ไม่ถึง ๑ นาที ผมก็ได้ข้อมูลที่ผมต้องการ

ช่วงนี้หมู่บ้านผม ..บ้านทุ่งงาย ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังโดนโรคไข้ปวดข้อ หรือ โรคคุณกัลยา หรือ ชิคุนกุนยา เล่นงานเหมือนพื้นที่อื่นๆในเขตจังหวัดสงขลา เรียกได้ว่า เป็นหัวข้อสนทนาในทุกวง

ผมเองถึงจะเป็นหมอ แต่ความที่ดูแต่คนไข้โรคมะเร็งเฉพาะด้านจนชิน จึงรู้เรื่องนี้น้อยมากและไม่ค่อยสนใจเท่าไร ตอนที่ยังระบาดอยู่แถบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พอมันลามมาใกล้ตัว..ชนิดประชิดหน้าบ้านแบบนี้ ทำให้ต้องหันมาสนใจ

ผมจำได้ว่า ศาสตราจารย์นายแพทย์ขจรศักดิ์ ศิลปโภชากุล อาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เขียนบทความเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ในเว็บไซด์ของคณะแพทย์ เหมือนกับที่อาจารย์ทำ เวลามีโรคระบาดสำคัญๆเสมอมา ผมรู้แต่ไม่เคยเปิดอ่านเพราะมันไกลตัว

คราวนี้เมื่อจำเป็นต้องหาความรู้ ผมก็แค่คลิกไปที่หน้าเว็บไซด์ของคณะแพทย์ แล้วหา หัวข้อโรคชิคุนกุนยา ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่หาไม่ยาก คู่กับ วิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลาย  ไม่ถึง ๑ นาที ผมก็ได้ข้อมูลที่ผมต้องการ สั้น กระทัดรัด อ่านง่าย  เท่านั้นยังไม่พอ ผมลองพิมพ์คำว่า ชิคุนกุนยา ใน กูเกิล ก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคนี้จากหน่วยงานต่างๆอย่างมากมาย ต้องเรียกว่า อย่างมหาศาล

ผมสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญเหล่านี้ โดยใช้เวลาเพียงแค่แว็บเดียว หลังจากเกิดความต้องการข้อมูล นี่คือ..มหัศจรรย์แห่งยุคดิจิตัล

 

แล้ว..ชาวบ้านทุ่งงายคนอื่นๆล่ะครับ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปงานทอดผ้าป่าวัดทุ่งงาย..วัดประจำหมู่บ้าน แน่นอนครับ โรคนี้เป็นเรื่องที่เราคุยกันแทบจะทุกวง เนื่องจากหลายคนหายหน้าหายตาไป เพราะถูกมันเล่นงานเข้าจนมาร่วมงานไม่ไหว สิ่งที่ผมได้ยิน คือ

ปวดข้อจนลุกไม่ไหว

ถ้าไม่ฉีดยาฆ่าเชื้อให้ตาย จะเป็นหนัก

ไปฉีดยาท่ี.... เข็มเดียวหายเลย

 

พี่ๆเขารู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน ?

ส่วนใหญ่ก็ฟังต่อๆกันมาแบบปากต่อปาก ผมรู้ว่าข้อมูลนี้คลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง ก็พยายามอธิบายเท่าที่ทำได้ แต่ไม่กล้าแนะนำให้เปิดเว็บไซด์อย่างที่ตนเองทำ นี่แหละครับที่ผมว่า เป็นความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน

พอมาทำงานวันจันทร์ ผมพิมพ์บทความเรื่องโรคนี้กับวิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายของอาจารย์ขจรศักดิ์ เป็นกระดาษสองแผ่น แล้วเอาไปแจกคนแถวบ้านตอนวิ่งออกกำลังช่วงเย็น โดยเฉพาะผู้นำชุมชน และร้านขายอาหารที่น่าจะมีคนเข้าถึงมากๆ ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นวิธีนำข้อมูลถึงชุมชนเท่าที่จะทำได้ด้วยความสามารถของตนเองที่มีอยู่แค่นั้น

ระหว่างที่วิ่งไปๆมาๆตามบ้านคนรู้จัก หัวคิดมันก็แว๊บไปถึงเรื่องๆหนึ่ง ที่ผมอยากจะเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องลองนำไปพิจารณาดู

ตอนอยู่ในงานผ้าป่าที่วัด ผมเห็นหนูน้อยคนหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของเด็กเล่น ที่มีเสียงโทรฯเข้าอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ผมคิดออกว่า ทำไมไม่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในเรื่องนี้ เพราะเดี๋ยวนี้แทบจะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้น

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการโทรศัพท์ ควรมีระบบกระจายข่าวสารที่เป็นประโยชน์ โดยไม่หวังผลทางการค้า จัดส่งเป็น SMS ให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย อย่างเช่น กรณีสึนามิ โรคระบาด ภัยพิบัติต่างๆ