ผู้หญิงเริ่มตัดทำทรงผมใหม่ กินอาหารแบบฝรั่ง

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าในสมัยรัชกาลที่สี่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เป็นเวลาที่ชาติตะวันตกแสวงหาอาณานิคมและเข้ามาในสยามประเทศด้วย  ก่อนหน้านั้นคืออังกฤษส่งนายจอห์น  ครอว์เฟิร์ด  เป็นทูตมาเจรจาทางการค้าไม่เป็นผลเพราะสยามรักษาไมตรีทางการค้ากับจีนเป็นหลัก 

 เมื่อ ร. 4 ครองราชย์ในปี พ. ศ. 2394  ได้เพียง 4 ปี อังกฤษก็ส่งเซ่อร์ จอห์น  บาวริ่ง  เป็นทูตผู้แทนพระนางเจ้าวิกตอเรีย ไทยเราจึงต้อนรับอย่างสมเกียรติและทำสัญญากัน ด้วยเหตุผลคือรักษาประเทศให้ปลอดภัยและเปลี่ยนประเทศให้เท่าเทียมสังคมโลกและนานาประเทศในยุโรปก็แห่กันเข้ามา  ฝ่ายไทยเราได้ส่งทูตคนแรกไปอยู่กรุงลอนดอนในปี พ. ศ. 2400 คือนายชุ่ม  บุนนาค ( พระยามนตรีศรีสุริยวงศ์ ) และที่ไปอยู่กรุงปารีสในปี พ. ศ. 2403 คือนายแพ  บุนนาค (  พระยาศรีพิพัฒน์ ) เป็นต้น 

 พร้อมกับเริ่มปรับปรุงประเทศเป็นการใหญ่เพื่อให้ไทยเรารอดพ้นจากการล่าอาณานิคม จึงถือว่า  ยุคหัวต่อระบบเก่าสู่ใหม่ เมื่อมองดูประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกกลืนไปแล้วเช่น อินเดีย  หมู่เกาะมลายูและกำลังบุกพม่าของฝ่ายอังกฤษ ส่วนกลุ่มอินโดจีนก็เจอฝรั่งเศส  แม้จีนเองเจอสงครามฝิ่น  ยังผลให้ไทยเรารับวัฒนธรรมฝรั่งมากลมกลืนและเกิดมีโรงหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือออกมาหลายฉบับเป็นก้าวใหม่ในสังคมเรา

ในส่วนภาครัฐมีเล่มแรกคือ ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ. ศ. 2401 และมีการส่งพระโอรสไปเรียนเมืองนอก  เปิดให้มีการเลียนแบบวัฒนธรรมฝรั่งการแต่งกายผู้ชายเริ่มมีผูกโบว์หูกระต่าย  ผู้หญิงเริ่มตัดทำทรงผมใหม่  กินอาหารแบบฝรั่ง  ถีบจักรยาน  และเริ่มมีถุงเท้ารองเท้าใส่ในสมัย ร. 4 นี้อย่างไรละ.