันมานี้..เห็นหนังสือสแกนกรรม ก็น่าสนใจ แต่ยังไม่มีเป็นของตัวเองค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณมากครับ ท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า ... ยินดีครับ :)
สวัสดีครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
ช่างเป็นความบังเอิญโดยแท้ครับ ที่คุณเอกกำลังอบรมเรื่องราวของการใช้จิตอยู่ หากแต่เป็นจิตที่ทำให้เกิดความดีงามในความคิดของมนุษย์
บันทึกนี้ต้องการนำเสนอในเรื่องราวที่ขัดกับความเชื่อของคนหลาย ๆ คนในกระแสหลักของสังคมที่เพิ่มมากขึ้น
ผมไม่ได้ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มามากนัก เป็นคนดิบที่อยู่ห่าง ๆ วัด
ความเชื่อเรื่องของสิ่งที่เหนือธรรมชาติก็เก็บใจเชื่อไว้เพียงครึ่งเดียว คือ 50 - 50 ... เพราะยังมีสิ่งที่มนุษย์ยังไม่ได้ศึกษาหาความรู้อีกมาก บางครั้งวิทยาศาสตร์ยังหาคำอธิบายไม่ได้
ผมจึงเชื่อเรื่อง "กรรม" ใดใครก่อ ไว้อย่างมาดมั่น ... ผมอ่านหนังสือ รับรู้เรื่อง "กรรมตามสนอง" อยู่หลายเคสหลายกรณี ซึ่งให้ผลกรรมอย่างที่กระทำนั้นจริง ๆ ไม่สามารถหนีพ้น เพียงแต่กรรมจะตามสนองเมื่อใด ไม่มีใครทราบ
หลายคนบอกว่า ช่วงนี้กำลัง "จิตตก" มีทุกข์จากเรื่องโน้นเรื่องนี้ สิ่งที่ทำได้คือ วิ่งไปหาหมอดูชื่อดัง หมอตาทิพย์ คนที่มีสัมผัสที่ 6 ให้ช่วยเหลือ
ผมว่า ความช่วยเหลือดังกล่าว คือ การให้กำลังใจ การให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนรอบข้าง เป็นเรื่องที่ดีที่สุด
แต่จะไปบอกว่า "เดี๋ยวจะจัดการกรรมของเจ้าให้ เดี๋ยวจะลบกรรมออกให้ เดี๋ยวจะตัดกรรมให้" ผมว่า มันนอกเหนือหน้าที่ที่วัฎจักรสงสารส่งมนุษย์มาเกิดเพื่อรับกรรมและทำความดี เพิ่มบุญบารมีมิใช่หรือ
มีหลายคนบอกว่า "ที่ตัดกรรมให้ได้ เพราะมีคำสั่งมาจากข้างบน ให้สิทธิ์สามารถทำได้อย่างนั้นจริง ๆ" ... โดยส่วนตัว ผมเชื่อน้อย เพราะมนุษย์พิเศษที่เกิดมานั้น ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับกรรมของคนอื่นได้มากกว่าเจ้าตัวที่พึงทำใจรับในสิ่งที่กระทำมาแต่ชาติปางใดเอง
เรื่องนี้มีเรื่องราวมากมายที่อยากคุยให้ฟังครับ เพียงแต่ว่า ... การเรียบเรียงดูจะไม่น่าอ่านเลย เพราะไม่ใช่คนรู้จริงในเรื่องนักในเรื่องสัมผัสที่ 6
บันทึกจะสมบูรณ์มากขึ้น หากได้ประสบการณ์ของกัลยาณมิตรมาแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ
ขอบคุณมากครับ คุณเอก :)
ธุจ้า หนูต้อม เนปาลี :)
หลวงพ่อจรัญ คือพระนักปฎิบัติที่ผมศรัทธามาก ได้อ่านหนังสือเรื่อง วิปัสสนาแก้กรรมจากท่านหลายเล่ม ได้ฟังเรื่องท่านแก้กรรมจากอดีตชาติให้เบาบางลงได้ คือ ไม่ตาย แต่ทำให้จากหนักกลายเป็นเบาลง ต้องแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุก ๆ ครั้ง ทุก ๆ วัน
