... ภาพที่ 1: picture from [ flickr ] by [ RussBowling ] เม็กซิโกเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบยุโรปใต้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์แบบโรมันแคธอลิค แถมยังเป็นประเทศที่มีภูเขา-ที่ราบสูงมาก และอยู่ติดสหรัฐฯ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เสียดายที่มีปัญหาการฆ่ากันตายจากการปราบยาเสพติด ทำให้คนสหรัฐฯ มองว่า เป็นที่ที่ "ไม่ปลอดภัย" ... ภาพที่ 2: picture from [ flickr ] by [ HugoCadavez ] เม็กซิโกมีมรดกทางด้านวัฒนธรรมจากอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ มากมาย ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทว่า... ตอนนี้โดนไข้หวัดหมูซัดเสียเละแล้ว (คล้ายๆ เมืองไทยที่โดนพวกประท้วงทั้ง 2 สีทำเสียเละ) .................................................................................................... สหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552 หลังจากการระบาดของไข้หวัดหมู (swine flu) ทำให้มีคนป่วยในสหรัฐฯ 20 ราย ส่วนในเม็กซิโกนั้นตายไปแล้ว 81 ราย ป่วยเกิน 1 พันรายแล้ว รัฐบาลประธานาธิบดีบุชรับมือพายุเฮอริเคนแคทรินาในปี 2548 ได้ไม่ค่อยดี ทำให้เสียคะแนนนิยม... ไข้หวัดหมูครั้งนี้อาจจะถล่มคะแนนเสียงรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาได้เช่นกัน ... ทางการสหรัฐฯ เตรียมแจกจ่ายยาต้านไวรัส เช่น Tamiflu, Relenza ฯลฯ ไปยังสถานพยาบาล และแนะนำให้เตรียมปิดโรงเรียน แนะนำให้คนที่มีอาการอยู่กับบ้านถ้าจำเป็น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ตรวจสอบแล้วว่า คนไข้ในสหรัฐฯ 20 รายเป็นไข้หวัดหมูจริง; 19 รายมีอาการดีขึ้นแล้ว และอีก 1 รายยังอยู่ในโรงพยาบาล ... ตอนนี้ยังไม่มีแผนที่จะตรวจคนที่มาจากเม็กซิโกทางเครื่องบิน ทว่า... ได้เตรียมแจก "แผ่นคำอธิบายสีเหลือง (yellow card)" เพื่อให้คำแนะนำสำหรับประชาชน การทดสอบตอนนี้พบว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (H1N1) มีแนวโน้มจะไม่ช่วยป้องกันไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ (H1N1 swine strain) ซึ่งน่าจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันทั้งในเม็กซิโกและสหรัฐฯ และคงต้องใช้เวลาหลายเดือนในการผลิตวัคซีนใหม่ ... ทางการสหรัฐฯ แจกจ่ายสต๊อคยาต้านไวรัส 25% ของที่มีอยู่ 50 ล้านชุด = 12.5 ล้านชุดไปยังจุดที่เสี่ยงภัย และซื้อยา Tamiflu 7 ล้านชุดสำรองเพิ่ม ประธานาธิบดีโอบามาที่เพิ่งกลับจากเม็กซิโกยังแข็งแรง ไม่มีอาการไข้หวัดหมูแต่อย่างไร
... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ที่มา




> 27 เมษายน 2552.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.