วันนี้คนไม่มีรากเข้าพบและปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าในการทำหัวข้อวิทยานิพนธ์
ระหว่างนั่งปรึกษาอาจารย์อย่างมีความสุข (ปนทุกข์เล็ก ๆ) มีรุ่นน้องเข้ามาขอพบอาจารย์พร้อมพวงมาลัย น้องกราบอาจารย์และกล่าว “ขอโทษ” ด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา...
หลังจากการเข้าพบอาจารย์แล้ว ออกมาจากห้องพักอาจารย์ด้วยกัน น้องจึงเล่าให้ฟังว่าเพราะเหตุใดจึงนำพวงมาลัยมาขอโทษอาจารย์ สรุปโดยย่นย่อว่า น้องทำผิดกฎและถูกตัดสิทธิ์บางประการ จึงมาขอความช่วยเหลือจากอาจารย์เกียรติวรรณ หรือที่พวกเรามักเรียกท่านด้วยความถือสนิทว่า “อาจารย์ตั๋ง” เนื่องจากท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีและมีอาวุโสจึงได้รับความเคารพและเกรงใจจากคนที่เกี่ยวข้อง

แน่นอนว่า “อ.ตั๋ง” ท่านเป็น “ครูใจดี” เป็นคนคิดบวกพูดบวกนั้น ไม่เป็นที่สงสัย แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่เคารพกฎระเบียบและรักความยุติธรรมอย่างยิ่งด้วย
ฟังน้องเล่าแล้ว...หนักใจ เดาไม่ถูกว่าท่านจะทำอย่างไร
ไม่ช่วย...ลูกศิษย์ก็เสียโอกาสหรืออาจเสียอนาคต
ถ้าช่วย...มาตรฐานความเป็นผู้เคารพกฎระเบียบและรักความยุติธรรมจะถูกสั่นสะเทือนหรือไม่ และที่สำคัญ...ลูกศิษย์จะได้ “เรียนรู้” จากการทำผิดกฎนี้หรือเปล่า จะกลายเป็นการให้ท้าย ทำร้ายลูกศิษย์โดยไม่ตั้งใจหรือไม่
น้องเล่าต่อว่า “อาจารย์ตั๋ง” ให้น้องเข้าพบกับผู้เกี่ยวข้องพร้อมกัน ให้เล่าเหตุผลที่ทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้เกี่ยวข้องท่านนั้น ซึ่งยังคงกรุ่นด้วยความไม่พอใจและต้องการรักษากฎระเบียบที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เล่าแล้ว ท่านให้น้องขอโทษ และอาจารย์ก็กล่าวว่า “ผมต้องขอโทษด้วย ผมผิดเอง เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ผม ผมสอนเขาไม่ดี เขาจึงทำเช่นนี้...”
และด้วยประโยคนี้ทำให้ทั้งสองฝ่าย...อึ้งไปพักใหญ่...
น้องเล่าต่อว่า...ด้วยประโยคนี้ ที่ทำให้ต้องนำพวงมาลัยมา กราบขอบคุณและขอโทษอาจารย์ด้วยความรู้สึกที่ไม่กล้าทำผิดอีกแล้ว เข็ดแล้ว กลัวอาจารย์จะเสียใจและต้องเสียหน้าเช่นนี้อีก...
เรื่องราวที่ได้ฟังทำให้ต้องนำมาขบคิดต่อ... จะว่าไปแล้ว “อาจารย์ตั๋ง” ท่านอาจจะเพียงแค่เข้าไปคุยกับผู้ที่ดูแลกฎ ให้ช่วยและผ่อนผัน เนื่องจากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงถึงขั้นคอขาดบาดตาย แต่ท่านก็เลือกที่จะช่วยลูกศิษย์และรักษากฎ และยังให้เกียรติแก่ผู้ดูแลกฎระเบียบนั้นได้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่ถูกบังคับให้เลือกด้วยความเกรงใจ ในขณะที่ก็ให้บทเรียนสำคัญซึ่งลูกศิษย์จะไม่มีวันลืมเลย ด้วยการยกความผิดนั้นมาเป็นของตนด้วยการกล่าว “ขอโทษที่ดูแลสั่งสอนลูกศิษย์ไม่ดี”
นี่เองสินะ...รูปธรรมที่ชัดเจนของการแก้ปัญหาแบบ Win-Win คือ ชนะและพึงพอใจ รวมทั้งเกิดประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย
คิดแล้วให้รู้สึกรักและเคารพอาจารย์สุดใจ... อมยิ้มอย่างมีความสุขในวันที่รู้สึกดี ๆ กับผู้คนและสังคม สัญญากับตัวเองว่า ถ้าได้เป็นครู เราจะเป็น “ครู” แบบนี้ให้ได้...
....ดีใจและภูมิใจจังเลย...ที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ตั๋ง....