แต่ ... กรรมก็ยังตามมาจัดการท่านเช่นกัน เรื่องนี้ท่านสอนเอาไว้ในหนังสือ ผมจำได้แม่นยำ
ดังนั้น กรรม ... ย่อมตัดกรรมไม่ได้ แต่สามารถแก้กรรมได้ให้เบาลงจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งมีการแผ่เมตตา ขออโหสิกรรม
อย่างที่คุณเอกบอกว่า การทำความดี คือ การตุนเสบียง ... ยิ่งทำดี ยิ่งห่างไกลกรรมที่ตามมาเอาคืน เพียงแต่อย่างไรก็ต้องมาถึงสักวัน
แต่ประโยคนี้ของหนูต้อมน่าคิดมาก
แต่เวลามีเหตุการณ์อะไร หรือที่ส่งผลไม่ดีกับต้อม ต้อมจะโยนให้เป็นเรื่องของ "กรรม" นะคะ ดูเหมือนกรรมจะเป็นจำเลยทุกเรื่อง และก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรม
จริง ๆ ด้วยครับ .. มนุษย์อย่างเราที่นับถือพุทธศาสนาจากใบทะเบียนบ้าน มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเรา เราก็ไปบอกคนอื่นกับตัวเองว่า "นี่คือกรรมของฉัน"
บอกได้ครับ ... แต่เราต้องมีกำลังใจที่จะสู้กับกรรมที่เราก่อเอง เราแผ่เมตตา ทำใจให้เข้มแข้ง ในเมื่อเราเคยก่อกรรมไว้ เราก็ย่อมหนีไม่พ้น เราเพียรทำความดีต่อไป เพื่อทำให้เจ้ากรรมนายเวรเราอาฆาตน้อยลง กรรมจะเบาลง เท่านั้นเอง
ขอบคุณมากครับ ชอบนะคุยเรื่องนี้ :)
ขอบคุณมากครับ คุณ ครูคิม :)
"หูตั้งกลับมาเกิด" ผมคุ้น ๆ ครับ เหมือนได้มีโอกาสอ่านบ้าง
ขอบคุณประโยคสรุปครับว่า
เมื่อเป็นมนุษย์ต้องทำความดี ผลกรรมจะส่งให้เราดี และการทำดีจะได้คลี่คลายความทุกข์อันเกิดแต่กรรมให้เบาบางลง
มนุษย์ที่เลือกทำชั่วในปัจจุบัน โกงเขา ขโมยเขา ทำร้ายจิตใจคนอื่น พูดไม่ดี โกหก ... ผมว่า เขาลืมไปหรือว่า สักวันเขาหนีกรรมปัจจุบันที่เขาได้กระทำไม่พ้น ... แล้วทำไมเขาจึงเลือกทำความชั่วมากกว่าทำความดี แสดงว่า เขาคงไม่เชื่อเรื่องบาปกรรม ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการรับกรรมในชาตินี้แหละครับ
สอนเรื่อง "กรรม" ทำให้สังคมเรามีความสุขมากขึ้นนะครับ
;)
ต้อมก็ชอบคุยเรื่องนี้ค่ะ ^^ ต้อมมีหนังสือเรื่องวิปัสสนาแก้กรรมของหลวงพ่อจรัญด้วย และเคยตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน แต่ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนคิดมากเอาการอยู่ก็เกรงว่าจะฟุ้งซ่าน เลยขอคิดดี-พูดดี-ทำดีเป็นนิจดีกว่า
เวรกรรมมีจริงไหม???....ใครต่อใครก็สงสัยกัน และถึงไม่รู้ ต้อมก็เชื่ออีกนั่นแหล่ะค่ะว่ากรรมของผู้ใด ผู้นั้นต้องได้ชดใช้ จะช้า..จะเร็ว..ก็เถอะ แต่บางทีคนเราก็มีหงุดหงิดมั่งล่ะเนอะ อาจารย์ อิอิ
เร่งรีบทำความดี..กันเร้ว..ว..ว ^^
ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ..
