การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้คิดทบทวน บทท่องจำ หลายๆบทที่เคยท่องในอดีต อาจเป็นนกแก้ว นกขุนทองในสมัยนั้น มาวันนี้ไม่รู้ว่า ยังเป็นนกประเภทไหน ลองอ่านกันดูไหม
กลอนดอกสร้อย
เด็กน้อย
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
|
ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
|
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา
|
เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
|
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน
|
จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
|
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน
|
เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย....
|
แมวเหมียว
แมวเอ๋ยแมวเหมียว
|
รูปร่างปราดเปรียวเป็นนักหนา
|
ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา
|
เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
|
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง
|
ค่ำ ๆ ซ้ำนั่งระวังหนู
|
ควรนับว่ามันกตัญญ
|
พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ
|
ตั้งไข่
ตั้งเอ๋ยตั้งไข่
|
จะตั้งไยไข่กลมก็ล้มสิ้น
|
ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน
|
ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ
|
ตั้งใจเรานี้จะดีกว่า
|
อุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ
|
ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ
|
อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไรเอย ฯ
|
นกขมิ้น
ปักเอ๋ยปักษิน
|
นกขมิ้นเรื่อเรืองเหลืองอ่อน
|
ถึงเวลาหากินก็บินจร
|
ครั้นสายัณห์ผันร่อนมานอนรัง
|
ความเคยคุ้นสกุณาอุตสาหะ
|
ไม่เลยละพุ่มไม้ที่ใจหวัง
|
เพราะพากเพียรชอบที่มีกำลัง
|
เป็นที่ตั้งตนรอดตลอด เอย ฯ
|
จิงโจ้
จิงเอ๋ยจิงโจ้
|
เล่นโล้ในลำสำเภาใหญ่
|
เพื่อออกแรงออกกำลังโดยตั้งใจ
|
ที่จะให้เข้มแข็งและอดทน
|
เรานักเรียนต้องไม่คร้านการกีฬา
|
เรื่องพลศึกษาต้องฝึกฝน
|
ให้แข็งแรงถ้วนทั่วทุกตัวตน
|
เพื่อเป็นคุณแก่ตนและชาติ เอย ฯ
|
ซักส้าว
ซักเอ๋ยซักส้าว
|
ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ
|
เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ
|
ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน
|
ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา
|
มีทางหากินได้หลายสถาน
|
ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน
|
ประกอบการอาชีพที่ดี เอย ฯ .
|
ตุ๊ดตู่
ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่
|
ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้
|
ขี้เกียจนักหนาระอาใจ
|
มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ
|
ชาติขี้เกียจเบียดเบียนแต่เพื่อนบ้าน
|
การงานสักนิดก็คิดหลบ
|
ตื่นเช้าเราจักหมั่นประชันพลบ
|
ไม่ขอพบขี้เกียจเกลียดนัก เอย ฯ
|
เรือเล่น
เรือเอ๋ยเรือเล่น
|
สามเส้นเศษวาไม่น่าล่ม
|
ฝีพายลงเต็มลำจ้ำตะบม
|
ไปขวางน้ำคว่ำจมลงกลางวน
|
ทำขวาง ๆ รี ๆ ไม่ดีหนอ
|
เที่ยวขัดคอขัดใจไม่เป็นผล
|
จะก่อเรื่องเคืองข้องหมองกมล
|
เกิดร้อนรนร้าวฉานรำคาญ เอย ฯ
|
นกเอี้ยง
นกเอ๋ยนกเอี้ยง
|
คนเข้าใจว่าเจ้าเลี้ยงซึ่งควายเฒ่า
|
แต่นกเอี้ยงนั้นเลี่ยงทำงานเบา
|
แม้อาหารก็ไปเอาบนหลังควาย
|
เปรียบเหมือนคนทำตนเป็นกาฝาก
|
รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย
|
หนึ่งงานหนักคอยสมัครงานสบาย
|
จึงน่าอายเพราะเอาเยี่ยงนกเอี้ยง เอย ฯ
|
นกกิ้งโครง
นกเอ๋ยนกกิ้งโครง
|
หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเถียงเจ้าของ
|
อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง
|
เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย
|
แต่นกยังรู้ผิดรัง
|
นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย
|
แต่ผิดรับผิดพอผ่อนร้าย
|
ภายหลังจงระวังอย่างพลั้ง เอย ฯ
|
กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า
พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)
วังเอ๋ยวังเวง
|
หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน
|
ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล
|
ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน
|
ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ
|
ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน
|
ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล
|
แลทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย.....
|
ความเอ๋ย ความรู้
|
เป็นเครื่องชูชี้ทางสว่างไสว
|
หมดโอกาสที่จะชี้ต่อนี้ไป
|
ละห่วงใยอยากรู้ลงสู่ดิน
|
อันความยากหากให้ไร้ศึกษา
|
ย่นปัญญาความรู้อยู่แค่ถิ่น
|
หมดทุกข์ขลุกแต่กิจคิดหากิน
|
กระแสวิญญาณงันเพียงนั้นเอย..
|
ห่วงเอ๋ยห่วงอะไร
|
ไม่ยิ่งใหญ่เท่าห่วงดวงชีวิต
|
แม้คนลืมสิ่งใดได้สนิท
|
ก็ยังคิดขึ้นได้เมื่อใกล้ตาย
|
|
เคยเป็นทุกข์ห่วงใยเสียได้ง่าย
|
ใครจะยอมละแดนแสนสบาย
|
โดยไม่ชายตาใฝ่อาลัยเอย.....
