Digital Divide ร่วมสมัย

 

 

ปัจจุบันมีการพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางความรู้ หรือ ช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ Digital Divide ผมเลยขอร่วมนำเรื่องมาเล่า ดังนี้

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมบริษัท Telecommunications Consultants India Limited  หรือ TCIL ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียที่ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ได้รับความรู้ที่น่าสนใจมาก จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ณ ที่นี้

เป็นการไปเยือนของเอกอัครราชทูตจากประเทศอาเซียน 10 ประเทศที่ประจำอยู่ ณ นครเดลี อินเดีย

ความเป็นมาของบริษัท

TCIL ตั้งขึ้นเมื่อปี คศ. 1978 โดยมีวัตถุประสงค์ เผยแพร่ความสามารถของอินเดียทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมไปยังประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาทั้งหลายซึ่งตลอดเวลา 31 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับมาตรฐาน IS/ISO  9001 :2000และรางวัลการบริการมากมาย

บริษัทให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม อิเลคโทรนิคและเครือข่ายทุกรูปแบบ ทั้งในประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการรัฐบาล-อิเลคโทรนิค e-Government และในต่างประเทศ เช่นแอฟริกา Pan Africa e-Network โดยเฉพาะในเรื่องการแพทย์ Tele-medicine และ Tele-education จนได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกรายละเอียดของผลการดำเนินงานของบริษัทดูได้จาก www.tcil-india.com

 

โครงการ e-Network ในกรอบอาเซียน

ที่น่าสนใจของการไปเยือนบริษัทครั้งนี้อยู่ที่ โครงการอาเซียนอี-เน๊ตเวริ์ค  ซึ่งริเริ่มโดยนายกรัฐมนตรีของอินเดียคนปัจจุบัน ในการประชุม ASEAN-India ครั้งที่ 4  เมื่อเดือนธันวาคม 2005 ณ กรุงกังลาลัมเปอร์ วัตถุประสงค์สำคัญก็คือการจัดทำโครงการเครือข่ายสื่อสารใน 4 ประเทศในอาเซียนได้แก่ เขมร ลาว พม่าและเวียดนาม CLMV ในด้านการศึกษา Edu-net และด้านการแพทย์กล่าวคือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียม VSAT ส่งความรู้ทางด้านการเรียนภาษาอังกฤษไปยังประเทศทั้ง 4 เพื่อให้คนในประเทศสามารถเรียนภาษาอังกฤษจากผู้สอนในอินเดียได้ นอกจากนั้น ในด้านการแพทย์ยังสร้างเครือข่ายสามารถให้คำปรึกษาและการวินิจฉัยโรคตลอดจนการรักษาแบบออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของอินเดียได้ด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการจัดตั้งศูนย์รับสัญญานดาวเทียมเครือข่ายใน 4 ประเทศเหล่านั้นโดยเป็นความช่วยเหลือเปล่าให้เปล่าโดยใช้เงาจากกองทุนอาเซียน-อินเดียเพื่อการพัฒนา ASEAN –India cooperation fund ถือเป็นความพยายามลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ที่ชัดเจน

ในการเยี่ยมชมวันนั้น ผมและคณะทูตอาเซียนได้มีโอกาสชมการทดลองติดต่อระหว่างศูนย์เครือข่ายของบริษัทกับเครือข่ายในประเทศเซเนกัล เอธิโอเปีย ไนจีเรีย เป็นต้น เท่าที่เห็น สัญญานรับส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ประโยชน์ของการสื่อสารดาวเทียมเพื่อการศึกษาและการแพทย์นี้ นับว่ามีประโยชน์มากมายหลายประการ ที่ทุกท่านคงทราบอยู่แล้ว อาทิ เรื่องเวลา ระยะทางและการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการศึกษา วิธีการนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถก้าวข้ามความเหลือมล้ำทางความรู้ Digital Divide ได้อย่างแน่นอน ถ้าใช้เป็น โดยเฉพาะในโลกที่ช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมที่ห่างกันมากเช่นนี้

 

ข้อคิด

เป็นเรื่องที่น่าแปลกมากที่ตลอดเวลา 31 ปี ของการดำเนินการของบริษัท TCIL นี้ เท่าที่ทราบจากนาย R.K. Upadhyay ผู้อำนวยการบริษัท ไม่ได้มีการติดต่อหรือร่วมงานกับประเทศไทยเลย ในขณะที่บริษัทมีโครงการและร่วมดำเนินการแล้วกับประเทศในทวีปต่างๆ  55 ประเทศ ทั่วโลก ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น..........................