ขอบคุณมากครับ หนูต้อม เนปาลี ... เราคงได้คุยเรื่องนี้กันอีกครับ
"กรรม" ทำให้มนุษย์เราเกิดความละอายใจต่อบาปที่จะคิดกระทำ ... ทำให้มีมนุษย์จิตสำนึกความเป็นมนุษย์ที่ดีมากขึ้น
เร่งรีบ และ พากเพียร ทำดีกันทุก ๆ วัน ทุก ๆ ลมหายใจ ครับ
ขอบคุณครับ :)
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ Wasawat Deemarn
กรรม คือ การกระทำ ... ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ... ทำสิ่งใดย่อมได้ผลสิ่งนั้นเสมอ
"ไม่มีใครในโลกนี้สามารถจะหนีกรรม ตัดกรรม หรือลบกรรมที่ตนเองเคยกระทำได้มาได้แน่นอน ทำได้เพียงการบำเพ็ญธรรม สร้างความดี นั่งสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานหาสาเหตุของกรรมที่เกิดขึ้น แล้วเอาอโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรา เพียงแค่ทำให้กรรมที่จะมาสนองเราเบาบางลงเท่านั้น มิได้หมายถึงว่า หายไป"
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณพยาบาล สีตะวัน ณ วันพระใหญ่เช่นนี้ :)
ได้รับคำอุทานว่า ...
"กรรมเก่าเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่กรรมใหม่ ทำแต่กรรมดีจะดีที่สุด"
ขอบคุณมากครับ :)
ขอบคุณครับ คุณ ผึ้งงาน_SDU ;)... ให้ความสนใจเกี่ยวกับมากมายเหมือนกันนะครับ ... แม่ชีทศพร ผมก็อ่านจบแล้วเช่นกันครับ
ได้รับประโยคดี ๆ ครับ
"...อดีตไม่อาจแก้ไขได้ แต่ก็แปลกที่หลายคนก็อยากจะรู้ ... ปัจจุบันสำคัญกว่า แต่คนก็ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก..."
เป็นเรื่องจริงในปัจจุบัน ครับ :)
สนใจไปใยกับสิ่งที่ผ่านมา ควรทำปัจจุบันขณะให้ดีที่สุดดีกว่า
ขอบคุณอีกครั้งครับผม :)
สวัสดีค่ะ
คุณ ครูคิม ครับ ... ผมได้แวะไปตรวจการบ้านแล้วครับ
ขอบคุณมากครับที่ช่วยต่อยอดเรื่องราวของการทำดีนี้ :)
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณครับ คุณ ครูคิม :)...
เมื่อกี้ผมอัพเดทเนื้อหาบันทึกครับ
.........................................................................................................................................
เพิ่มเติม : ไม่น่าเชื่อครับว่า หลังจากการเขียนบันทึกนี้ไป 1 วัน ในวันนี้ ช่อง 3 มีละคร ชุด "แดนพิศวง The Sense" นำแสดงโดยผู้แสดงจาก "แสนแสบ นักสืบผีสิง" ที่ฉายทุกวันหยุดราชการใหญ่ ๆ ... นำเสนอเรื่อง "การตัดกรรม" ครับ ... ช่างประจวบเหมาะมาก ๆ ครับ
ได้คำสอนมาดี ๆ ประโยคหนึ่งครับว่า ...
"การตัดกรรม เหมือนนำน้ำแก้วหนึ่งมาใส่เกลือ ยิ่งเติมมากเท่าไหร่ ความเค็มก็ย่อมเจือจางมากขึ้น เหมือน การทำความดี ยิ่งทำเท่าไหร่ ความชั่วย่อมเจือจางลง กรรมย่อมลดความเข้มข้นลง"
.........................................................................................................................................