การเรื่อนรู้การประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา


"ประเมินเป็นจุดอ่อน จุดแข็งได้อย่างชัดเจน และเห็นองค์ความรู้ที่มีอยู่ และองค์ความรู้ที่จะทำให้จุดอ่อนแข็งแก่งยิ่งขึ้น ผมก็เลยชวนให้เอาความรู้ที่มีอยู่นั้นมารวบรวมไว้เป็นความรู้ของแต่ละคน หน่วยงานเป็นขององค์กร"

          มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียวติ ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยให้อาจารย์ต้องออกการบริการวิชาการในพื้นที่ดังกล่าว การบริการวิชาการของผมเป็นนำพาให้โรงพยาบาลได้เรียนรู้เรื่องราวของตนเอง ทบทวนการทำงานโดยเฉพาะผลการดำเนินงานและพิจารณาว่าที่ทำได้ดีอยู่แล้วคืออะไร(จุดแข็ง)และอะไรที่ควรทำให้ดียิ่งขึ้นหรือความท้าทาย(จุดอ่อน) ผมเรียกตามที่ผู้บริหารองค์กรสาธารณสุขเรียกขานกัน จึงต้องเปิดพื้นที่การเรียนรู้ที่บางพลีเพื่อสื่อสารถึงคนบางพลี และกัลยาณมิตรทุกท่านที่จะช่วยสร้างเสริมแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมทั้งให้กำลังใจคนบางพลีในการทำเรื่องราวดีๆ

           ผมไม่ได้เอาความรู้อะไรไปให้คนโรงพยาบาลหลอกครับแต่ได้ไปชวนให้คิดถึงผลการทำงานของโรงพยาบาลโดยเอาบริบทของโรงพยาบาลเป็นจุดเริ่มต้นแล้วแต่ละคนก็กล่าวถึงวรรณกรรมของโรงพยาบาลตนเองที่ผู้คนได้มีส่วนในการสร้างสรรค์ได้อย่างกูกต้องและตรงไปตรงมา และก็ไม่ได้ยุ่งอยากอะไรพร้อมทั้งประเมินเป็นจุดอ่อน จุดแข็งได้อย่างชัดเจน และเห็นองค์ความรู้ที่มีอยู่ และองค์ความรู้ที่จะทำให้จุดอ่อนแข็งแก่งยิ่งขึ้น ผมก็เลยชวนให้เอาความรู้ที่มีอยู่นั้นมารวบรวมไว้เป็นความรู้ของแต่ละคน หน่วยงานเป็นขององค์กร ที่สอดคล้องกับความรู้ที่องค์กรต้องมี (Knowledge Vision) ก็จะได้ความรู้มากมายที่เราไม่เคยมองเห็นกันมาเลย

หมายเลขบันทึก: 257756เขียนเมื่อ 27 เมษายน 2009 20:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 16:17 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (12)

ได้เรียนรู้การนำพาความรู้ของอาจารย์มา 5 ครั้งแล้วค่ะ ในContextของรพ.บางพลี มีความเฉพาะตัวสูงมาก บางครั้งเหมือนจะรอไม่ไหว เมื่อวานได้คุยกับเพื่อนร่วมงานช่วงพักกลางวัน ว่าการพัฒนาคุณภาพของรพ.เราตอนนี้มันสะดวกมากเหมือนการจัดไฟจราจรให้เขียวทุกเส้นทาง เพราะฉะนั้นต่างคนจึงต่างเดินในเส้นทางไฟเขียวของตัวเอง ไม่มีตำรวจจราจรคอยกำกับ จึงเกิดอุบัติเหตุจราจรขึ้นมากมายแทบตลอดเวลา ถ้านับคดีคงนับไม่ไหว บางครั้งอาจบาดเจ็บเล็กน้อย บางครั้งอาจเสียชีวิต มีน้อยมากที่เลือกเส้นทางได้ดีไม่ต้องไปชนกับใครจึงถึงจุดหมายที่ตั้งไว้อย่างปลอดภัย การนำพาการเรียนรู้จึงอาจเกิดอย่างช้า ๆ การประเมินตนเองโดยการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน จึงมีข้อมูลสนับสนุนน้อยมาก แต่ในการนำพาของอาจารย์ เริ่มมองเห็นเส้นทางรำไรค่ะ

          การวิเคราะห์ตนเองที่จริงทุกคนในองค์กรก็เห็นกันอยู่และพยายามนำเอาผลลัพธ์มาใช้เป็นฐาน แต่บางครั้งก็เห็นว่ามั่นอยู่กระจัดกระจายและอยู่หลายแห่ง บางที่ก็มีอยูในฐานข้อมูลสารสนเทศของโรงพยาบาลเพียงแต่ว่ายังไม่ได้มีการประมวลผล  ระบบสารสนเทศจึงเป็นหัวใจที่จะทำให้เห็นเรื่องราวขององค์กร