(^____^)
มาชื่นชมคนดีๆ
คำพูดที่หัวหน้างานควรจะหัดพูดเข้าไว้ จะได้ใจลูกน้อง...
ทำผิดแล้วกล้ายอมรับผิด ให้อภัยเถอะนะ
สวัสดีค่ะพี่แดง
ขอบคุณดอกกุหลาบแสนสวยค่ะ
คงหอมมาก ๆ เพราะสังเกตว่า กุหลาบชมพูหอมกว่าสีแดง หรือเปล่าคะ..
ขอบคุณค่ะ ขออนุญาตมอบดอกไม้สวย ๆ หอม ๆ นี้ แทนการบูชาคุณครู "อ.ตั๋ง" นะคะ
(^___^)
อ่านแล้วเกิดความรู้สึกชื่นชมคุณครูดีค่ะ
และเห็นด้วยที่น้องรู้จักขอโทษ ทำผิดต้องกล้ารับผิด
มากราบคารวะคุณครูดีในดวงใจด้วยนะคะ
โลกจะสวยงามหากความดีไม่ถูกลบหลู๋ค่ะ
แวะมาเยี่ยมอ่านสิ่งที่ดีๆๆ
สวัสดีค่ะพี่ krutoi
ชอบที่พี่ว่า...โลกจะสวยงามหากความดีไม่ถูกลบหลู่...
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะท่านมหาเหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและทักทายค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ คนไม่มีราก
จิตวิทยา..ในการพูดจากจิตสำนึก
แสดงถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่
ฝ่ายหนึ่งประทับใจ อีกฝ่ายหนึ่งเห็นใจ
เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือมากครับ
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณคนไม่ราก
การออกปากยอมรับผิดแทนศิษย์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของครู ถือว่าสุดยอดของครูแล้วครับ
นับถือจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ
คุณคนไม่มีรากสบายดีนะครับ
ผมตอนนี้ไม่ค่อยสบายเท่าที่ควร เพราะมีอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวเอง โชคดีที่ไม่เจ็บเท่าไหร่ครับ
ตามมาอ่านเรื่องครูดี ขอแสดงความยินดีด้วยครับที่ได้พบกับคนดีๆๆ
สวัสดีครับอาจารย์ ท่านเป็น " สัปบุรุษ " ที่เราจะต้องนำมาเป็นแบบอย่างในการทำงาน ขอบพระคุณครับ
“ผมต้องขอโทษด้วย ผมผิดเอง เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ผม ผมสอนเขาไม่ดี เขาจึงทำเช่นนี้...”
นี่แหละครับ ครูดีในดวงใจ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ
อ่านแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเพื่อนเราจึงรักและเคารพอาจารย์ตั๋งเช่นนี้..
อีกประเด็นหนึ่งที่ใบไม้มองเห็นจากการอ่านบันทึกนี้ก็คือ อาจารย์ตั๋งไม่ได้กลัวเสียหน้า อัตตาท่านไม่ใหญ่โต ท่านจึงได้กล่าวคำพูดเช่นนี้ได้
กี่คนที่จะยอมเปิดปากพูดอย่างละตัวตนเช่นนี้ได้
และคำพูดเช่นนี้นั่นเองที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์แบบ Win-win ที่ชนะและพึงพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย..
น้อมจิตคารวะท่านอาจารย์ตั๋งด้วยคนค่ะ ..^__^..
ตามมาอ่าน และประทับใจกับ ครู ที่แท้จริงค่ะ
สวัสดีค่ะท่าน เกษตรยะลา
คนเราพูดอย่างไร ก็แสดงถึง "สิ่งที่คิด" (อาจเว้นคนที่ไม่พูดดังที่คิด..แสร้งบิดเบือนเพื่อบางสิ่ง)
เราคงดูคนได้จากสิ่งที่เขาพูดออกมา และให้แน่ยิ่งกว่านั้น คือพิจารณาจากสิ่งที่เขา "ทำ"
การได้เล่า ได้บอกถึง สิ่งดี ๆ ในจิตใจอันยิ่งใหญ่...เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนไม่มีรากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณ ครูคิม
ยินดีค่ะ และขอบคุณค่ะที่มาอ่าน
(^__^)
สวัสดีค่ะคุณ วัชรา ทองหยอด
อ.ตั๋ง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึง จิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ของ...ไม่เพียงความเป็นครูดี...แต่ หมายถึง "มนุษย์ที่มีจิตยิ่งใหญ่" ซึ่งรักและเมตตา โดยยอมไม่มีตัวตนอัตตา เลย
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะอ. ขจิต ฝอยทอง
จริงค่ะ การได้ใกล้ชิด เสวนากับ "คนดี" ทำให้มีความสุขและเป็นมงคลสูงสุดข้อหนึ่งของเราค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณหนุ่ม กร~natadee
เห็นด้วยค่ะ อ.ตั๋งท่านเป็น "สัปบุรุษ" เป็น คนดี ของโลกค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)