|
ไก่แจ้
ไก่เอ๋ยไก่แจ้
|
ถึงยามขันขันแซ่กระชั้นเสียง
|
โก่งคอเรื่อยร้องซ้องสำเนียง
|
ฟังเพียงบรรเลงวังเวงดัง
|
ถ้าตัวเราเหล่านี้หมั่นนึก
|
ถึงคุณครูผู้ฝึกสอนสั่ง
|
ไม่มากนักสักวันละสองครั้ง
|
คงตั้งแต่สุขทุกวันเอย ฯ
|
จ้ำจี้
จ้ำเอ๋ยจ้ำจี้
|
เพ้อเจ้อเต็มทีไม่มีผล
|
ดอกเข็มดอกมะเขือเจือระคน
|
สับสนเรื่องราวยาวสุดใจ
|
เขาจ้ำแจวจ้ำพายเที่ยวขายของ
|
เร่ร้องตามลำแม่น้ำไหล
|
ชอบรีบแจวรีบจ้ำหากำไร
|
จ้ำทำไมจ้ำจี้ไม่ดีเอย ฯ
|
กาดำ
กาเอ๋ยกาดำ
|
รู้จำรู้จักรักเพื่อน
|
ได้เหยื่อเผื่อแผ่ไม่แชเชือน
|
รีบเตือนพวกพ้องร้องเรียกมา
|
ต่างกลุ้มรุมล้อมพร้อมพรัก
|
น่ารักน้ำใจกระไรหนา
|
การเผื่อแผ่แน่ะพ่อหนูจงดูกา
|
มันโอบอารีรักดีนักเอย ฯ
|
แมงมุม
แมงเอ๋ยแมงมุม
|
ขยุ้มหลังคาที่อาศัย
|
สั่งสอนลูกรักให้ชักใย
|
ลูกไกลไม่ทำต้องจำตี
|
ได้ความเจ็บแค้นแสนสาหัส
|
เพราะขืนขัดถ้อยคำแล้วซ้ำหนี
|
เด็กเอ๋ยเจ้าอย่าเป็นดังเช่นนี้
|
สิ่งไม่ดีครูว่าอย่าทำเอย ฯ
|
กะเกย
กะเอ๋ยกะเกย
|
อย่าละเลยกุ้งไม้ไว้จนเหม็น
|
มากินข้าวเถิดนะเจ้าข้าวจะเย็น
|
ไปมัวเล่นอยู่ทำไมใช่เวลา
|
ถ้าถึงยามกินนอนผ่อนผัดนัก
|
ก็ขี้มักเจ็บไข้ไม่แกล้งว่า
|
จะท้องขึ้นท้องพองร้องระอา
|
ต้องกินยาน้ำสมอขื่นคอเอย ฯ
|
มดแดง
มดเอ๋ยมดแดง
|
เล็กเล็กเรี่ยวแรงแข็งขยัน
|
ใครกล้ำกลายมาทำร้ายถึงรังมัน
|
ก็วิ่งพรูกรูกันมาทันที
|
สู้ได้หรือมิได้ใจสาหัส
|
ปากกัดก้นต่อยไม่ถอยหนี
|
ถ้ารังเราใครกล้ามาราวี
|
ต้องต่อตีทรหดเหมือนมดเอย ฯ
|
ก่อนจบ มีบทที่จะต้องท่องจำก่อนเลิกเรียนอีก 1 บท ว่าด้วย สระไอไม้ม้วน
ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ต่างเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง
เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครูคิมครับ
มีผู้ปกครองหลายท่านที่มีความต้องการให้ลูกหลานของตนท่องบทอาขยานเหมือนสมัยก่อน...ท่องสูตรคูณให้คล่อง...ก็เห็นด้วยนะคะเด็กๆจะได้มีความจำที่ดีได้...ใช่จะเป็นนกแก้วนกขุนทองที่ไหนใช่ไหมคะ..เราสอนควบคู่ไปกับการคิดวิเคราะห์ได้เช่นเดียวกัน...
ขอบคุณค่ะที่นำบทอาขยานที่ดีดีมาให้ลองท่องดูอีกที..
ตามมาขอบคุณที่แวะมาเยีย่มที่บล็อก
ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ประสิทธิ์
มาเยี่ยมค่ะ กลอนไพเราะดีค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
พรุ่งนี้เช้าและทุกๆวัน โชคดี มีสุขในการทำงานนะคะ
เอาขนมเบื้องมาฝากค่ะ จากตลาดน้ำตลิ่งชันค่ะ
กล่อน ดีจริงครับ
สวัสดีครับอาจารย์ประสิทธ์ ขอบคุณจังหู ที่นำดอกสร้อยสุภาษิตมาบันทึกไว้ผมยังได้ไม่ทุกบทจะได้ท่องให้จำครับ บทเด็กน้อยหลายคนจำกันดีครับ "นำสิ่งดีๆมาฝากลูก นำสิ่งที่ถูกต้องไว้ฝากหลาน ....ขอบคุณดอกสร้อย ..ขอบคุณท่านประสิทธฺครับ
กลอนดอกสร้อย
เด็กน้อย
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย....
มาท่องแล้วครับ พยายามจำ
สว้สดีครับ
อ่านแล้วนึกถึงตอนเด็กเลยครับ อาจารย์พอจะหาอาขยานเก่าๆ ที่อยู่ในแบบเรียน ป.2-3 ได้บ้างมั้ยครับ เช่น เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญพระแสงสำอางค์ข้างเคียง เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง ฯลฯ ผมจำได้แค่นี้ครับ
สวัสดีครับ
-ได้อ่านบทดอกสร้อยแล้วนึกถึงอดีต
-ให้แง่คิดดี มีสาระ
-หลายๆท่านในแทรกในกิจกรรมการสอนฝึกฝนการอ่าน
-ขอบพระคุณมากครับ