          ดังนั้นทีมนำต่างๆพิจารณาดูว่าหากจะทราบความเป็นความเป็นตัวตนของทีมเรา เราให้สารสนเทศใดมาสนับสนุนและที่สำคัญก็คือต้องเป็นสารสนเทศหลักๆที่ตอบสนองต่อเจตจำนง(purpose) และเป้าหมายของทีม  และทุกทีมนำได้มีการขอใช้สารสนเทศดังกล่าว  บทบาทของระบบสารสนเทศที่จะตอบสนองความต้องการของทีมนำต่างๆ(ปรุงให้ตามความต้องการ) เป็นภาระกิจหลักของระบบฯนะครับ

         เราพยายามทำกันมาหลายครั้งดูเหมือนว่าเรายังเดินวนๆกันอยู่ หากเราว่าเป็นอย่างนั้น  ผมว่าเราต้องมาเรียนรู้ต่อว่าเราจะข้ามตรงนี้ไปได้อย่างไร ข้ามไปพร้อมกันหรือข้ามไปที่ละคน หากเราถามคนในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ก็บอกว่าเราควรจะไปพร้อมกัน น่าจะเป็นคำตอบของทุกคนในองค์กร เห็นด้วยนะครับ

        การเดินที่ข้ามตรงนี้เราก็ต้องรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน(ขณะนี้เรากำลังทบทวนกันอยู่) หากทุกคนเห็นชัดว่าการทำงานผลงานเราอยู่ตรงไหน เป้าหมายที่จะไปกำหนดง่ายมาก และหากไม่ชัดเราก็ตอบไม่ได้ว่าเราจะไปตรงไหน และเมื่อใด ตรงนี้ที่เราต้องมาพิจารณาความพร้อมร่วมกัน เพื่อจะได้เดินไปในจุดที่เรากำหนดพร้อมกันถึงดูเหมือนว่าเราจะเสียเวลาในตอนนี้  เวลาที่ใช้ไปตรงนี้ก็จะทำให้เราก้าวเดินได้อย่างมั่นใจในอนาคต

         ในตอนนี้ทีมนำทางคลินิกเอาเบาหวาน และทางสูติกรรมเป็นตัวตั้งและดูว่าสารสนเทศที่จะเอาสนับสนุนให้เห็นชัดเจนว่าทั้ง 2 เรื่องบริบทเราเป็นอย่างไร  อย่างที่เราเรียนรู้กันเมื่อวานมีไม่กี่ตัวหรอกครับ

 

 

ได้อ่านคำตอบของอาจารย์ ก็มั่นใจขึ้นในอีกหนึงระดับเล็ก ๆ จุดที่จะก้าวข้ามมันดูวกวน แต่จะพยายามเดินให้ข้ามไปให้ได้ (อาจจะนานหน่อยนะคะ)ตอนนี้ขอทำตัวเองให้เข้มแข้งพอที่จะช่วยทีมได้ก่อนค่ะ

ผมเคยมีประสบการณ์ในการนำองค์กรอยู่บ้าง เราต้องแสดงให้เห็นในความมุ่งมั่นที่ต่อเนื่อง เข้มแข็งโดยเฉพาะกำลังใจหากหายไปแล้วละก็ยาวเลยละครับตอนนี้

เรายอมรับว่าภาระงานมันมากจริงๆ  หากเรายังทำแบบเดิมคงไม่ได้ช่วยอนาคตเราแต่อาจจะทำให้เราก้าวเดินต่อไปไม่ได้  เพราะว่าองค์กรเราไม่ได้อะไรใหม่เข้ามาเลยที่เป็นต้นทุนการผลิตและการบริการ ในขณะที่ความต้องการผู้รับบริการเพิ่อขึ้น

ที่สำคัญคือวิธีการคิดของเราเพียงแต่เราคิดว่าเรามีคุณค่า คนอื่นมีคุณค่าก็จะเป็นการเริ่มต้นการคิดที่ดี ปัญหาต่อไปก็คือเราจะเอาคุณค่าที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มใจได้อย่างไร?

การไว้วางใจและการสร้างความไว้วางใจก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้น และทำให้ขยายออกไปให้มากๆ จากเราก่อนใครๆ แล้วผมก็นำพาองค์กรที่ผมดูแลเดินผ่านออกมาจากจุดนั้นได้.......เป็นประสบการณ์ของผมครับ              

ที่นี้เรื่องราวที่สำคัญต้องชัดเจน ไม่อย่างนั้นพลังที่มีอยู่อาจนำไปใช้และหมดไปได้ FOCUS ดูครับ เอาสารสนเทศที่มีอยู่ออกมาช่วยยืนยัน  ส่งแรงใจไปช่วยครับหากไม่หยุดเดินสักวันก็จะผ่านจุดที่เราใช้ความพยายามมากเหลือเกิน  แล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น..............