โครงการของอาเซียนดังกล่าวนี้ แม้จะเริ่มมาหลายปี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้านัก อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนที่แล้วมีการสัมมนาเชิงปฏิบัติเรื่อง ASEAN e-NETWORK PROJECT Under India-ASEAN Cooeration  ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2552  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก  Ministry of External Affairs, Government of India สำหรับประเทศไทยมีอาจารย์ ดร.กมลรัฐ อินทรทัศน์   Kamolrat Intaratat (Ph.D.) ผู้อำนวยการสำนัก The Research Center of Communication and Development Knowledge Management (CCDKM) : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  STOU   ( www.ccdkm.org ) และได้มีข้อเสนอและมาตรการต่างๆ ออกมา ซึ่งประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจได้แก่ข้อเสนอที่ว่าโครงการควรขยายขอบข่ายไปยังสมาชิกอื่นๆ ที่เหลือของอาเซียนด้วยเพื่อที่จะให้ประโยชน์เกิดไม่เฉพาะกับ 4 ประเทศแต่กับทุกประเทศในอาเซียน ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

 

ในการไปเยี่ยมดูงานที่บริษัท  TCIL ในวันนั้น มีทูตประเทศหนึ่งถามด้วยความสงสัยว่าทำไมโครงการดังกล่าวจึงมีให้เฉพาะ 4 ประเทศเท่านั้น คำตอบที่ได้รับจากทูตอีกประเทศหนึ่งก็คือเป็นเพราะทั้ง 4 ประเทศเป็นประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในอาเซียน จึงเห็นว่าให้ทำเฉพาะใน 4 ประเทศดังกล่าว

ผมฟังเหตุผลนี้แล้วก็รู้สึกกังวลใจพอสมควร ในฐานะที่เป็นผู้แทนประเทศไทย หนึ่งในอาเซียน 10 ประเทศ ในที่นั้น ก็เห็นว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการส่งผ่านความรู้ทางการสื่อสารนั้นน่าจะให้คนไทยได้รับประโยชน์นั้นด้วย ผมไม่ได้ขัดข้องเลยที่อินเดียมุ่งมั่นจะพัฒนาโครงการดังกล่าวกับ 4 ประเทศในอาเซียน เป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วมองกันว่าทั้ง 4 ประเทศเป็นประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในอาเซียน ก็ไม่ว่ากัน  แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว 4 ประเทศดังกล่าวไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดอีกต่อไปแล้วแต่ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศกำลังพัฒนาเช่นประเทศอื่นอย่างน่าชื่นชม

ที่สำคัญ ผมคิดว่าคนไทยเองคงเข้าใจสภาพของประเทศไทยเราต่างกัน หากจะบอกว่าไทยเราเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่พัฒนาแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าคนไทยส่วนใหญ่ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความรู้ผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยแล้ว....กระนั้นหรือ  หรือว่าคนไทยส่วนใหญ่ทั่วประเทศ ได้รับโอกาสให้เข้าถึงการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและมีความรู้มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่เหมาะสมแล้ว กระนั้นหรือ ..........และเช่นกันในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ความต้องการทางการแพทย์ของคนในชนบทได้รับการตอบสนองอย่างทั่วถึงแล้ว...กระนั้นหรือ

ผมเห็นว่าคำตอบ ยังไม่ทำให้ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น

ผมยังเชื่อว่าคนไทยอีกจำนวนมากยังต้องการเข้าถึงความรู้ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ  

ผมเชื่อว่าคนไทยอีกจำนวนมากหรือส่วนใหญ่ยังต้องการเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษที่มากกว่านี้

ผมเชื่อว่าคนไทยอีกจำนวนมากยังต้องการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มากขึ้นและดีกว่านี้

ถ้าเรายังมองไม่เห็นภาพของประเทศตัวเองไม่ชัดเจนและถูกต้อง ผมคิดว่าเราคงจะกลายเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในอาเซียนในอนาคตเป็นแน่

 ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว ผมจึงเห็นว่าไทยควรจะสนใจและเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการ E-Network ของอาเซียนที่มีอินเดียเป็นเจ้าภาพหลักกับประเทศ กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม  

ผมลังเลนิดหนึ่งที่จะนำเรื่องนี้มานำเสนอ แต่คิดว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าและน่าจะเป็นโอกาสดีให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและพิจารณาว่าเรื่องที่ผมนำเสนอนี้มีประเด็นน่าสนใจหรือไม่อย่างไร

หากผู้ใดสนใจ ขอเรียนว่าผู้อำนวยการบริษัทได้ฝากบอกว่าหากองค์กร สถาบันการศึกษาหรือบริษัทไทยใดของไทยสนใจจะร่วมมือกับบริษัท TCIL ในเรื่องโครงการโทรคมนาคมในประเทศไทย หรือสนใจจะร่วมงานด้วยกัน ก็ยินดีอย่างยิ่ง....ผมก็เอามาฝากกันนะครับ

 

 

…………………………………………