ไม่ได้บอกอาจารย์ค่ะว่าตอนนี้ ไปอบรมเฉพาะทางICที่รามา 4 เดือนตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.แล้วค่ะจะกลับไปทำงานต้นเดือนต.ค.ค่ะ วันนี้เข้ามาอ่านเรื่องราวการพัฒนางานHAดูแล้วนิ่งมากเลยค่ะ กลัวว่ากลับไปต้องไปนับหนึ่งใหม่ค่ะ

การประเมินตนเองให้ได้ผลในเชิงการพัฒนา ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่แท้.....

อาจารย์คะกลับมาทำงานที่รพ.บางพลีถึงวันนี้เมื่อบ่ายรู้สึกงง และตกใจมาก เพราะผอ.บอกว่าให้หยุดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพของรพ.ทั้งหมด ให้มองคนไข้เป็นศูนย์กลาง ไม่ให้มีการประชุม ไม่ต้องมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทุกคนต้องกลับไปทำงานในหน่วยบริการของตน (เดิมจัดวันงานพัฒนาคุณภาพ2วัน/สัปดาห์) เพื่อจะได้ไม่ต้องจ้างpart time ตอนนี้รพ.จนเหลือเงินบำรุงน้อยอาการกำลังจะล้มละลาย อยู่ได้อีกไม่ถึงครึ่งปี ให้ทุกคนช่วยกันลดค่าใช้จ่าย ยกเว้นองค์กรแพทย์ห้ามแตะ รพ.เล็ก ๆแต่ต้องจ่ายค่าแพทย์ประมาณ 5-6 แสนบาท/เดือนด้วยเงินบำรุง รวมทั้งสวัสดิการอื่น ๆ แล้วขวัญกำลังใจคนทำงานจะหาได้ที่ไหนคะ

เล่าให้อาจารย์ฟังค่ะว่ากิจกรรมคุณภาพที่ได้เริ่มไว้และอีก 1 เดือน สรพ.จะเข้าตอนนี้มันล้มไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ที่จริงไม่ได้หยุดหรอกครับ การพัฒนาที่ได้ผลชัดและทันทีต้องเข้าไปให้ใกล้ผู้ป่วยมากที่สุดอย่างที่ท่านผู้อำนวยการบอก "มองผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง" การทบทวนข้างเตียงน่าจะเกิดได้เร็วขึ้น  การทำงานเป็นทีมสุขภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เรียนรู้การให้การดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพอีกรูปแบบหนึ่งตามแบบของผู้นำ

โรงพยาบาลยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นกลไกที่สำคัญที่จะให้งานของโรงพยาบาลบรรลุเป้าหมาย เป้าหมายตรงนี้แหละครับที่เป็นการแสดงให้เห็นคุณค่าของเจ้าหน้าที่ผ่านการทำงานคุณภาพ

เข้ามาเรียนรู้ ช่วงนี้ โรงพยาบาลป่าติ้วกำลังพัฒนา การประเมิน Over all Scoring คงระดับคะแนนที่ 2.5 แต่พวกเราไม่หยุดนิ่ง ยังคงก้าวต่อไป แม้ว่างบประมาณเริ่มทรง ล่อแล่ เช่นกัน สิ่งที่ทำได้ก็จะทำ ในช่วงนี้   ข้อเสนอแนะจากสรพ.  พวกเรามองเห็นและ ได้โอกาสพัฒนาที่จะพัฒนาต่อ โรงพยาบาลป่าติ้วระลึกถึงพระคุณ  ท่านอาจารย์ยงยุทธ เสมอ  กล่าวถึงแนวคิดที่ท่านได้นำพาให้พวกเรา พัฒนาด้วยจิตใจที่เป็นสุข

 

ยังระลึกถึง คิดถึงทุกคนนะครับ ในเดือนตุลาคม 53 นี้ ผมมีโอกาสไปขอความรู้และประสบการณ์จากท่านอาจารย์นายแพทย์ชัยพร ทองประเสริฐ (นายก อบจ.อำนาจเจริญ) เพื่อเอาสิ่งที่ได้มาใช้ในงานวิจัย เรื่อง "การพัฒนาตัวแบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล" ยังแน่นใจว่าจะเลยเข้าไปทีถึงยโสธรหรือเปล่า

Over all Scoring ระดับคะแนนที่ 2.5 เยี่ยมมากเลยครับเป็นความพยายามที่ทุกคนช่วยกันทำคุณภาพให้เกิดขึ้นในระบบบริการสุขภาพของเรา

เรื่องคุณภาพเป็นการสร้างสมสิ่งดีงาม ที่สำคัญต้องทำด้วยใจ รู้ได้ด้วยตนเอง ในโรงพยาบาลเราทำได้ตลอดเวลา ครับ

 

ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจค่ะ  และดีใจที่ทราบข่าวว่าท่านจะเดินทางไป อำนาจเจริญ หากเดินทางจากยโสธร  ต้องผ่านป่าติ้ว  แน่นอนค่ะ   พวกเราจะรอการกลับมาของท่านนะค่ะ  อำนาจเจริญห่างจากป่าติ้ว เพียง 25  กิโลเมตร

ผมจะพยายามไปเยี่ยมครับ หากเดินทางไปอำนาจเจริญ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี